ตำนานนักล่าไดโนเสาร์ระดับไอคอนิกกำลังจะกลับมาเขย่าขวัญอีกครั้ง! Saber Interactive ประกาศกลางรายการ Nintendo Direct: Partner Showcase เมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2569 ว่าโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่ Turok: Origins จะพอร์ตลงเครื่อง Nintendo Switch 2 อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดวางจำหน่ายในช่วง ใบไม้ร่วง (Fall) ปี 2569 นี้ พร้อมขนทัพความมันส์ทั้งการเล่นแบบ Solo และ Co-op ยกระดับงานภาพและระบบเกมเพลย์สู่ยุค Next-gen เต็มรูปแบบบนทุกแพลตฟอร์ม
ปฐมบทการออกล่าในดินแดนสาบสูญ
ตัวอย่างล่าสุดที่เผยให้เห็นเกมเพลย์สุดระทึกในดินแดน Lost Lands โชว์การสลับมุมมองระหว่าง FPS และ Third-person ที่ลื่นไหล รวมถึงการเผชิญหน้ากับไดโนเสาร์ขนาดยักษ์และภัยคุกคามจากเอเลี่ยน Xenia ที่จะมาทดสอบทักษะการเอาชีวิตรอดของคุณ
ย้อนรอยต้นกำเนิด Order of the Turok
Turok: Origins ไม่ได้เป็นเพียงภาคต่อทั่วไป แต่ทำหน้าที่เป็น Narrative Prequel (ภาคก่อน) ที่จะพานักเล่นเกมดิ่งลึกสู่ปฐมบทของตระกูล Turok ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นนักรบพื้นเมืองผู้กล้าหาญจาก “Order of the Turok” ที่ต้องทำหน้าที่ปกป้องโลกจากทั้งสัตว์ดึกดำบรรพ์และเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนต่างดาว การกลับมาครั้งนี้เป็นการรื้อฟื้นเสน่ห์จากยุค N64 มาตีความใหม่ผ่านเทคโนโลยี Unreal Engine 5 ทำให้ดินแดน Lost Lands ดูขลังและอันตรายกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา
ระบบ DNA Powers: วิวัฒนาการชุดเกราะแบบ Real-time
จุดเปลี่ยนสำคัญของเกมเพลย์ในภาคนี้คือระบบ DNA Powers ผู้เล่นสามารถสกัด DNA จากศัตรูที่ล้มลงหรือจากสภาพแวดล้อมเพื่อนำมาอัปเกรด “Mantle” หรือชุดเกราะชีวภาพ (Biomorphic Suit) ได้ในทันที การอัปเกรดนี้ไม่ได้เปลี่ยนแค่ความสามารถ (EchoSyncs) แต่ยังเปลี่ยนรูปลักษณ์ภายนอกของชุดเกราะให้ดูดุดันและทรงพลังยิ่งขึ้นตามสไตล์การเล่นของคุณ ช่วยเพิ่มมิติในการพัฒนาตัวละครให้ลึกซึ้งกว่าเดิม
อิสระแห่งมุมมอง: สลับ FPS และ Third-person ได้ตามใจ
Saber Interactive เอาใจแฟนเกมทุกสายด้วยฟีเจอร์การสลับมุมมองระหว่าง First-person (มุมมองบุคคลที่หนึ่ง) และ Third-person (มุมมองบุคคลที่สาม) ได้อย่างอิสระตลอดเวลา ทีมพัฒนาได้ออกแบบระบบการควบคุมทั้งสองแบบแยกจากกันเพื่อให้มั่นใจว่าความรู้สึกในการยิงและการเคลื่อนไหวจะยอดเยี่ยมที่สุดในทุกมุมมอง ไม่ว่าคุณจะชอบความสมจริงแบบยิงเองกับมือ หรือชอบการกระโดดข้ามแพลตฟอร์มที่เห็นตัวละครชัดๆ
แท็กทีม 3 ผู้เล่น: 3 คลาสยอดนักล่าแห่ง Lost Lands
ในภาค Origins นี้ความเหงาจะหายไปเพราะตัวเกมเน้นย้ำระบบ 3-Player Co-op (เล่นร่วมกันได้สูงสุด 3 คน) โดยแบ่งตัวละครออกเป็น 3 คลาสหลักที่มีทักษะต่างกัน ได้แก่ Raven, Cougar และ Bison แต่ละคลาสจะมี Skill Tree เฉพาะตัวที่ส่งเสริมซึ่งกันและกัน ทำให้การออกล่าไดโนเสาร์ระดับบอสที่รุกรานทั้งบนบก ในน้ำ และบนฟ้า ต้องอาศัยการวางแผนและการทำงานเป็นทีมมากกว่าภาคไหนๆ
คลังแสงสุดล้ำข้ามกาลเวลา
การต่อกรกับเอเลี่ยนและไดโนเสาร์ต้องอาศัยอาวุธที่เหนือชั้น ผู้เล่นจะได้ปลดล็อกและอัปเกรดคลังแสงที่มีตั้งแต่ธนูที่เป็นเอกลักษณ์ของซีรีส์ ไปจนถึงอาวุธล้ำสมัยอย่าง Plasma Rifles, Ray Guns และอาวุธระยะประชิด (Melee) ที่ถูกปรับจูนมาอย่างดี อาวุธแต่ละชนิดสามารถปรับแต่ง (Customize) ได้ผ่านชิ้นส่วนที่คุณหาได้ระหว่างสำรวจโลกที่กว้างใหญ่ ตั้งแต่ป่าทึบไปจนถึงวิหารโบราณและหุบเขาอันรกร้าง
สรุปข้อมูล Turok: Origins (เวอร์ชันปี 2026)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| ประเภทเกม | Sci-fi Action Shooter (FPS/TPS) |
| ผู้พัฒนา / จัดจำหน่าย | Saber Interactive |
| แพลตฟอร์ม | Nintendo Switch 2, PS5, Xbox Series X/S, PC |
| วันวางจำหน่าย | ใบไม้ร่วง 2569 (Fall 2026) |
| จำนวนผู้เล่น | 1 – 3 คน (Online Co-op) |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu |
GameTonix Insight
การที่ Saber Interactive นำ Turok กลับมาสู่บ้านเก่าอย่างคอนโซล Nintendo ถือเป็นเรื่องที่ “Right Place, Right Time” มากๆ ครับ เพราะแฟนๆ รุ่นเก่ายังมีความทรงจำที่ดีกับภาค N64 อยู่เสมอ การเปลี่ยนมาใช้รูปแบบ Extraction-style shooter หรือ Co-op แบบคลาส จะช่วยให้เกมนี้มีความสดใหม่และยืนระยะได้นานขึ้นในตลาดยุค 2026 หากพวกเขารักษาระดับความดิบเถื่อนของการปะทะกับไดโนเสาร์ไว้ได้ดี Turok: Origins จะเป็นม้ามืดที่น่ากลัวที่สุดในช่วงปลายปีนี้แน่นอน


