Rebellion Developments ทีมพัฒนาผู้อยู่เบื้องหลังซีรีส์ Sniper Elite และ Atomfall ประกาศเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุดในชื่อ Alien: Deathstorm เกมแนวแอ็กชันสยองขวัญในมุมมองบุคคลที่หนึ่ง (First-person Action Horror) ระหว่างงาน Xbox Partner Preview 2026 โดยตัวเกมจะพาผู้เล่นเดินทางไปยังอาณานิคมนอกโลกที่กำลังล่มสลายจากพายุหายนะและอสุรกายต่างดาว มีกำหนดวางจำหน่ายบน PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC (Steam) ในปี 2027 พร้อมเปิดให้เล่นผ่านระบบ Xbox Game Pass ตั้งแต่วันแรก
การประกาศเปิดตัวอย่างเป็นทางการในงาน Xbox Partner Preview
ในการร่วมงานแถลงข่าวครั้งล่าสุดของ Microsoft ทางค่าย Rebellion Developments ได้ส่งตัวอย่างแรกของ Alien: Deathstorm ออกมาสร้างความตื่นเต้นให้แก่แฟนเกมสายสยองขวัญไซไฟ โปรเจกต์นี้ถือเป็นทิศทางใหม่ของสตูดิโอที่ขยับจากการเน้นการลอบยิงใน Sniper Elite มาสู่การสร้างบรรยากาศที่กดดันและรุนแรงในระดับที่ลุ่มลึกขึ้น ตัวเกมถูกนิยามว่าเป็นลูกผสมที่ลงตัวระหว่างการต่อสู้ที่ดุดันและการสำรวจเพื่อเอาชีวิตรอดท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่คาดเดาไม่ได้ โดยทีมงานยืนยันว่านี่คือทรัพย์สินทางปัญญา (IP) ใหม่ที่จะสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมแนว Action Horror ในปี 2027
บทบาทของ Combat Engineer ในภารกิจกู้ชีพที่ผิดพลาด
ผู้เล่นจะได้รับบทเป็น Combat Engineer เจ้าหน้าที่หน่วยตอบโต้เหตุฉุกเฉินระดับสูงที่มีความเชี่ยวชาญทั้งด้านการรบและการวิศวกรรม โดยคุณถูกส่งตัวไปยังอาณานิคมอันห่างไกลหลังจากที่สัญญาณการติดต่อสื่อสารทั้งหมดขาดหายไปอย่างลึกลับ ภารกิจที่ควรจะเป็นการช่วยเหลือผู้รอดชีวิตกลับกลายเป็นการต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอดในวินาทีต่อวินาที เมื่อคุณพบว่าสถานีแห่งนี้ถูกทำลายจนย่อยยับโดยสิ่งที่เลวร้ายยิ่งกว่าความล้มเหลวของระบบปฏิบัติการ การสืบหาต้นตอของความเงียบงันและการช่วยเหลือชีวิตที่หลงเหลืออยู่ท่ามกลางซากปรักหักพังคือหัวใจสำคัญของเนื้อเรื่อง
ระบบเกมเพลย์แบบ Hybrid ระหว่างการยิงและการเอาตัวรอด
Alien: Deathstorm นำเสนอระบบการเล่นที่ผสมผสานความเชี่ยวชาญด้านเกมยิงของ Rebellion เข้ากับองค์ประกอบของความสยองขวัญแบบดั้งเดิมได้อย่างมีชั้นเชิง Ben Fisher หัวหน้าฝ่ายออกแบบระบุว่าตัวเกมเน้นการมอบประสบการณ์ที่ทำให้ผู้เล่นรู้สึกไม่ปลอดภัยอยู่ตลอดเวลาในขณะที่ระบบการยิงแบบ Ballistic Action ยังคงความหนักแน่นและตอบสะนองได้ดีเยี่ยมตามสไตล์ของค่าย แต่ผู้เล่นต้องบริหารทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดและใช้ทักษะด้านวิศวกรรมในการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าเพื่อเข้าถึงพื้นที่ใหม่หรือสร้างความได้เปรียบในการปะทะกับศัตรู
ปรากฏการณ์ Deathstorm หายนะทางสภาพแวดล้อมที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ความโดดเด่นที่ทำให้เกมนี้แตกต่างจากเกมสยองขวัญอวกาศทั่วไปคือระบบ Deathstorm ซึ่งเป็นพายุหายนะระดับดาวเคราะห์ที่เกิดขึ้นตามฤดูกาล พายุนี้ไม่ได้เป็นเพียงฉากหลังที่สวยงามแต่เป็นกลไกสำคัญของเกมเพลย์ที่สามารถทำลายอาคารและเปลี่ยนแปลงสภาพพื้นที่ได้แบบเรียลไทม์ ผู้เล่นต้องคอยตรวจสอบสภาพอากาศและหาที่กำบังในช่วงที่พายุโหมกระหน่ำ เพราะลมพายุที่มีความรุนแรงระดับมหาประลัยสามารถคร่าชีวิตคุณได้ทันทีหากไม่ระวังตัว ซึ่งจะเพิ่มความตึงเครียดให้กับการสำรวจโลกที่อันตรายนี้เป็นเท่าตัว
งานศิลป์สไตล์ Analogue 80s และแรงบันดาลใจจากยุค VHS
ทีมพัฒนาเลือกใช้แนวทางการออกแบบที่ได้รับแรงบันดาลใจจากภาพยนตร์ไซไฟยุค 80 โดยเน้นความรู้สึกแบบ “Analogue” ที่เต็มไปด้วยปุ่มกดเชิงกลและอุปกรณ์ที่มีความหนาเทอะทะ แทนที่จะเป็นเทคโนโลยีหน้าจอสัมผัสแบบโลกอนาคตล้ำสมัย บรรยากาศโดยรวมมีความเป็น “Chunky” และ “Lived-in” ที่ดูสมจริงและมีชีวิตผ่านร่องรอยการใช้งาน นอกจากนี้ยังมีการสอดแทรกกลิ่นอายความสยองขวัญแบบ Lovecraftian และสไตล์ภาพแบบ VHS ที่เน้นแสงเงาที่มืดสลัวและเสียงประกอบที่สร้างความหวาดระแวงตลอดการเล่น
สรุปข้อมูลเกม Alien: Deathstorm
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| ผู้พัฒนา / จัดจำหน่าย | Rebellion Developments |
| แนวเกม | First-person Action Horror (FPS) |
| แพลตฟอร์ม | PS5, Xbox Series X|S, PC (Steam/MS Store) |
| กำหนดการวางจำหน่าย | ปี 2027 |
| ระบบสมาชิก | รองรับ Xbox Game Pass (Day One) |
| ตัวละครหลัก | Combat Engineer (เจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัย) |
| แรงบันดาลใจหลัก | 1980s Sci-Fi / VHS Horror / Lovecraftian |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu |
Gametonix Insight
การก้าวเข้าสู่สมรภูมิอวกาศของ Rebellion ในครั้งนี้ถือเป็นการท้าทายตนเองที่น่าสนใจมากครับ การนำความแข็งแกร่งด้าน Gunplay จากซีรีส์ Sniper Elite มาผสานกับบรรยากาศสยองขวัญแบบปิดตายในสถานีอวกาศคือสูตรสำเร็จที่แฟนเกมต้องการ จุดที่น่าจับตาที่สุดคือระบบ Deathstorm ที่จะเข้ามาเปลี่ยนจังหวะการเล่นให้มีความบีบคั้นมากขึ้น หากทีมงานสามารถบาลานซ์ระหว่างความแรงของปืนและความน่ากลัวของอสุรกายได้อย่างลงตัว Alien: Deathstorm อาจจะเป็นม้ามืดที่มาเขย่าวงการเกมสยองขวัญในปี 2027 ได้ไม่ยากเลยครับ


