Shawn Layden อดีตประธานระดับสูงของ Sony Interactive Entertainment ออกมาให้ความเห็นเชิงลึกเกี่ยวกับสถานการณ์การเลิกจ้างพนักงานครั้งใหญ่ที่สั่นคลอนอุตสาหกรรมเกมตลอดช่วงปีที่ผ่านมา โดยเขามองว่านี่ไม่ใช่เรื่องเหนือความคาดหมาย แต่เป็นผลกระทบโดยตรงจากการ “ลงทุนเกินตัว” และการขยายทีมงานที่รวดเร็วเกินไปในช่วงที่เกิดการระบาดของโควิด-19 ซึ่งในขณะนั้นบริษัทเกมต่างมองว่าเป็นโอกาสทองและคาดการณ์การเติบโตไว้สูงเกินความเป็นจริง จนเมื่อสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ ภาระต้นทุนจึงกลายเป็นวิกฤตที่ต้องแก้ไขด้วยการปลดพนักงาน
ฟองสบู่ในอุตสาหกรรมเกมช่วงการระบาดใหญ่
Shawn Layden ระบุว่าในช่วงปี 2020-2022 อุตสาหกรรมเกมได้รับอานิสงส์อย่างมากจากการที่ผู้คนต้องกักตัวอยู่บ้าน ส่งผลให้รายได้และจำนวนผู้เล่นพุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว บริษัทเกมยักษ์ใหญ่หลายแห่งจึงตัดสินใจเพิ่มงบประมาณการลงทุนและรับพนักงานใหม่จำนวนมหาศาลเพื่อรองรับดีมานด์ที่เพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม Layden มองว่าผู้บริหารในขณะนั้นลืมคำนึงไปว่าความเติบโตดังกล่าวเป็นเพียงสถานการณ์ชั่วคราว ไม่ใช่มาตรฐานใหม่ที่ยั่งยืนในระยะยาว
การปรับขนาดองค์กรสู่โลกแห่งความจริง
เมื่อมาตรการกักตัวสิ้นสุดลงและผู้คนกลับไปใช้ชีวิตปกติ กิจกรรมด้านความบันเทิงในรูปแบบอื่นกลับมาแย่งชิงเวลาของผู้เล่นอีกครั้ง ส่งผลให้อัตราการเติบโตของอุตสาหกรรมเกมเริ่มชะลอตัวลงสวนทางกับจำนวนพนักงานและต้นทุนการดำเนินงานที่พุ่งสูงไปก่อนหน้านี้ Layden เปรียบเทียบว่าสิ่งที่เกิดขึ้นในตอนนี้คือการ “ปรับฐาน” หรือการแก้ปัญหาความไร้ประสิทธิภาพที่ถูกพอกพูนไว้ในช่วงที่เงินหมุนเวียนได้ง่ายเกินไป
ความล้มเหลวในการบริหารจัดการของผู้บริหารระดับสูง
ในมุมมองของ Shawn Layden การเลิกจ้างพนักงานไม่ใช่ความผิดของตัวพนักงาน แต่เป็นความล้มเหลวในการวางแผนเชิงกลยุทธ์ของระดับผู้นำองค์กรที่ไม่สามารถคาดการณ์ทิศทางตลาดหลังโควิดได้แม่นยำพอ การมุ่งเน้นเพียงตัวเลขการเติบโตแบบก้าวกระโดดโดยไม่สร้างรากฐานที่มั่นคงทำให้บริษัทขาดความยืดหยุ่นเมื่อต้องเผชิญกับสภาพเศรษฐกิจที่เปลี่ยนไป ทั้งเรื่องอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและความระมัดระวังของนักลงทุน
ต้นทุนการพัฒนาเกม AAA ที่พุ่งสูงจนควบคุมไม่ได้
นอกจากปัจจัยเรื่องโควิด Layden ยังเตือนถึงโมเดลธุรกิจของเกมระดับ AAA ในปัจจุบันที่ใช้ทุนสร้างหลายร้อยล้านดอลลาร์และใช้เวลาพัฒนาเกิน 5 ปี ซึ่งเป็นโมเดลที่เปราะบางอย่างมาก เมื่อรวมกับการมีพนักงานจำนวนมากเกินความจำเป็นในแต่ละโปรเจกต์ ทำให้ความเสี่ยงต่อความผิดพลาดมีสูงขึ้น เมื่อเกมไม่ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย หรือตลาดชะลอตัว การลดจำนวนพนักงานจึงกลายเป็นวิธีแรกๆ ที่บริษัทเลือกใช้เพื่อรักษาตัวเลขในบัญชีให้สวยงาม
บทเรียนเพื่อการอยู่รอดของอุตสาหกรรมในอนาคต
Shawn Layden เสนอว่าอุตสาหกรรมเกมจำเป็นต้องกลับมาพิจารณาวิธีการสร้างเกมใหม่ โดยเน้นไปที่ประสิทธิภาพมากกว่าปริมาณพนักงาน การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยลดขั้นตอนการทำงาน และการรักษาสมดุลระหว่างการเติบโตกับเสถียรภาพทางการเงิน สิ่งที่เกิดขึ้นในปัจจุบันเป็นบทเรียนราคาแพงที่แสดงให้เห็นว่า การเติบโตที่ขับเคลื่อนด้วยกระแสชั่วคราวโดยขาดการวางแผนที่รัดกุม จะนำมาซึ่งความสูญเสียต่อทรัพยากรบุคคลที่มีค่าที่สุดของอุตสาหกรรม
แหล่งอ้างอิงและข้อมูลที่มา
| หัวข้อข้อมูล | รายละเอียดที่เกี่ยวข้อง |
| บุคคลที่ให้สัมภาษณ์ | Shawn Layden (อดีตประธาน Sony Interactive Entertainment) |
| ประเด็นหลัก | วิกฤตการเลิกจ้างพนักงานในอุตสาหกรรมเกมปี 2024-2025 |
| สาเหตุสำคัญ | การลงทุนและจ้างงานเกินตัวช่วงโควิด-19 (Over-investment) |
| มุมมองการเติบโต | ตลาดกลับสู่ภาวะปกติหลังโควิด ทำให้ภาระพนักงานล้นเกิน |
| แนวทางการแก้ไข | ปรับปรุงโมเดลการพัฒนาเกม AAA ให้มีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt |
GameTonix Insight
มุมมองของ Shawn Layden สะท้อนถึงความเป็นจริงที่โหดร้ายของโลกธุรกิจดิจิทัลในปัจจุบัน การที่บริษัทระดับโลกต่างพาเหรดกันปลดพนักงานไม่ใช่เพราะอุตสาหกรรมเกมกำลังจะตาย แต่เพราะมันโตจน “เกินจริง” ไปมากในช่วง 3-4 ปีที่ผ่านมา สำหรับในมุมมองของนักกลยุทธ์ นี่คือการส่งสัญญาณว่ายุคสมัยของการทุ่มเงินจ้างคนจำนวนมากมาทำโปรเจกต์ขนาดยักษ์แบบไม่มีทิศทางกำลังจะสิ้นสุดลง และจะถูกแทนที่ด้วยยุคแห่งการจัดการประสิทธิภาพและการใช้เทคโนโลยีช่วยสร้างงานที่ชาญฉลาดขึ้นเพื่อรักษากำไรและความยั่งยืนของสตูดิโอ


