สารบัญ
- 1 คอมแรง จอไว แต่ทำไมเมาส์ยังรู้สึก “หน่วง”?
- 2 Polling Rate คืออะไร? 1K vs 4K vs 8K ต่างกันแค่ไหน?
- 3 🏆 Quick Winner: สรุปจบใน 30 วินาที
- 4 รีวิวเจาะลึก: 5 เมาส์ 4K / 8K Hz รุ่นไหนดี? ตัวจบปี 2026
- 5 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 6 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 7 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 8 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 9 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 10 ตารางเปรียบเทียบ
- 11 FAQ: คำถามที่พบบ่อย
- 12 บทสรุป: เมาส์ 4K / 8K Hz รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
- 13 บทความที่คุณอาจกำลังตามหาอยู่
คอมแรง จอไว แต่ทำไมเมาส์ยังรู้สึก “หน่วง”?
ในปี 2026 ที่หน้าจอเกมมิ่งมาตรฐานขยับไปเป็น 240Hz, 360Hz หรือแม้กระทั่ง 540Hz การมีคอมพิวเตอร์ที่รันเฟรมเรตได้ทะลุเพดานอาจจะยังไม่พอครับ เคยสงสัยไหมว่าทำไมภาพดูลื่นแล้ว แต่การลากหัวเล็ง (Tracking) ยังรู้สึกว่ามัน “ขาดๆ เกินๆ” หรือไม่ติดนิ้วเท่าที่ควร?
ปัญหาอาจจะอยู่ที่ “ขวดน้ำอัดลม” ที่เรามองข้าม นั่นคือ “เมาส์” ครับ
เมาส์มาตรฐานที่เราใช้กันมาเป็นสิบปีทำงานที่ 1000Hz (ส่งข้อมูล 1,000 ครั้ง/วินาที) ซึ่งเคยถือว่าเร็วมาก แต่เมื่อเจอกับจอมอนิเตอร์ยุคใหม่ที่รีเฟรชภาพเร็วยิบตา 1000Hz กลับกลายเป็นความล่าช้าที่ตามภาพไม่ทัน วันนี้ผมจะพาคุณไปรู้จักกับ “เมาส์ High Polling Rate (4K / 8K Hz)” เทคโนโลยีที่จะปลดล็อกศักยภาพการเล็งของคุณให้คมกริบ พร้อมแนะนำ 5 รุ่นตัวจบ ที่โปรเพลเยอร์ทั่วโลกการันตีครับ
Polling Rate คืออะไร? 1K vs 4K vs 8K ต่างกันแค่ไหน?
อธิบายง่ายๆ แบบไม่ปวดหัวครับ Polling Rate คือความถี่ที่เมาส์ “รายงานตำแหน่ง” ของตัวมันเองส่งไปยังคอมพิวเตอร์ ยิ่งตัวเลขเยอะ คอมพิวเตอร์ก็ยิ่งรู้ตำแหน่งเมาส์ได้ละเอียดและเป็นปัจจุบันมากขึ้นครับ
- 1000Hz (Standard): รายงานทุกๆ 1 มิลลิวินาที (ms) — มาตรฐานเมาส์เกมมิ่งทั่วไป
- 4000Hz (4K): รายงานทุกๆ 0.25 มิลลิวินาที (ms) — เร็วกว่าเดิม 4 เท่า! ความหน่วงลดลงฮวบฮาบ
- 8000Hz (8K): รายงานทุกๆ 0.125 มิลลิวินาที (ms) — เร็วกว่าเดิม 8 เท่า! ละเอียดระดับไมโคร
❓ จำเป็นไหม? ต้องรีบเปลี่ยนเลยหรือเปล่า?
- ถ้าคุณใช้จอ 60-144Hz: อาจจะเห็นผลต่างน้อยมาก ไม่จำเป็นต้องรีบเปลี่ยนครับ
- ถ้าคุณใช้จอ 240Hz ขึ้นไป: “จำเป็นครับ” เพราะเมาส์ 4K/8K จะช่วยลดอาการ Micro-stutter (ภาพกระตุกเล็กๆ เวลาสะบัดเมาส์เร็วๆ) ทำให้ภาพดูลื่นไหล (Smoother) ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และทำให้การลากเป้าตามศัตรู (Tracking) แม่นยำขึ้นแบบรู้สึกได้
🏆 Quick Winner: สรุปจบใน 30 วินาที
| รางวัล | รุ่น | จุดเด่น |
| 👑 The King of 8K | Razer Viper V3 Pro | ดีที่สุดในตลาด แถม Dongle 8K มาให้เลย เซนเซอร์แม่นยำที่สุดในโลก |
| 🛡️ The Safe Choice | Logitech G Pro X 2 | ทรงมหาชน เข้าทุกมือ อัปเกรด 4K แล้ว เสถียรและทนทานที่สุด |
| 🪶 The Lightweight King | Ninjutso Sora V2 | เบาหวิว 39g แบบ ไม่มีรู วัสดุพรีเมียม รองรับ 8K รูปทรง Claw Grip เทพเจ้า |
| 💰 Best Value | Lamzu Maya / Thorn | งานประกอบเนี๊ยบ รูปทรงให้เลือกเยอะ รองรับ 4K (ซื้อแยก) ราคาเป็นมิตร |
| 💎 Best Aesthetic | WLmouse Beast X | บอดี้แมกนีเซียม เบาหวิว 39g พร้อม Dongle สวยเท่ระดับของแต่งโต๊ะ |
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Razer Viper V3 Pro
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G Pro X Superlight 2 (GPX2)
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Ninjutso Sora V2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Lamzu Maya / Thorn
- เช็คราคาและสั่งซื้อ WLmouse Beast X
รีวิวเจาะลึก: 5 เมาส์ 4K / 8K Hz รุ่นไหนดี? ตัวจบปี 2026
1. Razer Viper V3 Pro: ราชาแห่ง 8K Hz มาตรฐานใหม่ของโลก Esports
เจาะลึกการใช้งาน & ประสิทธิภาพ: ถ้าพูดถึงผู้นำเทคโนโลยี High Polling Rate คงหนีไม่พ้น Razer ครับ และรุ่น Viper V3 Pro คือบทพิสูจน์ที่ชัดเจนที่สุด รุ่นนี้ทิ้งดีไซน์เดิมของ Viper V2 ที่แบนราบไปสู่รูปทรงใหม่ที่จับกระชับมือมากขึ้น (คล้าย G Pro แต่มีความเป็น Razer) หัวใจสำคัญคือเซนเซอร์ Focus Pro 35K Optical Gen-2 ที่แม่นยำที่สุดในโลก ณ ตอนนี้
ความพิเศษของรุ่น V3 Pro คือ “แถม Dongle 8K มาให้ในกล่องเลย” (ไม่ต้องซื้อแยกเหมือนแบรนด์อื่น) ทำให้คุณแกะกล่องปุ๊บ สัมผัสความเร็วระดับ 8000Hz ได้ทันที การใช้งานจริงบนจอ 360Hz ให้ความรู้สึกที่ “สมูท” เหมือนเมาส์เป็นส่วนหนึ่งของแขน การลากเป้าติดตามศัตรูในเกมอย่าง Apex Legends หรือ Overwatch ทำได้เนียนตามากๆ น้ำหนักตัวเมาส์เบาหวิวเพียง 54 กรัม โดยไม่ต้องเจาะรู ทำให้สะบัดได้ไวโดยไม่ล้าข้อมือ
🎯 ทำไมต้องซื้อรุ่นนี้? ถ้าคุณต้องการ “ที่สุดของที่สุด” โดยไม่ต้องมานั่งกังวลเรื่องการซื้ออุปกรณ์เสริม Viper V3 Pro คือคำตอบที่จบที่สุดครับ Razer ทำการบ้านมาดีมากทั้งเรื่องรูปทรงที่เข้ามือคนส่วนใหญ่ เทคโนโลยีไร้สายที่เสถียรที่สุด และการรองรับ 8K จากโรงงาน นี่คือเมาส์ที่โปรเพลเยอร์ Valorant/CS2 เลือกใช้มากที่สุดในปีนี้ ถ้างบไม่ใช่ปัญหา จัดตัวนี้ทีเดียวจบครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| แถม Dongle HyperPolling 8K มาให้ในกล่อง (คุ้มมาก) | ราคาสูงที่สุดในตลาด (ตัวจบราคาก็เจ็บ) |
| น้ำหนักเบา 54g สมดุลดีมาก ไม่ต้องเจาะรู | สวิตช์ Optical อาจฟีลลิ่งไม่ Clicky เท่า Mechanical |
| เซนเซอร์ Focus Pro 35K แม่นยำที่สุดในโลก | เปิด 8K Hz ตลอดเวลา แบตจะหมดไวกว่าปกติ |
| ผิวเคลือบแบบใหม่ หนึบมือมากแทบไม่ต้องใช้ Grip Tape |
ข้อมูลสรุป:
- Polling Rate: สูงสุด 8000Hz (ไร้สาย)
- น้ำหนัก: 54 กรัม
- ราคาประมาณ: 4,490 – 5,490 บาท
- เหมาะกับใคร: นักแข่ง Esports, คนใช้จอ Hz สูง, คนที่ต้องการประสิทธิภาพสูงสุด
ความไวระดับปีศาจ Razer Viper V3 Pro เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
2. Logitech G Pro X Superlight 2 (GPX2): ตำนานที่ฆ่าไม่ตาย อัปเกรด 4K แล้ว
เจาะลึกการใช้งาน & ประสิทธิภาพ: เมื่อพูดถึง “เมาส์สามัญประจำบ้าน” ของเกมเมอร์ G Pro X Superlight (หรือที่เรียกกันติดปากว่า GPX) คือชื่อแรกที่ทุกคนนึกถึง ในรุ่นที่ 2 นี้ Logitech ได้อัปเกรดจุดอ่อนเดิมจนหมดสิ้น เปลี่ยนพอร์ตชาร์จเป็น USB-C (สักที!), เปลี่ยนสวิตช์เป็น Lightforce Hybrid (Optical-Mechanical) ที่ไม่มีวันเบิ้ล และที่สำคัญคือ เฟิร์มแวร์ล่าสุดรองรับ 4000Hz แล้ว!
แม้ในกล่องจะให้ Dongle 2000Hz มา (ต้องซื้อหรือใช้อัปเดตเพื่อเปิด 4K) แต่ความเสถียรของ Logitech คือสิ่งที่ไว้ใจได้เสมอ รูปทรง “Potato Shape” (ทรงมันฝรั่ง) ในตำนานยังคงเป็นจุดแข็งที่สุด เพราะมันเป็นทรงที่ “ปลอดภัย” เข้าได้กับทุกมือและทุกท่าจับ (Palm, Claw, Fingertip ได้หมด) การใช้งานโหมด 4K ให้ความรู้สึกที่คมขึ้น นิ่งขึ้น โดยที่ยังรักษาอายุการใช้งานแบตเตอรี่ได้ดีเยี่ยมตามสไตล์ Logitech
🎯 ทำไมต้องซื้อรุ่นนี้? ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงกับรูปทรงแปลกๆ หรือแบรนด์ใหม่ๆ GPX 2 คือ Safe Zone ที่ดีที่สุดครับ มันอาจจะไม่ได้หวือหวาหรือแถมของมาเยอะเท่าคู่แข่ง แต่เรื่องความทนทาน ความเสถียรของสัญญาณ และรูปทรงที่จับยังไงก็ถนัด ทำให้มันยังคงเป็นเมาส์ที่ “ซื้อไปไม่ผิดหวัง” สำหรับคนส่วนใหญ่ครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| รูปทรง Safe Shape เข้าได้กับทุกคน ทุกท่าจับ | สวิตช์ Lightforce เสียงกดค่อนข้างดังและแข็ง |
| แบตเตอรี่อึดมาก แม้เปิดโหมด High Polling | ต้องอัปเดตเฟิร์มแวร์ถึงจะใช้ 4K ได้สมบูรณ์ |
| สัญญาณไร้สาย LIGHTSPEED เสถียรหายห่วง | ราคาแรง แต่ของแถมในกล่องน้อย (ไม่มี Grip Tape) |
| หาซื้อง่าย อะไหล่หาง่าย (Mouse Feet/Grip) | Polling Rate สูงสุดที่ 4K (คู่แข่งไป 8K แล้ว) |
ข้อมูลสรุป:
- Polling Rate: สูงสุด 4000Hz (ไร้สาย)
- น้ำหนัก: 60 กรัม
- ราคาประมาณ: 3,990 – 4,690 บาท
- เหมาะกับใคร: คนที่ชอบทรง GPX เดิม, คนที่เน้นความชัวร์และเสถียร, มือใหม่ที่เลือกทรงเมาส์ไม่ถูก
มาตรฐานโลก Logitech G Pro X Superlight 2 เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
3. Ninjutso Sora V2: เบาหวิว 39g ไร้รูเจาะ ขวัญใจมหาชน
เจาะลึกการใช้งาน & ประสิทธิภาพ: หากคุณกำลังมองหาเมาส์ที่ “เบาที่สุดในโลก” แต่อยากได้วัสดุที่ดูดีพรีเมียม ไม่ใช่แมกนีเซียมและ “ไม่มีรู”… คำตอบเดียวในตลาดตอนนี้คือ Ninjutso Sora V2 ครับ เมาส์ตัวนี้สร้างปรากฏการณ์ด้วยวัสดุ Polycarbonate สูตรพิเศษที่รีดน้ำหนักลงมาเหลือแค่ 39 กรัม ได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยที่โครงสร้างแข็งโป๊ก บีบไม่มียุบ งานประกอบแน่นหนาเหมือนเมาส์ตัวละ 5-6 พัน
รูปทรงของ Sora V2 ออกแบบมาเพื่อชาว Claw Grip โดยเฉพาะ ด้วยตูดเมาส์ที่ดันอุ้งมือพอดีและส่วนหน้าที่ต่ำ ทำให้การคุมปืนในเกม FPS ทำได้แม่นยำมาก ภายในรองรับ Polling Rate ถึง 8000Hz (โดยต้องซื้อ Dongle แยก) แต่ลำพังแค่ 1000Hz เดิมๆ กับน้ำหนัก 39g ก็ทำให้คุณรู้สึกเหมือนเมาส์ลอยได้แล้วครับ เป็นเมาส์ที่โปรเพลเยอร์และนักรีวิวทั่วโลกยกให้เป็น “Mouse of the Year” ในด้านนวัตกรรม
🎯 ทำไมต้องซื้อรุ่นนี้? นี่คือตัวแทนที่ดีที่สุดของคำว่า “เบาแต่ไม่กลวง” ครับ ถ้าคุณเคยใช้เมาส์เบาๆ แล้วรำคาญรูเจาะที่ทำให้ฝุ่นเข้า หรือรู้สึกว่ามันกรอบแกรบ Sora V2 จะลบภาพจำนั้นทิ้งไป คุณจะได้เมาส์ที่งานประกอบดีที่สุดในเรทราคานี้ พร้อมรูปทรงที่เข้ามือสาย Claw สุดๆ หาซื้อง่ายในไทย มีประกันชัดเจน เป็นตัวจบที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์ครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| น้ำหนักเบาที่สุดในโลก (39g) แบบ ไม่มีรู (No Holes) | Dongle 8K ต้องซื้อแยก (ในกล่องให้มา 1K) |
| วัสดุ Polycarbonate พรีเมียม งานประกอบแน่นปึ้ก | รูปทรงเน้น Claw Grip ชัดเจน (Palm อาจไม่ถนัด) |
| รองรับ 8000Hz สเปกอนาคต | ขนาดตัวเมาส์ค่อนข้างเล็ก-กลาง |
| สวิตช์ Optical คลิกมันส์ ไม่เบิ้ล |
ข้อมูลสรุป:
- Polling Rate: สูงสุด 8000Hz (ซื้อ Dongle แยก)
- น้ำหนัก: 39 กรัม
- ราคาประมาณ: 3,890 – 4,190 บาท
- เหมาะกับใคร: สาย Claw Grip, คนชอบเมาส์เบาแต่เกลียดรูเจาะ, คนที่เน้นงานประกอบเนี๊ยบ
เบาหวิวไร้รู Ninjutso Sora V2 เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
4. Lamzu Maya / Thorn: ตัวเล็กงานเนี๊ยบ ดีไซน์ระดับโลก
เจาะลึกการใช้งาน & ประสิทธิภาพ: ข้ามมาฝั่งแบรนด์อินดี้ขวัญใจมหาชนอย่าง Lamzu กันบ้างครับ แบรนด์นี้โดดเด่นเรื่อง “งานดีไซน์และคุณภาพการผลิต” ที่ใส่ใจทุกรายละเอียด รุ่นเด่นปี 2026 คือ Maya (ทรงสมมาตร จับง่าย) และ Thorn (ทรงมือขวา Ergonomic เข้ามือ) ทั้งคู่รองรับ 4K Hz (ต้องใช้คู่กับ 4K Dongle ที่มักขายแยกหรือจัดโปรแถม)
จุดเด่นของ Lamzu คือการออกแบบโครงสร้างที่ “โปร่งโล่ง” ด้านล่าง (Bottom Shell) เพื่อลดน้ำหนักให้เหลือประมาณ 45-52g โดยที่โครงสร้างหลักยังแข็งแรงมาก ผิวสัมผัสเคลือบมาแบบ Grippy (หนึบมือ) จับแล้วรู้สึกดีพรีเมียม สวิตช์คลิกมีความกรอบและเด้งสู้มือ การใช้งาน 4K ให้ความนิ่งและเสถียรมาก ใครที่ชอบงานประกอบเนี๊ยบๆ แพ็กเกจจิ้งสวยๆ เหมือนแกะของขวัญ Lamzu ไม่ทำให้ผิดหวังครับ
🎯 ทำไมต้องซื้อรุ่นนี้? ถ้าคุณรู้สึกว่าเมาส์แบรนด์ใหญ่ “ใหญ่เกินไป” หรือ “หนักไป” Lamzu คือทางเลือกอันดับ 1 สำหรับคนมือเล็กถึงมือกลางครับ คุณได้รูปทรงที่ออกแบบมาอย่างประณีต (เลือกได้เลยว่าชอบทรงไหน) และสเปกระดับเรือธง ในราคาที่จับต้องได้ง่ายกว่าแบรนด์หลัก เป็นเมาส์ที่ซื้อมาแล้วรู้สึกว่า “คนทำเขาตั้งใจทำจริงๆ” ครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| งานประกอบและดีไซน์สวยงาม ใส่ใจรายละเอียด | ต้องเช็คดีๆ ว่าในกล่องแถม 4K Dongle ไหม (ส่วนใหญ่ซื้อแยก) |
| น้ำหนักเบามาก (45-52g) เหมาะกับสาย Claw/Fingertip | แบตเตอรี่อาจหมดไวถ้าเปิด 4K ตลอด (แบตลูกเล็ก) |
| ผิวเคลือบหนึบมือมาก ไม่ลอกง่าย | Maya อาจจะเล็กไปสำหรับคนมือใหญ่ที่จับเต็มมือ (Palm) |
| มีทรงให้เลือกชัดเจน (Maya=สมมาตร / Thorn=มือขวา) |
ข้อมูลสรุป:
- Polling Rate: สูงสุด 4000Hz (ต้องใช้ Dongle 4K)
- น้ำหนัก: ~45 – 52 กรัม
- ราคาประมาณ: 3,290 – 3,690 บาท
- Dongle 8K ราคาประมาณ: 800 – 1,000 บาท
- เหมาะกับใคร: คนมือเล็ก-กลาง, คนที่ให้ความสำคัญกับงานประกอบและดีไซน์
5. WLmouse Beast X (Max/Mini): ปีศาจแมกนีเซียม เบาหวิว สวยตะโกน
เจาะลึกการใช้งาน & ประสิทธิภาพ: ถ้าความเบาคือศาสนาของคุณ WLmouse Beast X คือพระเจ้าครับ! นี่คือเมาส์ที่ทำจากวัสดุ Magnesium Alloy (โลหะแมกนีเซียม) ทั้งตัว ทำให้มีความแข็งแรงแต่เบาหวิวเพียง 39 – 42 กรัม เท่านั้น! (เบาจนเหมือนจับอากาศ) โครงสร้างแบบเจาะรูระบายอากาศขนาดใหญ่ช่วยให้มือไม่ร้อนและลดน้ำหนักได้ขีดสุด
แต่ทีเด็ดจริงๆ คือ “Dongle” ครับ ตัวรับสัญญาณของรุ่นนี้ออกแบบมาเป็นทรงลูกบาศก์มีหน้าจอ หรือรุ่น 8K เป็นรูปน้องแมวที่มีไฟตาแมว (Cat Dongle) ซึ่งเท่มาก วางแต่งโต๊ะคอมได้เลย เรื่องสเปกภายในหายห่วง เพราะให้เซนเซอร์ตัวท็อป PAW3395 และรองรับ 8000Hz มาตั้งแต่แกะกล่อง การตอบสนองไวระดับปีศาจสมชื่อ Beast X ใครที่เป็นสาย Fingertip หรือ Claw Grip ที่ชอบใช้ข้อมือสะบัดเมาส์ ตัวนี้จะช่วยให้คุณเล็งได้ไวและหยุดได้แม่นที่สุด
🎯 ทำไมต้องซื้อรุ่นนี้? นี่คือเมาส์สำหรับ “Aesthetic Setup” (สายแต่งโต๊ะ) และ “Weight Weenie” (คนบ้าความเบา) อย่างแท้จริงครับ วัสดุโลหะให้สัมผัสที่เย็นและพรีเมียมต่างจากพลาสติกสิ้นเชิง และ Dongle ที่สวยขนาดนี้หาที่ไหนไม่ได้อีกแล้ว ถ้าคุณอยากได้เมาส์ที่วางบนโต๊ะแล้วเพื่อนต้องทักว่า “เฮ้ย เมาส์อะไรวะสวยจัง” และใช้งาน 8K ได้จริง ต้องจัด WLmouse ครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| วัสดุ Magnesium Alloy แข็งแรงและเบาที่สุด (39g) | รูเจาะขนาดใหญ่ ฝุ่น/ขี้มือเข้าไปสะสมง่าย |
| ดีไซน์ Dongle สวยมาก (จอสี / รูปแมว) | แบตเตอรี่ความจุน้อย (เพื่อลดน้ำหนัก) ต้องชาร์จบ่อย |
| รองรับ 8K Hz จากโรงงาน ไม่ต้องซื้อเพิ่ม | หาซื้อยากกว่าแบรนด์ตลาด (มักเป็นร้านหิ้ว/ตัวแทนเล็ก) |
| สัมผัสโลหะเย็นสบายมือ | ราคาค่อนข้างสูงตามวัสดุ |
ข้อมูลสรุป:
- Polling Rate: สูงสุด 8000Hz
- น้ำหนัก: 39 – 42 กรัม
- ราคาประมาณ: 4,890 – 5,590 บาท
- เหมาะกับใคร: สาย Fingertip Grip, คนบ้าความเบา, สายแต่งโต๊ะคอม
สวยสังหาร WLmouse Beast X เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
ตารางเปรียบเทียบ
| รุ่น | Max Polling Rate (ไร้สาย) | น้ำหนัก | รูปทรง | เหมาะกับ |
| Razer Viper V3 Pro | 8000 Hz (แถม) | 54 g | สมมาตร | Esports / จอ 360Hz+ |
| Logitech G Pro X 2 | 4000 Hz (อัปเกรด) | 60 g | สมมาตร (Potato) | มือใหม่ / เน้นเสถียร |
| Ninjutso Sora V2 | 8000 Hz (ซื้อแยก) | 39 g | สมมาตร (Claw) | Claw Grip / ไม่เจาะรู |
| Lamzu Maya / Thorn | 4000 Hz (ซื้อแยก) | 45 / 52 g | สมมาตร / มือขวา | คนมือเล็ก / งานเนี๊ยบ |
| WLmouse Beast X | 8000 Hz (แถม) | 39 – 42 g | สมมาตร (เจาะรู) | สายแต่งโต๊ะ / สายเบา |
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
กินเยอะกว่าเดิมมากครับ! ปกติเมาส์ 1000Hz อาจใช้นาน 70-90 ชั่วโมง แต่ถ้าเปิดโหมด 4K/8K ตลอดเวลา แบตเตอรี่อาจจะอยู่ได้เพียง 20-30 ชั่วโมง เท่านั้น (อาจต้องชาร์จวันเว้นวัน) แนะนำให้ตั้งค่า Profile ไว้ว่าตอนเล่นเกมค่อยเปิด 4K ส่วนตอนไถ Facebook ให้ลดลงเหลือ 1000Hz เพื่อประหยัดแบตครับ
ต้องระวังครับ! การรับส่งข้อมูล 8,000 ครั้งต่อวินาที กินทรัพยากร CPU พอสมควร ถ้า CPU ของคุณรุ่นเก่า (ต่ำกว่า Intel Gen 9 หรือ Ryzen 3000 Series) อาจทำให้เครื่องกระตุกเฟรมเรตตกได้ขณะสะบัดเมาส์ครับ
แนะนำเป็นอย่างยิ่งครับ Windows 11 มีการอัปเดตระบบจัดการเมาส์ High Polling Rate ให้ดีกว่า Windows 10 มาก ทำให้การตอบสนองเสถียรกว่าและกินทรัพยากรเครื่องน้อยกว่าครับ
เห็นผลน้อยมากครับ ความลื่นไหลที่เพิ่มขึ้นจะสังเกตได้ยากถ้าจอรีเฟรชภาพไม่ทัน เทคโนโลยีนี้เกิดมาเพื่อจอ 240Hz, 360Hz หรือ 540Hz โดยเฉพาะครับ ถ้าจอยังไม่ถึง แนะนำให้เอาเงินส่วนต่างไปอัปเกรดจอก่อนครับ
ไม่ทุกเกมครับ เกม FPS ยุคใหม่ (Valorant, CS2, Overwatch 2, Apex Legends) รองรับได้สบาย แต่เกมเก่าๆ หรือเกมเนื้อเรื่องบางเกม อาจเกิดอาการ “เมาส์กระตุก/หมุนติ้ว” ได้ถ้าเปิด 8K วิธีแก้คือให้ปรับลดลงมาเหลือ 1000Hz-2000Hz สำหรับเกมเหล่านั้นครับ
บทสรุป: เมาส์ 4K / 8K Hz รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
การอัปเกรดมาใช้เมาส์ High Polling Rate คือการเตรียมพร้อมสำหรับอนาคตครับ
- เน้นจบแบบโปรเพลเยอร์ (Best Overall): เลือก Razer Viper V3 Pro
- เน้นความเสถียรและทรงมหาชน (Safe Choice): เลือก Logitech G Pro X Superlight 2
- เน้นความเบา พรีเมียม ไม่เจาะรู (Best Lightweight): เลือก Ninjutso Sora V2
- เน้นงานประกอบดีไซน์ (Best Build): เลือก Lamzu Maya / Thorn
- เน้นความสวยงามและแมกนีเซียม (Aesthetic): เลือก WLmouse Beast X
เลือกตัวที่เข้ามือ แล้วไปสัมผัสความลื่นระดับ 8K กันครับ! 👇
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Razer Viper V3 Pro
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G Pro X Superlight 2 (GPX2)
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Ninjutso Sora V2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Lamzu Maya / Thorn
- เช็คราคาและสั่งซื้อ WLmouse Beast X


