ความบ้าคลั่งครั้งใหม่เริ่มขึ้นแล้ว! Remedy Entertainment ปล่อยเทรลเลอร์เกมเพลย์ล่าสุดของ Control Resonant (หรือ Control 2) กลางงาน State of Play โชว์ขุมพลังกราฟิกบนเครื่อง PS5 Pro ที่เนรมิตเกาะแมนฮัตตันให้กลายเป็นสมรภูมิเหนือธรรมชาติสุดตระการตา ภาคนี้เราจะได้รับบทเป็น Dylan Faden ที่ต้องออกสำรวจเขต West Incursion Zone เพื่อยับยั้งวิกฤตการณ์ที่กำลังทำลายมิติความจริง ตัวเกมเปลี่ยนโฉมสู่ Action-RPG เต็มตัว พร้อมอาวุธใหม่สุดล้ำ “The Aberrant” และระบบฟิสิกส์ที่บิดเบี้ยวเกินคาดเดา เตรียมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในปี 2569 ครับ
เมื่อความจริงแตกสลายกลางแมนฮัตตัน
รับชมความล้ำของระบบการต่อสู้และความสวยงามของโลกที่พังทลายผ่านเอนจิ้น Northlight โชว์การสลับรูปร่างอาวุธและการเคลื่อนที่ในพื้นที่ไร้แรงโน้มถ่วงแบบ Real-time
มหานครแมนฮัตตันที่พังทลาย: สำรวจเขต West Incursion Zone
ลืมภาพอาคาร Oldest House ที่คุ้นเคยไปได้เลยครับ เพราะใน Control Resonant สมรภูมิได้ขยายวงกว้างออกมาสู่ใจกลางแมนฮัตตัน ผู้เล่นจะได้สำรวจเขต West Incursion Zone พื้นที่ขนาดใหญ่ (Expansive Zones) ที่เต็มไปด้วยภารกิจรองและความลับที่ซ่อนอยู่ บรรยากาศของเมืองถูกบิดเบือนด้วยพลังงานปริศนาจนตึกระฟ้าและถนนหนทางพับม้วนเข้าหากัน สร้างทัศนียภาพที่ทั้งงดงามและน่าสะพรึงกลัวในคราวเดียว ถือเป็นการยกระดับงานดีไซน์ของ Remedy ไปอีกขั้น
การกลับมาของ Dylan Faden: ภารกิจตามหา Jesse และการไถ่บาป
เนื้อเรื่องภาคนี้เปลี่ยนมุมมองมาที่ Dylan Faden น้องชายของ Jesse (นางเอกภาคแรก) ที่ถูกปล่อยตัวจากการกักกันเพื่อมารับมือกับวิกฤตการณ์ครั้งใหญ่ Dylan ต้องใช้พลังเหนือธรรมชาติที่เขามีเพื่อออกตามหาพี่สาวที่หายตัวไปท่ามกลางความวุ่นวาย การเดินทางครั้งนี้ไม่ใช่แค่การกู้โลก แต่ยังเป็นการค้นหาตัวตนและการไถ่บาปจากอดีตที่เคยถูกบงการโดยสิ่งมีชีวิตต่างมิติ ซึ่งจะมีความเข้มข้นทางอารมณ์และลึกลับซับซ้อนตามสไตล์ Remedy แน่นอน
The Aberrant: อาวุธมีชีวิตที่เปลี่ยนรูปร่างได้ดั่งใจ
หัวใจหลักของการต่อสู้ในภาคนี้คือ The Aberrant อาวุธประชิดมีชีวิตที่สามารถเปลี่ยนรูปร่างได้ทันทีตามสถานการณ์ ในเทรลเลอร์โชว์ให้เห็นการเปลี่ยนจากดาบคู่ที่รวดเร็ว (Dual Blades) กลายเป็นค้อนยักษ์ที่ทรงพลัง (Sledgehammer) หรือแม้แต่กรงเล็บสังหาร ระบบนี้ถูกออกแบบมาเพื่อส่งเสริมการเล่นแบบ Action-RPG ที่ลึกซึ้ง ผู้เล่นสามารถอัปเกรดและปรับแต่งรูปแบบการโจมตีให้เข้ากับสไตล์ของตัวเองได้อย่างอิสระ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นพลังโจมตีประชิดหรือการผสมผสานเวทมนตร์
กฎฟิสิกส์ที่ไร้ความหมาย: ระบบ Shift และ Gravity Anomalies
ความโดดเด่นของภาคนี้คือการนำ “แรงโน้มถ่วง” มาเป็นส่วนหนึ่งของเกมเพลย์อย่างเต็มตัว Dylan มีทักษะ Shift ที่ช่วยให้เขาสามารถเปลี่ยนจุดศูนย์กลางแรงโน้มถ่วงของตัวเองเพื่อไปเดินบนกำแพงหรือเพดานตึกได้ ในพื้นที่ที่เรียกว่า Gravity Anomalies กฎฟิสิกส์ปกติจะใช้ไม่ได้ผล ถนนอาจจะลอยอยู่เหนือหัวหรือตึกอาจจะตั้งเอียง 90 องศา ผู้เล่นต้องใช้การเคลื่อนที่ในมิติที่บิดเบี้ยวนี้เพื่อหาทางไปต่อและสร้างความได้เปรียบในการต่อสู้ที่รวดเร็วฉับไว
เผชิญหน้าเหล่า Resonants: พิชิตบอสเพื่อรับพลังมหาศาล
ศัตรูระดับบอสในภาคนี้ถูกเรียกว่า Resonants ซึ่งเป็นซากวิญญาณของผู้มีพลังเหนือธรรมชาติที่ถูกกลืนกินโดยขุมพลังปริศนา การเอาชนะบอสเหล่านี้ไม่ใช่แค่การผ่านด่าน แต่คือการดึงเอาพลังของพวกมันมาเป็นของตัวเอง เมื่อ Dylan กำจัด Resonant ได้ เขาจะได้รับพลังความสามารถใหม่ๆ (Combat Abilities) ที่จะช่วยขยายขีดความสามารถในการต่อสู้ให้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ระบบนี้จะสร้างความท้าทายที่คุ้มค่าและทำให้ผู้เล่นรู้สึกถึงพัฒนาการของตัวละครอย่างแท้จริง
สรุปข้อมูล Control Resonant
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันวางจำหน่าย | ภายในปี 2569 |
| ผู้พัฒนา / ผู้จัดจำหน่าย | Remedy Entertainment (ร่วมกับ Annapurna) |
| แพลตฟอร์ม | PS5, Xbox Series X |
| แนวเกม | Third-person Action-Adventure RPG |
| จุดเด่นพิเศษ | Dylan Faden เป็นตัวเอก, อาวุธ Aberrant, แผนที่แมนฮัตตัน |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu: Control Resonant Gameplay Reveal |
GameTonix Insight
การเปลี่ยนแนวทางจาก Third-person Shooter มาเป็น Action-RPG เต็มตัวของ Remedy คือความกล้าหาญที่น่าสนใจมากครับ การนำ Dylan มาเป็นตัวเอกแทน Jesse ช่วยขยายมุมมองของโลก Control ให้กว้างขึ้น โดยเฉพาะอาวุธ Aberrant ที่มาแทน Service Weapon จะสร้างมิติการเล่นประชิดที่ดุดันกว่าเดิม ยิ่งผนวกกับระบบแรงโน้มถ่วงที่บิดเบี้ยว ผมเชื่อว่านี่จะเป็นเกมที่โชว์ประสิทธิภาพของเครื่อง PS5 Pro ได้ดีที่สุด และสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมแนว Sci-fi Horror ในปี 2026 อย่างแน่นอนครับ


