กลายเป็นข่าวช็อกวงการส่งท้ายสัปดาห์ครับ เมื่อ Julian Gerighty โปรดิวเซอร์ระดับบริหารผู้เป็นหน้าตาของซีรีส์ The Division ประกาศลาออกจาก Ubisoft Massive เพื่อไปรับตำแหน่งใหม่ที่ DICE (สตูดิโอผู้สร้าง Battlefield) ท่ามกลางความกังวลของแฟนๆ ว่าโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่อย่าง The Division 3 จะได้รับผลกระทบหรือไม่ ล่าสุดทาง Ubisoft ได้ออกมาสยบข่าวลือทันทีว่าทีมงานยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเกมนี้อย่างเต็มที่และสถานะของเกมยังคงแข็งแกร่งเช่นเดิมครับ
การอำลาของแม่ทัพใหญ่: Julian Gerighty กับก้าวใหม่ที่ DICE
Julian Gerighty ถือเป็นบุคคลสำคัญที่อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของซีรีส์นี้มานานกว่า 12 ปี โดยเขาเคยทำหน้าที่เป็น Creative Director ในภาค 1 และ 2 รวมถึงเป็นหัวเรือใหญ่ของเกม Star Wars Outlaws (ที่วางขายไปในปี 2567) การย้ายไปร่วมงานกับ EA’s Battlefield Studios (DICE) ในครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนผ่านครั้งสำคัญ โดย Julian ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียว่า “ถึงเวลาที่ผมต้องเก็บกระเป๋าคู่ใจ (แต่ยังเก็บนาฬิกาไว้นะ) เพื่อไปผจญภัยครั้งใหม่” ซึ่งเป็นการสื่อถึงสัญลักษณ์ของเหล่า Agent ในเกมที่เป็นเอกลักษณ์ครับ
Once an Agent, always an Agent. We’re thankful for everything you gave this universe. You’ll always be part of it. Good luck at @EA_DICE, @jgerighty 🧡 pic.twitter.com/QlzuV4XtVV
— Massive Entertainment - A Ubisoft Studio 🎮 (@UbiMassive) January 16, 2026
Agents!
— Julian Gerighty (@jgerighty) January 16, 2026
Quick update from the Base Of Operations:
It's time for me to hang up my go bag (keeping the watch) as I go on another grand adventure.
The Division future burns bright, and I can't wait for you to discover what the teams have been working on.
Long live The Division…
คำมั่นสัญญาจาก Ubisoft: “อย่ากังวล” ทีมงานเดิมยังอยู่ครบ
หลังจากข่าวการลาออกเผยแพร่ออกไป Massive Entertainment ได้รีบออกมาให้ความมั่นใจกับผู้เล่นว่า “สำหรับเหล่า Agent ทั้งหลาย ไม่ต้องกังวล ทีมงานที่ร่วมสร้างโลกนี้มากับ Julian ยังคงอยู่ที่นี่” โดย Ubisoft ยืนยันว่าการพัฒนาเกมในจักรวาลนี้ ทั้ง The Division 3, The Division 2, และภาคบนมือถืออย่าง Resurgence จะยังคงดำเนินต่อไปตามแผนงานเดิมที่วางไว้ และความมุ่งมั่นที่มีต่อแฟนเกมจะไม่เปลี่ยนแปลงอย่างแน่นอนครับ
อัปเดตความคืบหน้า The Division 3: ว่าที่สัตว์ร้ายตัวใหม่แห่งวงการ
ก่อนการประกาศลาออกเพียงหนึ่งสัปดาห์ Julian ได้ให้สัมภาษณ์ในงาน New Game+ Showcase 2026 ว่า The Division 3 กำลังอยู่ในขั้นตอนการผลิตและ “กำลังกลายร่างเป็นสัตว์ร้าย (Shaping up to be a monster)” เขาเชื่อมั่นว่าตัวเกมภาคต่อนี้จะสร้างแรงกระเพื่อมและมีอิมแพ็คต่อวงการเกมได้เทียบเท่ากับสิ่งที่ภาคแรกเคยทำไว้ในปี 2559 ซึ่งถือเป็นการประกาศกร้าวที่ทำให้แฟนๆ ตั้งความหวังไว้สูงมากสำหรับภาคจบของไตรภาคนี้ครับ
พลวัตที่เปลี่ยนไป: การปรับโครงสร้างองค์กรและความท้าทาย
การลาออกของ Julian เกิดขึ้นในช่วงเวลาที่ Ubisoft กำลังมีการปรับโครงสร้างองค์กรครั้งใหญ่ รวมถึงการประกาศลดพนักงาน (Layoffs) ในสตูดิโอ Massive และ Ubisoft Stockholm เมื่อช่วงกลางเดือนมกราคมที่ผ่านมา แม้ทางบริษัทจะระบุว่าการจากลาครั้งนี้เป็นไปด้วยดีและไม่เกี่ยวข้องกับการเลิกจ้าง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าความเปลี่ยนแปลงในระดับผู้นำท่ามกลางสถานการณ์ที่ตึงเครียดเช่นนี้ คือความท้าทายที่ Massive Entertainment ต้องพิสูจน์ฝีมือให้เห็นในผลงานถัดไปครับ
บทสรุป: อนาคตที่ยังคงสดใสของจักรวาล Tom Clancy
แม้จะเสียบุคลากรระดับหัวกะทิไป แต่ทิศทางของ The Division 3 ยังคงชัดเจนภายใต้การนำของทีมพัฒนาชุดเดิมที่มีประสบการณ์สูง คาดว่าเราจะได้เห็นข้อมูลเบื้องต้นหรือตัวอย่างแรกของเกมในช่วงปี 2569 นี้ โดยราคาจำหน่าย Standard Edition คาดว่าจะอยู่ที่ $69.99 หรือประมาณ 2,450 บาทไทย ตามมาตรฐานเกม AAA ยุคปัจจุบัน ซึ่งแฟนๆ ต้องคอยจับตาดูว่าภายใต้การนำของหัวเรือคนใหม่ ซีรีส์นี้จะยังคงรักษาเสน่ห์และความเข้มข้นไว้ได้หรือไม่ครับ
| ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|
| สถานะการพัฒนา | Active Production (อยู่ระหว่างการพัฒนา) |
| การเปลี่ยนแปลงผู้นำ | Julian Gerighty ย้ายไป DICE (EA) |
| สตูดิโอผู้รับผิดชอบ | Massive Entertainment (Ubisoft) |
| ราคาโดยประมาณ | $69.99 (ประมาณ 2,450 บาท) |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt |
GameTonix Insight
ในมุมมองของผม การลาออกของ Julian Gerighty ไปร่วมงานกับ DICE เพื่อพัฒนา Battlefield ภาคใหม่ (ที่น่าจะเป็นคู่แข่งโดยตรงในบางแง่มุม) คือเรื่องที่น่าสนใจมากครับ แม้ Ubisoft จะพยายามบอกว่า “ไม่ต้องห่วง” แต่การเสีย Creative Brain ที่อยู่กับซีรีส์มาตั้งแต่วันแรกย่อมส่งผลกระทบต่อวิสัยทัศน์ในระยะยาวแน่นอน อย่างไรก็ตาม การที่ The Division 3 ถูกขนานนามว่าเป็น “Monster” แสดงว่าโครงสร้างพื้นฐานของเกมอาจจะถูกวางไว้แข็งแกร่งพอที่ทีมงานจะสานต่อได้โดยไม่หลงทิศครับ


