โปรเจกต์ที่แฟนๆ นักฆ่าทั่วโลกจับตามองเริ่มขยับตัวอย่างน่าสนใจครับ! ล่าสุดมีการยืนยันว่า Christopher Gilli นักเขียนบทฝีมือดีที่เคยฝากผลงานไว้ใน Assassin’s Creed Origins, Valhalla และ Mirage ได้กลับมาร่วมงานกับ Ubisoft Montreal อีกครั้งในตำแหน่ง Lead Scriptwriter สำหรับ Assassin’s Creed Codename Hexe การเสริมทัพครั้งนี้ถือเป็นการตอกย้ำทิศทางของเกมภาคใหม่ที่มุ่งเน้นการเล่าเรื่องที่เข้มข้นและมืดมนที่สุดในประวัติศาสตร์ของซีรีส์ครับ
สัมผัสความลึกลับของยุคการล่าแม่มด
การกลับมาของขุนพลมือเขียนบท: จาก Basim สู่จุดเริ่มต้นของ Hexe
Christopher Gilli ไม่ใช่คนแปลกหน้าสำหรับจักรวาลนักฆ่า เพราะเขาเคยเป็นส่วนหนึ่งของทีมเขียนบทที่สร้างความประทับใจในภาค Origins รวมถึงภาคที่เน้นเนื้อเรื่องเข้มข้นอย่าง Valhalla และ Mirage ก่อนจะลาออกไปในปี 2566 การตัดสินใจดึงตัวเขากลับมานั่งแท่น Lead Scriptwriter ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า Ubisoft ต้องการมืออาชีพที่เข้าใจจิตวิญญาณของ Assassin’s Creed อย่างถ่องแท้มาคุมทิศทางบทพูดและการเล่าเรื่องในภาคที่สำคัญที่สุดภาคหนึ่งครับ
รวมทีมระดับพระกาฬ: เมื่อผู้กำกับจาก Arkham Origins ตบเท้าเข้าร่วม
นอกจากการได้ Gilli กลับมาแล้ว ยังมีการเปิดเผยว่า Benoit Richter ผู้กำกับชื่อดังจาก Batman: Arkham Origins และผู้ที่เคยผ่านงานใน Assassin’s Creed Valhalla ก็มีรายชื่อร่วมทีมพัฒนาในโปรเจกต์นี้ด้วยเช่นกัน การรวมตัวของบุคลากรระดับแถวหน้าของวงการที่เชี่ยวชาญด้านการสร้างบรรยากาศที่กดดันและการเล่าเรื่องที่ลุ่มลึก ยิ่งทำให้แฟนๆ มั่นใจได้ว่า Codename Hexe จะเป็นภาคที่มีมาตรฐานการเล่าเรื่องที่สูงกว่าภาคก่อนๆ ครับ
Assassin’s Creed Infinity: ก้าวข้ามขีดจำกัดของแพลตฟอร์มนักฆ่า
โปรเจกต์ Hexe ถูกวางตัวให้เป็นส่วนหนึ่งของแนวคิด Assassin’s Creed Infinity ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางใหม่ที่รวมเกมภาคต่างๆ เข้าไว้ด้วยกัน โดยทีมพัฒนา Ubisoft Montreal ตั้งเป้าที่จะทำให้ Hexe เป็นประสบการณ์ที่แตกต่างจากภาค RPG ขนาดใหญ่อย่าง Shadows โดยจะเน้นไปที่อารมณ์ความรู้สึกและความสยองขวัญในดินแดนยุโรปยุคกลาง ซึ่ง Gilli จะมีบทบาทสำคัญในการเชื่อมโยงเรื่องราวภายใต้โครงสร้างใหม่นี้ครับ
ทิศทางที่มืดมนที่สุด: เมื่อไสยศาสตร์และมนตรากลายเป็นหัวใจหลัก
จากการที่ Christopher Gilli เคยดูแลบทในส่วนที่เกี่ยวกับความเชื่อและตำนานในภาคก่อนๆ ทำให้เขามีความเหมาะสมอย่างยิ่งในการถ่ายทอดบรรยากาศของ Hexe ที่ลือกันว่าจะเน้นเรื่องราวของไสยศาสตร์และการล่าแม่มด บทพูดและตัวละครจะถูกขัดเกลาให้สะท้อนถึงความหวาดระแวงของสังคมในยุคนั้น ซึ่งเป็นทิศทางที่แปลกใหม่และกล้าหาญมากสำหรับแฟรนไชส์ที่เคยเน้นเรื่องราวประวัติศาสตร์และการต่อสู้เป็นหลักครับ
บทสรุป: ก้าวต่อไปหลังจากภารกิจใน Shadows เสร็จสิ้น
แม้ในขณะนี้ทาง Ubisoft จะยังไม่มีการระบุกำหนดการวางจำหน่ายที่แน่นอน แต่ข่าวลือระบุว่า Codename Hexe จะเปิดตัวอย่างเป็นทางการหลังจากที่การสนับสนุนหลังการขายของ Assassin’s Creed Shadows สิ้นสุดลง ซึ่งอาจทำให้เราได้เห็นโฉมหน้าของภาคที่มืดหม่นที่สุดนี้ภายในปี 2569 (2026) โดยตัวเกมจะลงให้กับ PlayStation 5, Xbox Series X|S และ PC เพื่อมอบประสบการณ์ระดับ Next-gen อย่างเต็มรูปแบบครับ
| ข้อมูลสำคัญ | รายละเอียด |
|---|---|
| ตำแหน่งใหม่ | Christopher Gilli (Lead Scriptwriter) |
| ผลงานในอดีต | AC Origins, Valhalla, Mirage |
| แพลตฟอร์ม | PS5, Xbox Series X|S, PC |
| คาดการณ์วันวางจำหน่าย | หลังจาก Assassin's Creed Shadows |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt |
GameTonix Insight
ในมุมมองของผม การที่ Ubisoft เลือกดึงตัว Christopher Gilli กลับมาเป็น Lead Scriptwriter คือสัญญาณที่ชัดเจนว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับ “ความเข้มข้นของเนื้อเรื่อง” เป็นอันดับหนึ่งในภาคนี้ครับ ประสบการณ์ของเขาจากภาคที่โดดเด่นด้าน Narrative อย่าง Mirage จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโลกของ Hexe ให้มีความมืดมนและน่าติดตาม แฟนๆ ที่โหยหา Assassin’s Creed ในรูปแบบที่เคร่งขรึมและลึกลับแบบดั้งเดิม บอกเลยว่าภาคนี้มีแววจะเป็น “ตัวจบ” ของสายเนื้อเรื่องได้เลยครับ


