Dusty Welch CEO ของ Wildlight Entertainment ออกมาให้สัมภาษณ์กับ Bloomberg เกี่ยวกับความผิดพลาดในการสื่อสาร โดยเขายังคงตั้งคำถามกับตัวเองว่าการเลือกเปิดตัวเกม Highguard ในงาน The Game Awards (TGA) เมื่อปีที่ผ่านมานั้นเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องหรือไม่ ท่ามกลางสถานการณ์ที่ยอดผู้เล่นบน Steam ดิ่งลงอย่างรวดเร็วและเสียงวิจารณ์เชิงลบจากคอมมูนิตี้หลังเกมวางจำหน่ายได้เพียงหนึ่งสัปดาห์
ยอมรับความผิดพลาด: เทรลเลอร์ที่ไม่โดนใจผู้เล่น
Welch ออกมายืนยันอย่างตรงไปตรงมาว่าสตูดิโอทำผลงานในส่วนของเทรลเลอร์เปิดตัวได้ไม่ดีพอ โดยเขาระบุว่า “เราไม่ได้ทำหน้าที่ได้ดีกับเทรลเลอร์ของเรา และเราขอน้อมรับผิดในจุดนั้น” ซึ่งการเปิดตัวที่ล้มเหลวในการนำเสนอจุดเด่นของเกม PvP Raid Shooter ทำให้ภาพลักษณ์ของเกมเสียหายตั้งแต่วันแรกที่เปิดเผยข้อมูล
ข้อถกเถียงเรื่อง TGA: เวทีใหญ่ที่มาพร้อมกระแสความเป็นพิษ
มีข้อมูลระบุว่าเดิมทีทีมงานตั้งใจจะใช้วิธี Shadow Drop หรือเปิดให้เล่นทันทีหลังเปิดตัว แต่การที่เกมถูกจัดให้อยู่ในสล็อตสุดท้ายของงาน The Game Awards กลับกลายเป็นดาบสองคม Welch ระบุว่าเขาจะยังคงถามตัวเองต่อไปว่านั่นคือทางเลือกที่ดีที่สุดหรือไม่ เพราะกระแสความเป็นพิษ (Toxicity) ที่ตามมานั้นรุนแรงและจัดการได้ยาก
ตัวเลขที่น่ากังวล: ยอดผู้เล่นร่วงลงอย่างต่อเนื่อง
แม้จะมียอดผู้เล่นพร้อมกัน (Concurrent Players) บน Steam สูงถึง 97,249 คนในช่วงเปิดตัว แต่ภายในเวลาไม่ถึงสัปดาห์ ตัวเลขกลับลดลงอย่างรวดเร็วจนเหลือไม่ถึง 13,200 คนในรอบ 24 ชั่วโมงล่าสุด ปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ (Performance), บั๊ก และคิวเซิร์ฟเวอร์ในช่วงแรกคือสาเหตุสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นหายไปอย่างมหาศาล
เสียงวิจารณ์ด้านระบบเกม: แผนที่กว้างเกินไปและขาดสีสัน
ตัวเกมได้รับคำวิจารณ์อย่างหนักว่าแผนที่สำหรับการเล่นแบบ 3v3 นั้นมีขนาดใหญ่เกินไป ทำให้จังหวะการปะทะขาดความต่อเนื่อง นอกจากนี้ ระบบการขุดแร่ Vesper ยังถูกมองว่าน่าเบื่อและควรจะมีองค์ประกอบของ PvE เข้ามาช่วยเสริมมากกว่าการเน้นแค่การยิงกันเพียงอย่างเดียว ส่งผลให้คะแนนรีวิวบน Steam ปัจจุบันอยู่ที่ระดับ “Mixed” เท่านั้น
แผนการกู้ชีพ: โหมด 5v5 และการปรับปรุงตามโรดแมป
เพื่อพยายามรักษาฐานผู้เล่น ทีมงานได้ตัดสินใจปล่อยโหมดทดลอง 5v5 เข้ามาในช่วงสุดสัปดาห์เพื่อวัดกระแสตอบรับ พร้อมกับแผนการอัปเดตตามโรดแมปประจำปีที่จะมีการเพิ่ม Warden ตัวใหม่, ฐานทัพ, แผนที่ และอาวุธใหม่ๆ รวมถึงการปรับปรุงแอนิเมชันและเพิ่มฟีเจอร์เปิด-ปิด Motion Blur เพื่อยกระดับประสบการณ์การเล่นให้ดีขึ้น
สรุปสถานการณ์ปัจจุบันของ Highguard (กุมภาพันธ์ 2026)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดและสถานะปัจจุบัน |
| ยอดผู้เล่นสูงสุด (Launch) | 97,249 คน (Steam) |
| ยอดผู้เล่นล่าสุด (24-hr Peak) | ต่ำกว่า 13,200 คน |
| สถานะรีวิวบน Steam | Mixed (42% แนะนำให้เล่น) |
| ประเด็นดราม่าหลัก | คุณภาพของเทรลเลอร์และการเปิดตัวใน TGA |
| การแก้ไขล่าสุด | เพิ่ม Playlist 5v5 (Limited-time) และปรับสมดุลแอนิเมชัน |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt: Highguard CEO Comments |
GameTonix Insight
นี่คือตัวอย่างของการสื่อสารที่ผิดพลาด (Miscommunication) ตั้งแต่เริ่มต้น การเปิดตัวในงานใหญ่อย่าง The Game Awards โดยที่ Trailer ยังไม่สามารถดึงเสน่ห์ของเกมออกมาได้จริง คือการฆ่าตัวตายกลางที่แจ้ง ยอดผู้เล่นที่หายไปเกือบแสนเหลือหมื่นต้นๆ ภายในสัปดาห์เดียวคือสัญญาณเตือนภัยที่รุนแรง การเปลี่ยนมาเน้นโหมด 5v5 และเพิ่ม PvE อาจเป็นทางออกสุดท้ายที่ช่วยให้ Highguard กลับมามีที่ยืนในตลาด Shooter ได้


