Nacon ร่วมกับ Crea-ture Studios ทีมพัฒนาผู้อยู่เบื้องหลัง Session: Skate Sim ประกาศเปิดตัวผลงานใหม่ล่าสุดอย่าง Werewolf: The Apocalypse – Rageborn เกมแอ็กชันผจญภัยแนวเมโทรยด์วาเนีย (Metroidvania) ในมุมมองจากด้านบนที่หยิบเอาเรื่องราวจากจักรวาล World of Darkness มานำเสนอในรูปแบบใหม่ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นมนุษย์หมาป่าที่ต้องใช้พลังแห่งความโกรธเกรี้ยวเข้าต่อกรกับองค์กรยักษ์ใหญ่ที่ทำลายธรรมชาติ โดยตัวเกมมีกำหนดการวางจำหน่ายภายในปี 2027 สำหรับแพลตฟอร์มยุคปัจจุบันอย่าง PlayStation 5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch 2 และ PC ผ่านระบบ Steam
การเดินทางของ Taylor สู่เส้นทางแห่งการล้างแค้นในอะแลสกา
เนื้อเรื่องของ Werewolf: The Apocalypse – Rageborn จะพาผู้เล่นไปติดตามชีวิตของ Taylor นักเคลื่อนไหวด้านสิ่งแวดล้อมที่ต้องเผชิญกับเหตุการณ์สะเทือนขวัญเมื่อเพื่อนสนิทถูกสังหารต่อหน้า ความโศกเศร้าได้ปลุกสัญชาตญาณสัตว์ป่าในตัวเขาให้ตื่นขึ้นและกลายเป็นนักรบ Garou แห่งพงไพร การดำเนินเรื่องจะมุ่งเน้นไปที่การเดินทางเพื่อล้างแค้นและการค้นหาตัวตนท่ามกลางพื้นที่รกร้างอันกว้างใหญ่ของอะแลสกา โดยผู้เล่นจะต้องใช้พลังที่ได้รับมาเพื่อปกป้องโลกจากการรุกรานของมนุษย์และสิ่งเหนือธรรมชาติที่หวังจะทำลายสมดุลของธรรมชาติ
ระบบการสลับร่าง 3 รูปแบบเพื่อกลยุทธ์การเล่นที่หลากหลาย
หัวใจสำคัญของระบบเกมเพลย์คือการสลับร่างระหว่าง 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Homid (ร่างมนุษย์) ที่เชี่ยวชาญการใช้อาวุธระยะไกลและเครื่องมือทางเทคโนโลยี Lupus (ร่างหมาป่า) ที่มีความว่องไวสูงเหมาะสำหรับการสำรวจและการลอบเร้น และ Crinos (ร่างมนุษย์หมาป่า) ซึ่งเป็นร่างสำหรับการต่อสู้ที่ทรงพลังและบ้าคลั่งที่สุด การสลับร่างอย่างลื่นไหลในระหว่างการต่อสู้และการสำรวจถือเป็นกลไกหลักที่ผู้เล่นต้องฝึกฝนให้ชำนาญเพื่อผ่านอุปสรรคและเอาชนะศัตรูที่มีรูปแบบการโจมตีที่แตกต่างกัน
โลกแบบ Metroidvania ที่เชื่อมโยงกันด้วยทักษะและพลังพิเศษ
ตัวเกมนำเสนอแผนที่ในรูปแบบ Interconnected World ที่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความลับ พื้นที่ต่างๆ ในอะแลสกาจะถูกออกแบบมาให้ผู้เล่นต้องกลับมาสำรวจซ้ำหลังจากที่ได้รับทักษะหรือพลังพิเศษใหม่ๆ โดยพลังเหล่านี้จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถเข้าถึงเส้นทางที่เคยถูกปิดตายหรือพื้นที่ที่เข้าถึงได้ยากในตอนแรก ระบบการพัฒนาตัวละครแบบอินทรีย์จะช่วยให้ผู้เล่นสามารถสร้างรูปแบบการต่อสู้ของตนเองผ่านการผสมผสานพลังพิเศษที่มีให้เลือกใช้มากกว่า 100 รูปแบบ
การปะทะกับองค์กร Pentex และศัตรูเหนือธรรมชาติ
ผู้เล่นจะได้เผชิญหน้ากับศัตรูที่หลากหลาย ตั้งแต่กองกำลังทหารรับจ้างของ Lethe Lab ไปจนถึงจักรกลสงครามขององค์กร Pentex และสิ่งมีชีวิตเหนือธรรมชาติตนอื่นๆ ที่ถูกครอบงำด้วยพลังด้านมืด ศัตรูแต่ละประเภทจะมีการปรับตัวตามรูปแบบการต่อสู้ของผู้เล่น ทำให้การต่อสู้ในเกมนี้มีความท้าทายและต้องใช้ไหวพริบในการเลือกใช้ร่างที่เหมาะสมในเวลาที่ถูกต้อง นอกจากนี้ยังมีระบบ “Develop Your Den” ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้พัฒนาที่มั่นของตนเองเพื่อรับการสนับสนุนในการผจญภัยระยะยาว
การนำธีม World of Darkness สู่ประสบการณ์เกมแอ็กชันยุคใหม่
Werewolf: The Apocalypse – Rageborn ได้รับการพัฒนาโดยอ้างอิงข้อมูลจากเกมกระดานชื่อดังเวอร์ชัน 5th Edition เพื่อให้มั่นใจว่าบรรยากาศและกฎเกณฑ์ของโลก Garou จะถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างสมบูรณ์แบบที่สุด ทีมพัฒนาตั้งใจจะส่งมอบงานภาพที่มีเอกลักษณ์และระบบฟิสิกส์การต่อสู้ที่ดุดันสมจริง เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับเกมในจักรวาลมนุษย์หมาป่าที่แฟนๆ รอคอยมาอย่างยาวนาน โดยการเปิดตัวบนเครื่อง Switch 2 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสประสบการณ์เกมเมโทรยด์วาเนียคุณภาพสูงได้ในรูปแบบพกพา
GameTonix Insight
การที่ Nacon มอบหมายให้ Crea-ture Studios ทีมที่เชี่ยวชาญด้านฟิสิกส์จาก Session มาทำเกมเมโทรยด์วาเนียในจักรวาล Werewolf ถือเป็นก้าวย่างที่น่าสนใจมากครับ เพราะหัวใจของมนุษย์หมาป่าคือการเคลื่อนไหวและการปะทะที่ดุดัน ซึ่งหากทีมงานสามารถนำระบบฟิสิกส์มาปรับใช้กับการสลับร่าง 3 รูปแบบได้อย่างลื่นไหล จะทำให้เกมนี้โดดเด่นกว่าเกมอื่นในแนวเดียวกันทันที การเลือกนำเสนอในมุมมอง Top-down ยังช่วยให้การจัดการองค์ประกอบของ Metroidvania ทำได้ชัดเจนและน่าติดตามมากกว่าเดิม ซึ่งเป็นสิ่งที่แฟรนไชส์นี้ต้องการเพื่อลบภาพจำจากภาคก่อนๆ


