สารบัญ
- 1. AI กับสมาร์ตโฟน: เคยถูกด่าเหมือนกัน แต่สุดท้าย “เรากลับไปไม่ได้”
- 2. AI อาจเปลี่ยนวิธีสื่อสารของมนุษย์ และช่วยคนที่ไม่ถนัดคุยต่อหน้าได้จริง
- 3. แต่ Kojima ก็เตือนด้านมืด: ถ้าใช้จนชิน มนุษย์อาจ “นิสัยเสีย” และต้องตั้งขอบเขตเอง
- 4. OD ก็ยังเป็นปริศนา แต่ Kojima ย้ำ “ระบบไม่ธรรมดา” และฮินต์อยู่ในเทรลเลอร์
- 5. วันวางขาย OD และแพลตฟอร์มที่คาดว่าจะลง
ถ้าพูดถึงชื่อ Hideo Kojima ภาพจำของหลายคนคงหนีไม่พ้นนักออกแบบเกมที่กล้าทำสิ่ง “แปลกแต่มีเสน่ห์” ไม่ว่าจะเป็น Death Stranding หรือ Boktai และล่าสุดเขาก็หันมาพูดถึงอนาคตของเทคโนโลยีแบบตรง ๆ ว่าโลกที่ไม่มี AI นั้น “ไม่ใช่โลกที่เราจะกลับไปได้อีกแล้ว”
ในการให้สัมภาษณ์กับ Nikkei Xtrend (ซึ่งถูกหยิบมารายงานต่อโดย GamesRadar) Kojima เปรียบการเติบโตของ AI กับยุคเริ่มต้นของสมาร์ตโฟน เขาย้อนว่าตอนสมาร์ตโฟนเพิ่งมาใหม่ ๆ หลายคน “รุมสับ” และมองว่าไม่จำเป็น แต่สุดท้ายวันนี้กลับมีคนจำนวนมากที่ “ใช้ชีวิตโดยไม่มีมันไม่ได้” และเขามองว่า AI กำลังอยู่ในช่วงเดียวกัน—ยังมีแรงต้าน ยังมีความกลัว แต่ทิศทางใหญ่ของโลกกำลังเดินไปทางนั้นอยู่ดี
AI กับสมาร์ตโฟน: เคยถูกด่าเหมือนกัน แต่สุดท้าย “เรากลับไปไม่ได้”
Kojima พูดชัดว่าแก่นมันไม่ใช่การเถียงว่า AI ดีหรือแย่ แต่เป็นเรื่องของ “ความจริง” ว่าเทคโนโลยีแบบนี้ได้เข้ามาอยู่ในชีวิตเราแล้ว และจะยิ่งลึกขึ้นเรื่อย ๆ จนการพูดว่า “ไม่ควรใช้” หรือ “AI ไร้ประโยชน์” อาจเป็นแค่การปฏิเสธความเปลี่ยนแปลงมากกว่าจะเป็นคำตอบของปัญหา
เขาย้ำว่าประเด็นสำคัญคือเราต้อง “ใช้เทคโนโลยีให้ทำให้เรามีความสุข” และย้ำอีกครั้งว่าเราคงย้อนกลับไปยุคก่อนหน้าไม่ได้ เหมือนที่ไม่มีใครอยากกลับไปสื่อสารด้วยมือถือที่ทำได้แค่โทรกับส่ง SMS อีกต่อไป
AI อาจเปลี่ยนวิธีสื่อสารของมนุษย์ และช่วยคนที่ไม่ถนัดคุยต่อหน้าได้จริง
มุมที่น่าสนใจคือ Kojima ไม่ได้พูดถึง AI ในฐานะ “เครื่องมือทำงาน” อย่างเดียว แต่พูดถึงมันในฐานะ “สะพานเชื่อมมนุษย์กับมนุษย์” เขามองว่าคนที่ไม่ถนัดการสื่อสารแบบเผชิญหน้า อาจใช้ AI มาช่วยเติมเต็มช่องว่างนั้น ทำให้กล้าเข้าหาคนอื่นมากขึ้น และอาจสร้างความใกล้ชิดที่เมื่อก่อนทำไม่ได้
สำหรับเขา การแพร่หลายของ AI มีศักยภาพที่จะ “เปลี่ยนวิธีที่เราสื่อสาร” อย่างมีนัยสำคัญ และแน่นอนว่าความสะดวกสบายคือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
แต่ Kojima ก็เตือนด้านมืด: ถ้าใช้จนชิน มนุษย์อาจ “นิสัยเสีย” และต้องตั้งขอบเขตเอง
แม้จะมองว่าเราหนีไม่พ้น AI แต่ Kojima ก็ไม่โรแมนติกเกินไป เขายอมรับว่ามันมีด้านลบ โดยเฉพาะถ้า AI ถูกใช้แทนการสื่อสารของมนุษย์มากเกินไป จนเรากลายเป็นคน “ติดความง่าย” และไม่อยากพยายามคุยกันจริง ๆ
ทางออกในมุมของเขาไม่ได้อยู่ที่การแบน AI แต่คือการ “จำกัดบทบาทของมันด้วยตัวเราเอง” เช่น ลดระดับการมีส่วนร่วมของ AI ลง หรือกำหนดวันพักที่ไม่ใช้ AI เลย เพื่อไม่ให้ความสะดวกกลายเป็นกับดักที่ทำให้มนุษย์อ่อนแอลงในการสื่อสารจริง
OD ก็ยังเป็นปริศนา แต่ Kojima ย้ำ “ระบบไม่ธรรมดา” และฮินต์อยู่ในเทรลเลอร์
ในบทสัมภาษณ์เดียวกัน Kojima ยังพูดถึงเกมสยองขวัญ OD ที่กำลังพัฒนาอยู่ด้วย แม้เขาจะบอกว่าพูดรายละเอียดมากไม่ได้ แต่ย้ำว่า ถึงภาพแรกจะดูเหมือนเกมสยองขวัญทั่วไป ทว่า “ระบบที่ใช้ไม่ธรรมดา” และเขามองว่ามันคือสื่อรูปแบบใหม่ที่สร้างร่วมกับ Microsoft
ที่ทำให้แฟน ๆ ยิ่งคันมือคือคำพูดเดิมที่เขาเคยโยนไว้ว่าเทรลเลอร์ “Knock” ควรดู “100 ครั้ง” เพื่อจับ “คำใบ้ใหญ่” โดยเฉพาะข้อความท้ายคลิปที่ว่า “for all players and screamers” ซึ่งเขาย้ำว่ามันคือฮินต์สำคัญแบบจงใจ
วันวางขาย OD และแพลตฟอร์มที่คาดว่าจะลง
ตอนนี้ OD ยังไม่ประกาศวันวางขาย แต่ระบุว่ากำลังพัฒนาเพื่อ PC และ Xbox Series X/S
Kojima กำลังพูดถึงโลกที่เทคโนโลยีหนีไม่พ้น—แต่ขณะเดียวกันก็ชวนให้เราถามตัวเองว่า ถ้า AI กลายเป็น “สมาร์ตโฟนยุคใหม่” จริง ๆ เราจะเป็นฝ่ายใช้มันเพื่อชีวิตที่ดีขึ้น…หรือปล่อยให้มันค่อย ๆ เปลี่ยนเราไปแบบไม่รู้ตัว?


