ก้าวกระโดดจากโลกแฟนตาซีสู่มหานครโตเกียวยุคปัจจุบัน Square Enix ผนึกกำลังกับ NHN PlayArt ประกาศวันเปิดให้บริการ Dissidia Duellum: Final Fantasy อย่างเป็นทางการในเดือน มีนาคม 2569 บนระบบ iOS และ Android โดยภาคนี้เป็นการตีความใหม่ของซีรีส์ Dissidia ในรูปแบบ 3v3 Team Boss Battle Arena ที่ให้ผู้เล่นจัดทีมรวมพลังเหล่านักรบในตำนานเพื่อพิชิตบอสขนาดยักษ์ท่ามกลางแสงสีของเมืองหลวงยุคใหม่ พร้อมรองรับระบบการเล่นแบบ Free-to-Play และงานออกแบบตัวละครสุดล้ำโดย Tetsuya Nomura
บทเพลงแห่งการต่อสู้ในเมืองที่ไม่เคยหลับใหล
รับชมวิดีโอเปิดตัว ที่โชว์การรวมตัวของตัวละครเอกอย่าง Cloud และ Lightning ในชุดสตรีทแวร์สุดเท่ พร้อมบรรยากาศการต่อสู้ใจกลางกรุงโตเกียวที่ผสมผสานความทันสมัยเข้ากับพลังเวทมนตร์ได้อย่างลงตัว
รูปแบบการเล่นใหม่: 3v3 Boss Battle Arena ที่เน้นความเร็ว
Dissidia Duellum ฉีกกฎจากเกมต่อสู้ 1v1 แบบเดิมมาเป็นรูปแบบการแข่งกันปราบบอส โดยผู้เล่นจะแบ่งเป็น 2 ทีม ทีมละ 3 คน เข้าสู่สนามรบเพื่อทำแต้มและสร้างความเสียหายใส่บอสตัวเดียวกัน ทีมที่สามารถล้มบอสได้รวดเร็วที่สุดจะเป็นผู้ชนะ ระบบนี้เน้นการทำงานเป็นทีมและการเลือกใช้สกิลที่สอดประสานกันมากกว่าการไล่ฆ่ากันเอง ทำให้จังหวะเกมมีความรวดเร็วและเหมาะสำหรับการเล่นบนมือถือที่จบในเวลาไม่กี่นาที
ระบบ Bravery และ HP Damage: กฎเหล็กที่คุ้นเคยในสมรภูมิใหม่
ตัวเกมยังคงรักษาเอกลักษณ์ของซีรีส์ Dissidia ไว้อย่างครบถ้วนด้วยระบบ Bravery และ HP Damage ผู้เล่นต้องสะสมค่า Bravery จากการโจมตีมอนสเตอร์รอบๆ หรือการขัดจังหวะคู่ต่อสู้ เพื่อนำพลังนั้นมาเปลี่ยนเป็นความเสียหายจริงใส่บอสตัวใหญ่ ยิ่งทีมของคุณสะสม Bravery ได้สูงเท่าไหร่ การโจมตีบอสก็จะยิ่งรุนแรงมากขึ้นเท่านั้น นอกจากนี้ยังมีระบบ Burst Mode ที่หากสะสมพลังได้ครบทีมจะสามารถทำคอมโบต่อเนื่อง เพื่อปลิดชีพศัตรูได้อย่างมหาศาล
เซตติ้งโตเกียวยุคปัจจุบัน: เมื่อเหล่านักรบสวมชุด Streetwear
หนึ่งในจุดที่สร้างความฮือฮาที่สุดคือการตั้งเนื้อเรื่องไว้ใน Modern Tokyo เมื่อคริสตัลยักษ์ปรากฏขึ้นกลางเมืองและอัญเชิญเหล่านักรบจากต่างมิติมาปกป้องโลกจากการรุกรานของอสูรร้าย ส่งผลให้ตัวละครในตำนานอย่าง Cloud, Terra หรือ Zidane ถูกออกแบบใหม่ในชุดที่เข้ากับยุคสมัยปัจจุบันมากขึ้น ผู้เล่นสามารถปรับแต่งเสื้อผ้าเครื่องแต่งกายของฮีโร่ได้หลากหลายรูปแบบ ตั้งแต่ชุดเกราะดั้งเดิมไปจนถึงชุดแฟชั่นทันสมัยที่สะท้อนบุคลิกของแต่ละคน
ระบบสายอาชีพและการพัฒนาตัวละคร: วางกลยุทธ์ผ่าน 4 บทบาทหลัก
เพื่อให้การจัดทีมมีความหลากหลาย ตัวละครแต่ละคนจะถูกแบ่งออกเป็น 4 สาย:
- Melee: เน้นการเข้าปะทะระยะประชิดและทำความเสียหาย Bravery อย่างหนักหน่วง
- Ranged: โจมตีจากระยะไกลเพื่อสนับสนุนทีมและก่อกวนบอส
- Agile: มีความคล่องตัวสูง ใช้ในการเก็บแต้มหรือหลบหลีกการโจมตีที่รุนแรง
- Support: เน้นการฮีลและเพิ่มบัฟให้เพื่อนร่วมทีมเพื่อให้ยืนหยัดต่อสู้ได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังมีระบบการสะสม Memorias หรือภาพความทรงจำจากภาคต่างๆ เพื่อนำมาเสริมพลังและปลดล็อคเนื้อเรื่องพิเศษที่จะพาคุณไปดูชีวิตประจำวันของเหล่านักรบในเมืองหลวง
รางวัลลงทะเบียนล่วงหน้าและระบบ MogPay
Square Enix เปิดให้ผู้สนใจลงทะเบียนล่วงหน้าแล้ววันนี้พร้อมรับรางวัลมากมายที่จะช่วยให้การเริ่มต้นผจญภัยง่ายขึ้น:
- MogPay Points: สกุลเงินพรีเมียมรวม 3,000 แต้ม (เพียงพอสำหรับการสุ่ม Ability Draw 20 ครั้ง)
- Draw Tickets: ตั๋วสำหรับสุ่มหาไอเทมและสกิลรวมกว่า 20 ใบ
- Character Tickets: ตั๋วพิเศษสำหรับปลดล็อคตัวละครที่คุณชื่นชอบได้ทันทีเมื่อครบตามจำนวน
- Exclusive BGM: เพลงประกอบในตำนานจาก Dissidia ภาค PSP และ NT เพื่อใช้เปิดฟังระหว่างต่อสู้
สรุปข้อมูล Dissidia Duellum: Final Fantasy
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันวางจำหน่าย | มีนาคม 2569 |
| แพลตฟอร์ม | iOS (App Store), Android (Google Play) |
| แนวเกม | 3v3 Team Boss Battle Arena |
| รูปแบบการให้บริการ | Free-to-Play (พร้อมระบบซื้อของภายในเกม) |
| ตัวละครชุดแรก | Cloud, Lightning, Terra, Zidane, Rinoa และอื่นๆ |
| ผู้พัฒนา / จัดจำหน่าย | Square Enix / NHN PlayArt |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu: Dissidia Duellum Final Fantasy launches in March |
GameTonix Insight
การเปลี่ยนแนวทางจากเกม Fighting มาเป็น Boss Battle บนมือถือคือการปรับตัวที่น่าสนใจของ Square Enix เพื่อเข้าถึงกลุ่มผู้เล่นวงกว้างมากขึ้น การใช้เซตติ้งโตเกียวสมัยใหม่ไม่เพียงแต่สร้างความแปลกใหม่ แต่ยังเปิดโอกาสในการสร้างรายได้จากระบบ “แฟชั่น” ที่ลุ่มลึกขึ้น หากระบบ Gacha ไม่บีบคั้นผู้เล่นจนเกินไป Dissidia Duellum อาจกลายเป็น Community Hub ใหม่ของแฟน Final Fantasy ที่ต้องการสัมผัสตัวละครโปรดในมุมมองที่ต่างออกไปครับ


