Cyberpunk 2

มหากาพย์หมื่นล้าน! Cyberpunk 2 (Project Orion) กับงบสร้าง 1.5 หมื่นล้านบาท และการรอคอยสู่ปี 2030

สั่นสะเทือนวงการเกมส่งท้ายปี เมื่อบทวิเคราะห์ล่าสุดจาก Noble Securities สถาบันการเงินชื่อดังในโปแลนด์ ออกมาเปิดเผยตัวเลขคาดการณ์ของ Cyberpunk 2 (Project Orion) ว่าอาจต้องใช้ทุนสร้างสูงถึง 419 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท) และมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วง ไตรมาสที่ 4 ของปี 2030 เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของตัวเกมภาคแรก พร้อมการยกเครื่องใหม่หมดจดด้วย Unreal Engine 5 และระบบ Multiplayer ที่จะถูกใส่เข้ามาตั้งแต่วันแรกครับ

วิสัยทัศน์ใหม่ของโลกอนาคตอันมืดหม่น

ภาพคอนเซปต์อาร์ตที่หลุดออกมาแสดงให้เห็นถึงการขยายขอบเขตของเมืองที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ Night City แต่รวมถึงบรรยากาศที่ Mike Pondsmith ผู้สร้างแฟรนไชส์ระบุว่ามันจะให้ความรู้สึกเหมือน “Chicago gone wrong” ที่ทั้งดิบและสมจริงยิ่งกว่าเดิม

1. วิเคราะห์งบประมาณ 419 ล้านดอลลาร์: ทุนสร้างระดับสถิติโลก

ตัวเลข 419 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ไม่ใช่ตัวเลขที่เกินความคาดหมายสำหรับเกมระดับ AAA ในยุคปัจจุบัน แต่มันคือการประกาศศักดาของ CD Projekt RED (CDPR) ว่าพวกเขากำลังสร้างสิ่งที่ “ใหญ่กว่า” และ “ดีกว่า” เดิม หากเราย้อนกลับไปดูงบประมาณของ Cyberpunk 2077 ภาคแรกที่ใช้เงินไปประมาณ 316 ล้านดอลลาร์ (รวมค่าการตลาด) จะเห็นว่าภาคต่อนี้มีการก้าวกระโดดของงบประมาณอย่างมีนัยสำคัญ

งบประมาณก้อนนี้ถูกแบ่งออกเป็นสองส่วนหลักตามสูตรสำเร็จของ CDPR:

  • ค่าพัฒนา (Development Costs): การจัดตั้งสตูดิโอใหม่ใน Boston และ Vancouver รวมถึงการจ้างบุคลากรระดับพระกาฬกว่า 500 ตำแหน่งในสหรัฐอเมริกา ซึ่งมีอัตราค่าจ้างสูงกว่าในโปแลนด์หลายเท่าตัว
  • ค่าการตลาด (Marketing Costs): เพื่อลบภาพจำความล้มเหลวในช่วงเปิดตัวภาคแรก CDPR จำเป็นต้องใช้งบมหาศาลในการสร้างความเชื่อมั่นใหม่ ซึ่งคาดว่าจะเป็นสัดส่วนที่สูงพอๆ กับค่าพัฒนาเกม

2. ทำไมต้องเป็นปี 2030? กลยุทธ์ “10 ปีที่รอคอย”

นักวิเคราะห์จาก Noble Securities ระบุว่า ไตรมาสที่ 4 ปี 2030 คือช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดด้วยเหตุผล 3 ประการ:

  1. การหลีกทางให้ The Witcher 4 (Polaris): ปัจจุบันทีมพัฒนาส่วนใหญ่ของ CDPR กำลังทุ่มเทให้กับ The Witcher 4 ซึ่งคาดว่าจะวางจำหน่ายในปี 2027 การเริ่มการผลิตเต็มรูปแบบ (Full Production) ของ Cyberpunk 2 จะเกิดขึ้นหลังจากนั้น

  2. เฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปี: วันที่ 10 ธันวาคม 2030 จะเป็นวันครบรอบ 10 ปีของ Cyberpunk 2077 การวางจำหน่ายภาคต่อในช่วงเวลานี้จึงถือเป็นการสร้าง Event ใหญ่ระดับโลก

  3. ความพร้อมของฮาร์ดแวร์: ในปี 2030 เราอาจจะได้เห็นคอนโซลยุคถัดไปอย่าง PlayStation 6 หรือการอัปเกรดการ์ดจอซีรีส์ RTX 7000/8000 ซึ่งจะช่วยให้ขุมพลังของ Unreal Engine 5 ทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

3. สตูดิโอบอสตัน: เมื่อ Cyberpunk กลายเป็น “Authentically American”

การย้ายฐานการผลิตหลักของ Project Orion ไปยังสหรัฐอเมริกา (CDPR North America) ภายใต้การนำของ Gabriel Amatangelo (ผู้กำกับที่กอบกู้เกมด้วย Phantom Liberty) และ Paweł Sasko คือจุดเปลี่ยนที่สำคัญ สตูดิโอในบอสตันไม่ได้ถูกตั้งขึ้นเพื่อลดต้นทุน แต่เพื่อสร้างบรรยากาศของเกมให้มีความเป็น “อเมริกันขนานแท้”

Dan Hernberg โปรดิวเซอร์ฝ่ายบริหารระบุว่า “เพื่อให้เข้าถึงหัวใจของแนวคิด Cyberpunk เราต้องไปอยู่ในจุดที่มันเกิด” การที่ทีมงานหลักย้ายไปอยู่ที่สหรัฐฯ จะช่วยให้การออกแบบสังคม วัฒนธรรม และสถาปัตยกรรมในเกมมีความลึกซึ้งและถูกต้องตามบริบทของโลกอนาคตที่ Mike Pondsmith วางไว้มากขึ้น

4. Unreal Engine 5 กับการทิ้ง REDengine ไว้เบื้องหลัง

การเปลี่ยนผ่านจาก REDengine ไปสู่ Unreal Engine 5 (UE5) คือการตัดสินใจเชิงกลยุทธ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของสตูดิโอ Paweł Sasko อธิบายว่าแทนที่จะเสียเวลาสร้าง “ล้อ” (Engine) ขึ้นมาใหม่ทุกครั้ง พวกเขาเลือกที่จะใช้เครื่องมือมาตรฐานอุตสาหกรรมเพื่อโฟกัสไปที่ “เนื้อหา” (Content)

ด้วยเทคโนโลยี Nanite และ Lumen ของ UE5 ทีมงานจะสามารถสร้างโลกที่ไร้รอยต่อ (Seamless World) และระบบฝูงชน (Crowd System) ที่มีความซับซ้อนและมีปฏิกิริยาโต้ตอบได้ดีที่สุดเท่าที่เคยมีมา อย่างไรก็ตาม CDPR ไม่ได้ใช้ UE5 แบบเพียวๆ แต่พวกเขากำลังร่วมมือกับ Epic Games เพื่อนำฟีเจอร์เด่นๆ ของ REDengine ที่ Unreal ยังทำได้ไม่ดีพอ มาปรับแต่งเข้าด้วยกัน

5. ระบบ Multiplayer: สิ่งที่ขาดหายไปกำลังจะกลับมา

หนึ่งในข้อมูลที่น่าตื่นเต้นที่สุดจากรายงานของนักวิเคราะห์คือ Cyberpunk 2 จะมาพร้อมกับโหมด Multiplayer ตั้งแต่วันแรก นี่เป็นการแก้ตัวจากภาคแรกที่ต้องยกเลิกระบบออนไลน์ไปเนื่องจากปัญหาทางเทคนิคในขณะนั้น การใส่ระบบออนไลน์เข้ามาจะช่วยเพิ่มอายุขัยของเกม (Long-term engagement) และสร้างรายได้ต่อเนื่อง (Live Service elements) ซึ่งจะช่วยชดเชยงบประมาณการสร้างที่สูงถึง 419 ล้านดอลลาร์ได้

หัวข้อ รายละเอียด
งบประมาณคาดการณ์ 419 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท)
กำหนดการเปิดตัว ไตรมาสที่ 4 ปี 2030 (ฉลองครบรอบ 10 ปี)
เอนจิ้นพัฒนา Unreal Engine 5 (UE5)
ระบบออนไลน์ รองรับ Multiplayer ตั้งแต่วันแรก
สตูดิโอหลัก Boston & Vancouver, North America
แหล่งอ้างอิง TechPowerUp

GameTonix Insight

การวางเป้าหมายไว้ที่ปี 2030 แสดงให้เห็นว่า CDPR ไม่ต้องการ “ก้าวพลาด” แบบเดิมอีกครับ การใช้งบประมาณที่สูงขึ้นและการขยายทีมสู่สหรัฐฯ คือการเดิมพันครั้งใหญ่ที่คุ้มค่า Cyberpunk 2™ Keeps Getting Better… ในฐานะเกมเมอร์ การรอคอยอีก 4-5 ปีอาจจะดูนาน แต่ถ้ามันหมายถึงการได้สัมผัสโลก Cyberpunk ที่สมบูรณ์แบบไร้ที่ติเหมือนที่ Phantom Liberty ทำได้ ผมเชื่อว่ามันคือการรอคอยที่คุ้มค่าที่สุดในประวัติศาสตร์วงการเกมครับ

GameTonix Ads Banner 970x250