เตรียมตัวสัมผัสความสยองขวัญในโลกแห่งศิลปะ Kwalee และสตูดิโอ Clover Bite ประกาศวันวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการของ GRIME II ภาคต่อของเกม Soulslike Metroidvania ยอดนิยม โดยมีกำหนดการบุกตลาดในวันที่ 31 มีนาคม 2569 การกลับมาครั้งนี้ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น “Formless” สิ่งมีชีวิตที่สามารถเลียนแบบรูปร่างและดูดซับความสามารถของศัตรูมาสร้างเป็น “Molds” เพื่อใช้ในการต่อสู้และการสำรวจดินแดนปริศนาแห่งใหม่ที่เต็มไปด้วยวัฒนธรรมแปลกประหลาดและความอันตราย
ปลุกพลังนักล่าจำลองร่าง
รับชมระบบการเล่นล่าสุดที่เผยให้เห็นการต่อสู้สุดดุดันและการใช้พลัง Molds ในการแก้ปริศนา พร้อมงานภาพอันเป็นเอกลักษณ์ที่ได้รับการอัปเกรดให้มีความละเอียดและสวยงามยิ่งขึ้นบนเครื่องเกมยุคใหม่
ระบบ Molds: เปลี่ยนศัตรูให้กลายเป็นอาวุธคู่ใจ
หัวใจหลักของ GRIME II คือความสามารถในการดูดซับศัตรูที่พ่ายแพ้เพื่อสร้างเป็น “Molds” หรือแม่พิมพ์รูปร่างต่างๆ ผู้เล่นสามารถเรียกใช้งาน Molds เหล่านี้เพื่อใช้ท่าโจมตีพิเศษ เช่น การขว้างศัตรู การยิงกระสุนเวทมนตร์ การทำให้ศัตรูติดสถานะมึนงง หรือแม้แต่การอัญเชิญร่างจำลองออกมาช่วยต่อสู้ ระบบนี้ช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างสไตล์การเล่น (Playstyle) ที่หลากหลายและปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์การรบที่ซับซ้อน
ยกระดับการป้องกันด้วยระบบ Parry และ Grasp
ตัวเกมยังคงเอกลักษณ์ของระบบการปัดป้อง (Parry) แต่ได้รับการพัฒนาให้ลุ่มลึกยิ่งขึ้น ผู้เล่นสามารถใช้ “Hand-tendrils” (ระยางค์มือ) ในการปัดป้องการโจมตีจากระยะไกลหรือใช้ในการ “Grasp” เพื่อดึงดูดศัตรูเข้ามาหาตัว นอกจากนี้ยังมีค่าสถานะใหม่อย่าง Pliability ที่ส่งผลโดยตรงต่อความรุนแรงของการปัดป้อง ช่วยให้สายการเล่นที่เน้นการโต้กลับมีความโดดเด่นและทรงพลังมากขึ้นกว่าเดิม
โลกแห่งศิลปะที่มีชีวิต: สำรวจดินแดน Vitromotus
ในภาคนี้ผู้เล่นจะได้ออกสำรวจดินแดนใหม่ที่ชื่อว่า Vitromotus ซึ่งเป็นโลกที่เต็มไปด้วยความลึกลับและซากอารยธรรมโบราณ สถานที่ต่างๆ ถูกออกแบบมาอย่างมีจินตนาการ เช่น พื้นที่ที่ทำจากเล็บทาสีหรือแจกันขนาดยักษ์ แต่ละโซนจะมีวัฒนธรรม ตัวละคร และเรื่องราวที่น่าสนใจให้ผู้เล่นได้ค้นหาผ่านการพูดคุยและการสำรวจเชิงลึก ซึ่งมอบประสบการณ์ที่แตกต่างจากบรรยากาศที่สิ้นหวังในภาคแรก
การต่อสู้กับสภาพแวดล้อม: ใช้ทุกอย่างรอบตัวให้เป็นประโยชน์
นอกจากการใช้อาวุธและเวทมนตร์แล้ว GRIME II ยังเน้นการใช้งานสภาพแวดล้อมในการต่อสู้ (Environmental Combat) ผู้เล่นสามารถล่อศัตรูไปติดกับดัก ใช้สิ่งของในฉากสร้างความเสียหาย หรือทำลายโครงสร้างเพื่อสร้างความได้เปรียบ อย่างไรก็ตาม ศัตรูในภาคนี้ก็มีความฉลาดพอที่จะใช้กลยุทธ์เดียวกันนี้กับผู้เล่นได้เช่นกัน ทำให้ทุกย่างก้าวในหอคอยเต็มไปด้วยความตื่นเต้นและต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ
ประสิทธิภาพระดับ Next-Gen และการรองรับ Switch 2
เพื่อให้มั่นใจว่าผู้เล่นจะได้รับประสบการณ์ที่ลื่นไหลที่สุด ตัวเกมได้รับการพัฒนาบนเทคโนโลยีล่าสุดที่รองรับเฟรมเรตสูงและความละเอียดระดับ 4K บนเครื่อง PlayStation 5 และ Xbox Series X ที่น่าสนใจคือมีการยืนยันการวางจำหน่ายบนเครื่อง Nintendo Switch 2 ตั้งแต่วันแรก โดยจะมีการปรับจูนกราฟิกให้เข้ากับฮาร์ดแวร์ใหม่ของนินเทนโดโดยเฉพาะ เพื่อให้นักเดินทางสายพกพาสามารถไต่หอคอยได้อย่างราบรื่นไม่แพ้เครื่องคอนโซลรุ่นใหญ่
สรุปข้อมูล GRIME II (2569)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันวางจำหน่าย | 31 มีนาคม 2569 |
| แพลตฟอร์ม | PC (Steam), PS5, Xbox Series, Switch 2 |
| ฟีเจอร์เด่น | ระบบ Molds / ระบบ Parry พัฒนาใหม่ / โลกกว้างขวางขึ้น |
| แนวเกม | Action-adventure Metroidvania (Soulslike) |
| ผู้พัฒนา / จัดจำหน่าย | Clover Bite / Kwalee |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu: GRIME II launches March 31 |
GameTonix Insight
การขยับมาวางจำหน่ายในวันที่ 31 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงท้ายของปีงบประมาณ แสดงให้เห็นถึงความมั่นใจของ Kwalee ต่อศักยภาพของตัวเกม การที่ภาคนี้เพิ่มตัวเลือกในระบบการต่อสู้และระบบ Molds ที่ซับซ้อนขึ้น จะช่วยดึงดูดกลุ่มผู้เล่นสาย Hardcore Soulslike ได้ดีกว่าเดิม และการตัดสินใจลงให้ Switch 2 ทันทีถือเป็นยุทธศาสตร์ที่เฉียบคม เพราะเกมแนว Metroidvania มักจะมียอดขายที่แข็งแกร่งมากบนแพลตฟอร์มของนินเทนโด ใครที่ชอบความยากแบบมีสไตล์เตรียมตัวตายซ้ำซากกันได้เลย


