แบรนด์อุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชื่อดังอย่าง be quiet! ที่เราคุ้นเคยกับพัดลมและเคสเสียงเงียบ ได้ฤกษ์รุกตลาดอุปกรณ์ต่อพ่วงอย่างเต็มตัวด้วยการเปิดตัวเมาส์เกมมิ่งรุ่นแรกในตระกูล Dark Perk โดยมาพร้อมกันสองรุ่นคือ Dark Perk Ergo และ Dark Perk Sym ชูจุดเด่นที่น้ำหนักเบาเพียง 55 กรัม และเทคโนโลยีการเชื่อมต่อที่รองรับ Polling Rate สูงถึง 8,000 Hz ทั้งแบบมีสายและไร้สาย พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2569 นี้ครับ
สัมผัสความแม่นยำและดีไซน์จากเยอรมนี
be quiet! เปิดตัวเมาส์เกมมิ่งรุ่น Dark Peak ที่เน้นความเบาเป็นพิเศษเพียง 55 กรัม เพื่อการเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและแม่นยำระดับโปร ภายในอัดแน่นด้วยสเปกเซนเซอร์ความละเอียด 30,000 DPI และรองรับ Polling Rate สูงสุดถึง 8,000Hz เพื่อการตอบสนองที่ฉับไวไร้ดีเลย์ ตัวเมาส์มีการออกแบบส่วนเชื่อมต่อสายให้เชิดขึ้นเพื่อลดแรงเสียดทานและการลากพื้นโต๊ะ ช่วยให้ทุกจังหวะการสะบัดเมาส์ลื่นไหลไม่มีสะดุด สามารถปรับแต่งค่าปุ่มและไฟ RGB ได้อย่างละเอียดผ่านซอฟต์แวร์ iO Center เพื่อให้ทำงานร่วมกับอุปกรณ์อื่นในระบบได้อย่างสมบูรณ์แบบ
ดีไซน์สองสไตล์เพื่อการจับที่สมบูรณ์แบบ
be quiet! เข้าใจถึงความถนัดที่แตกต่างกันของผู้เล่น จึงส่งเมาส์ออกมาสองรูปทรงครับ รุ่น Dark Perk Ergo ถูกออกแบบมาตามหลักสรีรศาสตร์เพื่อรองรับการใช้งานด้วยมือขวาโดยเฉพาะ ช่วยลดความเมื่อยล้าเมื่อต้องใช้งานเป็นเวลานาน ส่วนรุ่น Dark Perk Sym มาในรูปทรงสมมาตร (Symmetrical) ที่รองรับทั้งผู้ที่ถนัดมือซ้ายและมือขวา มอบความคล่องตัวในการสะบัดเมาส์ได้อย่างอิสระครับ
น้ำหนักเบาเป็นพิเศษและความทนทานระดับพรีเมียม
เมาส์ทั้งสองรุ่นมีน้ำหนักที่เบาเพียง 55 กรัม ซึ่งถือว่าอยู่ในกลุ่มแนวหน้าของเมาส์เกมมิ่งสาย Speed ในปัจจุบัน แม้จะเบาแต่ be quiet! ยังคงเลือกใช้วัสดุที่แข็งแรงทนทาน พร้อมติดตั้งสวิตช์แบบ Optical จาก Omron ที่มีความแม่นยำสูงและตอบสนองได้รวดเร็ว ช่วยตัดปัญหาเรื่องอาการคลิกเบิ้ลที่เกมเมอร์กังวลออกไปได้เลยครับ
ขีดสุดของเทคโนโลยี 8,000 Hz Polling Rate
หัวใจสำคัญของ Dark Perk คือการรองรับ Polling Rate สูงถึง 8,000 Hz ซึ่งสามารถทำได้ทั้งการเชื่อมต่อแบบใช้สายและไร้สาย เทคโนโลยีนี้จะช่วยให้การส่งข้อมูลตำแหน่งเมาส์ไปยังคอมพิวเตอร์มีความถี่สูงกว่าเมาส์ทั่วไปถึง 8 เท่า ลดความหน่วง (Latency) ได้อย่างมหาศาล ผสานกับเซนเซอร์ความละเอียด 32,000 DPI ที่ช่วยให้ทุกการเคลื่อนไหวแม่นยำครับ
แบตเตอรี่อึดและการปรับแต่งผ่านซอฟต์แวร์ IO Center
สำหรับการใช้งานแบบไร้สาย เมาส์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานถึง 100 ชั่วโมงต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ผู้เล่นยังสามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้อย่างละเอียดผ่านซอฟต์แวร์ be quiet! IO Center ไม่ว่าจะเป็นการตั้งค่ามาโคร, การปรับระดับ DPI หรือการปรับจูน Polling Rate ให้เหมาะสมกับสไตล์การเล่นของตัวเองครับ
วันวางจำหน่ายและราคาเปิดตัวในระดับสากล
เมาส์ทั้งสองรุ่นมีกำหนดการวางจำหน่ายพร้อมกันทั่วโลกในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ปี 2569 นี้ โดยเปิดตัวมาที่ราคา 109.90 ดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 3,900 – 4,000 บาท ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่แข่งขันได้ในตลาดเมาส์เกมมิ่งระดับไฮเอนด์ที่มาพร้อมเทคโนโลยี 8,000 Hz และน้ำหนักที่เบาเป็นพิเศษครับ
ข้อมูลสรุปเมาส์เกมมิ่ง be quiet! Dark Perk
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| รุ่นที่วางจำหน่าย | Dark Perk Ergo และ Dark Perk Sym |
| น้ำหนักตัวเมาส์ | 55 กรัม |
| ความละเอียดเซนเซอร์ | 32,000 DPI |
| อัตรา Polling Rate | สูงสุด 8,000 Hz (Wired & Wireless) |
| สวิตช์ปุ่มกด | Omron Optical Switches |
| อายุการใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 100 ชั่วโมง |
| วันวางจำหน่าย | 3 กุมภาพันธ์ 2569 |
| ราคาโดยประมาณ | 3,900 – 4,000 บาท (109.90 ดอลลาร์สหรัฐ) |
| แหล่งอ้างอิง | TechPowerUp / be quiet! |
GameTonix Insight
นี่คือก้าวสำคัญของ be quiet! ที่น่าสนใจมากครับ การที่แบรนด์ที่ขึ้นชื่อเรื่องความเงียบกระโดดลงมาเล่นตลาดเมาส์เกมมิ่งสเปกไฮเอนด์แสดงให้เห็นถึงความพร้อมในการเป็นแบรนด์แบบครบวงจร แม้ราคาที่เปิดตัวมาจะดูสูงเมื่อเทียบกับคู่แข่งบางเจ้า แต่ด้วยชื่อชั้นงานประกอบมาตรฐานเยอรมันและการรองรับ 8k Wireless ก็น่าจะดึงดูดใจเกมเมอร์ที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุดได้ไม่ยากครับ


