สารบัญ
- 1 ตามหา “คีย์บอร์ด Mechanical งบ 2000” เสียงเทพ? ปี 2026 มีอยู่จริง!
- 2 🏆 Quick Winner: สรุปจบใน 30 วินาที
- 3 เจาะลึก: 5 คีย์บอร์ดเสียงเทพ เปลี่ยนชีวิตการพิมพ์
- 4 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 5 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 6 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 7 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 8 ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
- 9 ตารางเปรียบเทียบ
- 10 FAQ: คำถามที่พบบ่อย
- 11 บทสรุป
- 12 บทความที่คุณอาจกำลังตามหาอยู่
ตามหา “คีย์บอร์ด Mechanical งบ 2000” เสียงเทพ? ปี 2026 มีอยู่จริง!
คุณเคยโดนตกด้วยคลิป ASMR คีย์บอร์ดเสียง “Thock” (ทุ้มลึก) หรือ “Creamy” (นุ่มนวล) จนอยากได้มาไว้ที่โต๊ะคอมไหมครับ? แต่พอไปเช็คราคา Custom Keyboard ตัวเทพๆ ก็แทบถอดใจ เพราะราคาปาเข้าไป 6-7 พันบาท (บางตัวแตะหมื่น!) ทำให้หลายคนคิดว่าของดีต้องแพงเสมอ
แต่ข่าวดีคือ ในปี 2026 นี้ กำแพงราคานั้นได้พังทลายลงแล้วครับ ตลาด Gadget แข่งขันกันดุเดือดจนทำให้การตามหา “คีย์บอร์ด Mechanical งบ 2000” บาท ที่สเปกจัดเต็มไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไป คุณจะได้รับทั้งโครงสร้าง Gasket Mount, โฟมซับเสียง 5 ชั้น และการเชื่อมต่อไร้สาย แบบแกะกล่องพร้อมใช้โดยแทบ “ไม่ต้องโมเพิ่ม”
วันนี้ผมคัดมาให้เน้นๆ กับ 5 รุ่นตัวจบ ที่ได้รับการยอมรับว่าคุ้มค่าที่สุด ใครที่กำลังมองหาคีย์บอร์ดคู่ใจตัวแรกที่เสียงดี ฟังก์ชันครบ ในงบที่จับต้องได้ ห้ามพลาดบทความนี้ครับ!
🏆 Quick Winner: สรุปจบใน 30 วินาที
| รางวัล | รุ่น | จุดเด่น |
| 🔊 King of Thock | Aula F75 | เสียงทุ้มแน่นที่สุด (Thocky) จากโรงงาน โฟมแน่น 5 ชั้น ไม่ต้องโมเพิ่ม |
| 📺 Best Features | Ajazz AK820 Max | รุ่นอัปเกรดใหม่! มีจอสี + Knob ดีไซน์โค้งมนทันสมัย หาซื้อง่ายกว่าตัว Pro |
| 🔢 Best Productivity | Aula F99 | มีปุ่ม Numpad ครบเพื่อสายงาน Excel แบตอึด 8000mAh เสียงดีเหมือน F75 |
| ⚙️ Best Software | RK Royal Kludge R75 | รองรับ QMK/VIA ปรับแต่งปุ่มได้ละเอียดที่สุด มาตรฐานที่ไว้ใจได้ |
| 💎 Best Aesthetics | Xinmeng M71 V2 | อลูมิเนียมไซส์กะทัดรัด (68%) ไฟข้างสวยตาแตก รุ่น V2 อัปเกรดสัญญาณนิ่งขึ้น |
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AULA F75
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Ajazz AK820 Max
- เช็คราคาและสั่งซื้อ RK Royal Kludge R75
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Xinmeng M71 V2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AULA F99
เจาะลึก: 5 คีย์บอร์ดเสียงเทพ เปลี่ยนชีวิตการพิมพ์
1. Aula F75: ราชาแห่งความ Thock ที่ใครก็โค่นไม่ลง
เจาะลึกการใช้งาน: ถ้าโจทย์ของคุณคือ “ขอเสียง Thock (ทุ้มๆ แน่นๆ) แบบจบเลย ห้ามให้ผมแกะมาโม!” ชื่อของ Aula F75 จะเป็นชื่อแรกที่กูรูคีย์บอร์ดทั่วโลกแนะนำครับ ความลับของเสียงอันทรงพลังนี้ไม่ได้เกิดจากความบังเอิญ แต่เกิดจากความตั้งใจยัดวัสดุซับเสียง (Sound Dampening) มาให้ถึง 5 ชั้น! เริ่มตั้งแต่ Poron Foam, IXPE Switch Pad, PET Sheet, Poron Case Foam และ Silicone Pad การเรียงชั้นวัสดุแบบนี้จะช่วยตัดเสียงสะท้อน (Hollow Sound) ของพลาสติกออกไปจนหมด เหลือไว้เพียงเสียงกระทบกันของสวิตช์และคีย์แคปที่ “แน่น” และ “ทุ้ม” เหมือนเอาหินกระทบกันเบาๆ ซึ่งเป็นเสียงสวรรค์ที่คนเล่นคีย์บอร์ดตามหา
โครงสร้างภายในใช้ระบบ Gasket Leaf Spring คือการใช้แผ่นยางซิลิโคนรองรับแผงวงจรแทนการยึดน็อตกับเคสโดยตรง ผลลัพธ์คือเวลาเราพิมพ์ลงไป แผงวงจรจะมีความ “ยืดหยุ่น” (Flex) และยุบตัวลงเล็กน้อย ให้สัมผัสที่นุ่มนวล ไม่กระด้างนิ้วเหมือนคีย์บอร์ดเกมมิ่งทั่วไป ส่วนสวิตช์ที่ให้มาจะมี 2 ตัวหลักคือ Leobog Reaper (น้ำหนัก 45g) ที่ให้เสียงทุ้มลึกเหมาะกับสายพิมพ์งาน และ Graywood V3 (น้ำหนัก 40g) ที่เบากว่า ลื่นกว่า เหมาะกับสายเกมมิ่ง ทั้งคู่ผ่านการ Lube (ทาน้ำยาหล่อลื่น) มาจากโรงงานแล้ว จึงไม่มีเสียงสปริงดีดกวนใจเลยแม้แต่นิดเดียว
ในด้านการเชื่อมต่อ Aula F75 ให้มาครบ 3 โหมด (Tri-mode) คือ USB-C, Bluetooth 5.0 และ Wireless 2.4GHz สลับใช้งานระหว่างคอมพิวเตอร์ ไอแพด และมือถือได้ทันที แบตเตอรี่ขนาด 4000mAh เพียงพอสำหรับการใช้งานทั่วไปประมาณ 1-2 สัปดาห์ (ถ้าไม่เปิดไฟ RGB สว่างสุด) คีย์แคปที่ให้มาเป็น PBT Double-shot ทรง Cherry Profile ผิวสัมผัสสากมือนิดๆ ไม่ลื่นมันง่าย แต่ข้อสังเกตคือไฟ RGB จะเป็นแบบ South-facing (หลอดไฟอยู่ด้านล่าง) ซึ่งดีสำหรับการเปลี่ยนคีย์แคปแต่ง แต่แสงอาจจะไม่ลอดตัวอักษรไทยเท่าไหร่ครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| เสียง Thocky ดีที่สุดในเรทราคานี้ (จบจริง) | บอดี้พลาสติก 100% อาจดูไม่หรูเท่าอลูมิเนียม |
| โฟมซับเสียง 5 ชั้น แน่นปึ้ก ไม่มีเสียงก้อง | แกะเคสยากมาก (ถ้าคิดจะโมเพิ่ม ระวังเขี้ยวหัก) |
| Gasket Mount ยืดหยุ่น พิมพ์สนุกมือ | ซอฟต์แวร์ปรับแต่งยังใช้งานยากนิดหน่อย |
| สวิตช์ Lube มาดีมาก ลื่นตั้งแต่วันแรก | ไฟ RGB ไม่ลอดคีย์แคปไทย (South-facing) |
| รองรับ 3 โหมด เชื่อมต่อได้ทุกอุปกรณ์ |
ข้อมูลสรุป:
- ราคาประมาณ: 1,890 – 2,290 บาท
- คะแนนความคุ้มค่า: 5 / 5 (The Must Have – ตัวจบในงบนี้)
- รุ่นนี้เหมาะกับใคร: มือใหม่ที่อยากเข้าวงการแล้วจบเลย, คนเสพติดเสียง Thock ทุ้มๆ, คนที่ไม่อยากยุ่งยากรื้อคีย์บอร์ดมาโมเอง
จบที่ตัวเจ็บ Aula F75 ของแท้ ที่นี่: Shopee
2. Ajazz AK820 Max: ร่างทองของตัว Pro จอสวย ดีไซน์ใหม่ หาซื้อง่ายกว่า
เจาะลึกการใช้งาน: หลังจากที่รุ่นพี่อย่าง AK820 Pro ขายดีจนของขาดตลาด Ajazz ก็ไม่รอช้าส่งรุ่นอัปเกรดอย่าง “Ajazz AK820 Max” ออกมาสานต่อความสำเร็จทันทีครับ รุ่น Max นี้เข้ามาแก้ปัญหาเรื่องของหายากและอัปเกรดดีไซน์ให้ทันสมัยยิ่งขึ้น จุดเด่นที่เป็นเอกลักษณ์อย่าง จอสี TFT (สำหรับใส่รูป GIF ดุ๊กดิ๊ก/ดูสถานะแบต) และ Knob โลหะ (สำหรับปรับเสียง) ยังอยู่ครบถ้วน แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปคือ “รูปทรง” ที่มีความ โค้งมน (Rounded) มากขึ้น จับถนัดมือกว่า และดูเป็นมิตรกับผู้ใช้มากกว่าดีไซน์เหลี่ยมๆ ของรุ่น Pro
ในส่วนของ “เสียง” และ “สัมผัส” รุ่น Max ยังคงใช้โครงสร้าง Gasket Mount พร้อมแผ่น PCB แบบ Flex-cut (เจาะร่อง) ที่ให้ความยืดหยุ่นสูง เวลาพิมพ์จะรู้สึกเด้งสู้มือ สนุกและมันส์มาก เสียงที่ได้จากสวิตช์รุ่นใหม่ๆ (เช่น Avocado หรือ Flying Fish) จะออกไปทางโทน “Clacky” หรือ “Creamy” คือมีความใส กังวาน และสะอาดสะอ้าน ฟังแล้วไม่เบื่อ เหมาะกับคนที่ชอบเสียงคีย์บอร์ดที่ดูสดใส ไม่ทุ้มต่ำจนเกินไปแบบ Aula
เรื่องสเปกภายใน รุ่น Max มักจะมาพร้อมกับการจัดการพลังงานที่ดีขึ้น และในบางรหัสย่อย (ต้องเช็คกับร้านค้า) อาจได้แบตเตอรี่ที่มากกว่ารุ่น Pro เดิมด้วย การเชื่อมต่อยังคงครบเครื่อง 3 โหมด (USB/BT/2.4G) รองรับทั้ง Windows และ Mac ได้สมบูรณ์แบบ น้ำหนักตัวเครื่องเบากำลังดี พกพาได้ง่าย สิ่งที่ต้องระวังคือ “ชื่อรุ่น” ครับ เพราะ Ajazz ขยันออกรุ่นย่อยมาก (Max, Pro, HE) แนะนำให้เช็คสเปกสวิตช์ให้ดีว่าเป็น Mechanical ปกติ ไม่ใช่ Magnetic Switch (HE) เพราะราคามันจะกระโดดไปอีกขั้นครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| มีจอ TFT + Knob เหมือนตัว Pro แต่หาซื้อง่ายกว่า | รุ่นย่อยเยอะมาก (ต้องเช็คสเปกดีๆ ก่อนซื้อ) |
| ดีไซน์ใหม่ขอบมน (Rounded) สวยทันสมัย | เสียงจะออกโทนใส (Clacky) ไม่ทุ้มเท่า Aula |
| PCB แบบ Flex-cut พิมพ์เด้งสนุกมือ | วัสดุเป็นพลาสติก ABS น้ำหนักเบา |
| ราคาคุ้มค่ามากกับฟีเจอร์ที่ได้ | ซอฟต์แวร์อาจใช้งานยากในบางฟังก์ชัน |
| สวิตช์รุ่นใหม่ลื่นและเสถียรขึ้น |
ข้อมูลสรุป:
- ราคาประมาณ: 1,690 – 1,990 บาท
- คะแนนความคุ้มค่า: 4.8 / 5 (Best Features Upgrade)
- รุ่นนี้เหมาะกับใคร: คนที่เล็งตัว Pro ไว้แต่หาของไม่ได้, สายแต่งโต๊ะที่ชอบคีย์บอร์ดมีจอ/ลูกเล่นเยอะ, คนชอบดีไซน์โค้งมน
รุ่นใหม่ล่าสุด Ajazz AK820 Max ที่นี่: Shopee
3. RK Royal Kludge R75: มาตรฐานที่ไว้ใจได้ พร้อมซอฟต์แวร์ระดับโลก
เจาะลึกการใช้งาน: ถ้าคุณเป็นคนที่ “Play Safe” ไม่อยากเสี่ยงกับแบรนด์ใหม่ๆ กลัวพังแล้วหาอะไหล่ไม่ได้ หรือกังวลเรื่องการรับประกัน RK (Royal Kludge) คือ Safe Zone ที่ดีที่สุดครับ RK R75 คือรุ่นเรือธงในงบประหยัดที่ RK ทำการบ้านมาแก้จุดอ่อนเดิมๆ จนหมดสิ้น งานประกอบแน่นหนาขึ้นมาก ไม่กรอบแกรบเหมือนรุ่นเก่าๆ อย่าง RK61 หรือ RK68 ภายในอัดโฟมซับเสียงมาครบ 5 ชั้นตามมาตรฐานปี 2026 ทำให้เสียงพิมพ์ดู “ผู้ดี” ขึ้นเยอะ ออกแนว Creamy นุ่มนวล ไม่ดังลั่นบ้าน
จุดเด่นที่เป็นไม้ตายของ R75 (ในรุ่น Pro/Wired บางรหัส) คือการรองรับ QMK/VIA สำหรับมือใหม่ VIA คือเว็บไซต์ที่คุณสามารถเข้าไปตั้งค่าปุ่มคีย์บอร์ดได้ทุกปุ่มอย่างอิสระผ่านเว็บเบราว์เซอร์ (ไม่ต้องลงโปรแกรม) อยากเปลี่ยนปุ่ม Caps Lock เป็น Ctrl หรือตั้งมาโครซับซ้อนแค่ไหนก็ทำได้หมด ซึ่งปกติฟีเจอร์นี้จะอยู่ในคีย์บอร์ดราคา 3-4 พันบาทขึ้นไป การที่ RK ใส่มาให้ในงบนี้ถือว่าใจป้ำมาก เหมาะสำหรับ Programmer หรือ Editor ที่ต้องใช้ Shortcut เยอะๆ
สวิตช์ที่นิยมในรุ่นนี้คือ RK Cream Switch (Linear) ที่ให้สัมผัสลื่นและเสียงนุ่มนวลสมชื่อ คีย์แคป PBT ทรง Cherry Profile สีสันสไตล์ Muji/Minimal (เช่น สีครีม/เขียว/ม่วงพาสเทล) ดูสะอาดตา วางบนโต๊ะทำงานแล้วดูดีมาก เรื่องการเชื่อมต่อ RK ขึ้นชื่อเรื่องความเสถียรอยู่แล้ว สลับอุปกรณ์ 3 เครื่องได้รวดเร็ว แบตเตอรี่ 3750 mAh อาจจะน้อยกว่าเพื่อนๆ นิดหน่อยแต่ก็ใช้งานจริงได้สบายๆ นี่คือคีย์บอร์ดที่ซื้อไปแล้วปัญหาน้อยที่สุด อะไหล่หาง่าย และชุมชนผู้ใช้ใหญ่มากครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| รองรับ QMK/VIA (เฉพาะรุ่น) ปรับปุ่มได้ระดับโปร | ไฟ RGB ไม่ค่อยสว่างทะลุคีย์แคปเท่าไหร่ |
| งานประกอบแน่นหนา ดูทนทานกว่ารุ่นเก่าๆ ของ RK | ดีไซน์ดูเรียบๆ ไม่หวือหวาแบบเกมมิ่ง |
| สวิตช์ Cream ลื่นและเสียงนุ่มมาก | น้ำหนักค่อนข้างเยอะสำหรับพลาสติก |
| หาซื้อง่าย ประกันศูนย์ไทยมีเยอะ อะไหล่เพียบ | แบตเตอรี่น้อยกว่ารุ่นอื่นเล็กน้อย (3750mAh) |
| สัญญาณไร้สายเสถียร เชื่อมต่อง่าย |
ข้อมูลสรุป:
- ราคาประมาณ: 1,690 – 1,990 บาท
- คะแนนความคุ้มค่า: 4.7 / 5 (The Safe Choice – เลือกง่าย ไม่ผิดหวัง)
- รุ่นนี้เหมาะกับใคร: Programmer หรือคนทำงานที่ต้องใช้ Macro/VIA, คนที่เน้นความชัวร์เรื่องประกันและศูนย์บริการ, สาย Minimal ที่ชอบโต๊ะคอมสะอาดตา
มาตรฐานที่มั่นใจ RK R75 ที่นี่: Shopee
4. Xinmeng M71 V2: บอดี้อลูมิเนียม แสงสวยตาแตก เสียง Marbly ขั้นเทพ
เจาะลึกการใช้งาน: หากคุณอยากได้คีย์บอร์ดวัสดุอลูมิเนียมที่ “สวยตะโกน” และเสียงดีโดยไม่ต้องพยายาม Xinmeng M71 V2 (รุ่นอัปเกรดล่าสุด) คือตัวเลือกที่หาตัวจับยากมากครับ รุ่นนี้มาในเลย์เอาต์ 68% ซึ่งกะทัดรัดกว่ารุ่นอื่นๆ ในลิสต์ (ไม่มีปุ่ม F-row ด้านบน) ทำให้โต๊ะคอมดูโล่งและมินิมอลสุดๆ บอดี้ทำจาก Aluminum CNC ทั้งชิ้น ผ่านการทำสี Anodized สัมผัสเนียนเรียบ ให้ความรู้สึกพรีเมียมและแน่นหนา น้ำหนักประมาณ 1.3 กิโลกรัม วางแล้วนิ่งสนิท
ไฮไลต์เด็ดของรุ่น V2 ที่พัฒนาขึ้นคือ “ความเสถียรของสัญญาณไร้สาย” ที่ลดความหน่วง (Latency) ลง ทำให้การเล่นเกมผ่าน Wireless 2.4G ทำได้แม่นยำขึ้น และ “ไฟ RGB ด้านข้าง” (Side Light) ที่ยังคงความอลังการไว้เหมือนเดิม เวลาวางบนโต๊ะ แสงจะส่องกระทบพื้นและฟุ้งขึ้นมาสวยงามมาก ส่วนเรื่อง “เสียง” สวิตช์ที่ให้มาคือ White Jade Switch ซึ่งเป็น Linear Switch ระดับตำนานที่ให้เสียง “Marbly” (เสียงเหมือนลูกแก้วกระทบกัน) คือมีความ Thock ผสม Clack ที่กังวานและไพเราะมาก ฟังแล้วเคลิ้มแน่นอน
โครงสร้างภายในเป็น Gasket Mount พร้อมแผ่น Plate แบบ Polycarbonate ที่ช่วยกระจายแสงไฟให้สว่างจ้า คีย์แคปเป็น PBT ไฟลอดแบบ Gradient (ไล่สี) ในบางสี ซึ่งสวยงามมากๆ แบตเตอรี่ให้มา 4600 mAh ถือว่าอึดใช้ได้เลยครับ ใครที่อยากได้โต๊ะคอมที่ดู “แพง” เกินราคา และชอบคีย์บอร์ดไซส์เล็กที่เสียงจบๆ ต้องตัวนี้เลยครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| บอดี้อลูมิเนียม CNC ทั้งตัว งานประกอบแน่นปึ้ก | Layout 68% ตัดปุ่ม F-row ออก (ต้องกด Fn+ตัวเลข) |
| รุ่น V2 อัปเกรดสัญญาณไร้สายให้นิ่งขึ้น | หนัก 1.3kg พกพาไปไหนลำบาก |
| เสียงสวิตช์ White Jade คือที่สุด (Marbly Sound) | สัญญาณอาจจะยังสู้พลาสติกไม่ได้ 100% (โลหะกั้น) |
| ไฟ RGB ด้านข้างสวยมาก สร้างบรรยากาศดีเยี่ยม | ต้องปรับตัวเรื่องปุ่มที่หายไปเล็กน้อย |
| แบตเตอรี่ 4600 mAh ใช้งานได้ยาวนาน |
ข้อมูลสรุป:
- ราคาประมาณ: 1,990 – 2,390 บาท
- คะแนนความคุ้มค่า: 4.9 / 5 (Best Aesthetics – สวยเสียงดีที่สุด)
- รุ่นนี้เหมาะกับใคร: สายแต่งโต๊ะที่เน้นความสวยงาม (Aesthetics), คนที่ชอบคีย์บอร์ดไซส์เล็ก (65-68%), คนที่ชอบเสียง Marbly กังวานใส, คนที่อยากได้อลูมิเนียมแต่งบน้อย
สวยจบเสียงเทพ Xinmeng M71 V2 ที่นี่: Shopee
5. Aula F99: พี่ใหญ่สายทำงาน นัมแพดครบ แบตอึดสะใจ
เจาะลึกการใช้งาน: สำหรับชาวออฟฟิศ นักบัญชี หรือสาย Data ที่ต้องใช้ปุ่มตัวเลข (Numpad) ชีวิตคุณจะลำบากแน่ถ้าใช้คีย์บอร์ด 75% ที่ตัดปุ่มตัวเลขออก แต่ไม่ต้องห่วงครับ เพราะ Aula F99 เกิดมาเพื่อคุณ! นี่คือรุ่นพี่ของ F75 ที่ขยายร่างให้เป็น Layout 99% คือมีปุ่มตัวเลขครบถ้วน แต่ยังกระชับกว่าคีย์บอร์ด Full Size ทั่วไป ทำให้ประหยัดพื้นที่บนโต๊ะได้พอสมควร
จุดเด่นที่ทำให้ F99 เหนือกว่าน้องเล็ก F75 นอกจากปุ่มตัวเลขแล้วคือ “แบตเตอรี่” ที่ให้มาถึง 8,000 mAh (เยอะเป็นสองเท่า!) คุณสามารถใช้งานไร้สายได้ยาวนานเป็นเดือนๆ โดยไม่ต้องหาที่ชาร์จ เหมาะมากสำหรับคนที่ไม่ชอบมีสายเกะกะบนโต๊ะทำงาน ส่วนเรื่อง “เสียง” และ “ฟีลลิ่ง” หายห่วงได้เลย เพราะใช้โครงสร้าง Gasket Mount และโฟมซับเสียง 5 ชั้นเหมือนกันเป๊ะๆ เสียงพิมพ์จะออกแนว Thock นุ่มลึก ไม่แหลมบาดหู พิมพ์งานในออฟฟิศได้โดยเพื่อนร่วมงานไม่ด่า (แถมจะเดินมาถามว่าใช้คีย์บอร์ดอะไร เสียงเพราะจัง!)
สวิตช์มักจะมีให้เลือกเหมือน F75 คือ Graywood (เบา/ลื่น) หรือ Reaper (แน่น/ทุ้ม) ตัวงานประกอบมีความแน่นหนา น้ำหนักประมาณ 1.2 กิโลกรัม วางแล้วมั่นคง มีช่องเก็บ USB Dongle ใต้เครื่องสะดวกสบาย ใครที่อยากได้ความสวยเสียงดีแบบ Custom แต่ชีวิตขาด Numpad ไม่ได้ รุ่นนี้คือที่สุดในงบ 2 พันบาทครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| มี Numpad ครบ! ถูกใจสาย Excel/บัญชี | ขนาดตัวเครื่องใหญ่กว่ารุ่นอื่น กินที่โต๊ะมากกว่า |
| แบตเตอรี่ 8000 mAh อึดที่สุดในคลาส | น้ำหนักเยอะ (1.2kg) พกพาไม่ค่อยสะดวก |
| เสียง Thock เทพเหมือน F75 (โครงสร้างเดียวกัน) | ไฟ RGB ไม่ลอดคีย์แคปไทย (South-facing) |
| งานประกอบแน่นหนา ดูทนทาน | ราคาสูงกว่า F75 เล็กน้อย (แต่ยังคุ้ม) |
| หาซื้อง่ายมาก ของมีตลอด |
ข้อมูลสรุป:
- ราคาประมาณ: 2,090 – 2,490 บาท (รอกดโค้ดลดจะเหลือ 2 พันต้นๆ)
- คะแนนความคุ้มค่า: 4.9 / 5 (Best Productivity – ตัวจบสายทำงาน)
- รุ่นนี้เหมาะกับใคร: พนักงานออฟฟิศ/บัญชีที่ต้องใช้ Numpad, คนที่ขี้เกียจชาร์จแบตบ่อยๆ, คนที่ชอบเสียง Thock แต่ไม่อยากใช้คีย์บอร์ดไซส์เล็ก
ตัวจบสายทำงาน Aula F99 ที่นี่: Shopee
ตารางเปรียบเทียบ
| รุ่น | วัสดุเคส | จุดเด่นเสียง | Layout | เหมาะกับ |
| Aula F75 | พลาสติก | Thocky (ทุ้มลึก) | 75% | สายเสียง / เล่นเกม |
| Ajazz AK820 Max | พลาสติก | Creamy (นุ่มนวล) | 75% | สาย Gadget / จอสวย |
| RK R75 | พลาสติก | Creamy (นุ่มนวล) | 75% | สายทำงาน / VIA |
| Xinmeng M71 V2 | อลูมิเนียม | Marbly (กังวาน) | 68% | สายสวยงาม / ไฟข้าง |
| Aula F99 | พลาสติก | Thocky (ทุ้มลึก) | 99% | สาย Excel / บัญชี |
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
คือฟีเจอร์ที่ให้คุณดึงสวิตช์ออกและเปลี่ยนตัวใหม่ใส่ได้เลยโดยไม่ต้องบัดกรีครับ จำเป็นมาก! เพราะถ้าสวิตช์เสียปุ่มเดียว คุณก็เปลี่ยนแค่ปุ่มนั้น หรือถ้าเบื่อเสียงเดิม ก็ซื้อสวิตช์ใหม่มาเปลี่ยนได้ทั้งแผงเลย
พิมพ์ได้ปกติในคอมพิวเตอร์ครับ แต่ “คีย์แคป” (ปุ่มกด) ที่ติดมาส่วนใหญ่จะมีแค่ภาษาอังกฤษ (EN Only) คุณต้องจำตำแหน่งแป้นไทยเอง หรือซื้อสติกเกอร์ภาษาไทยมาติด (ราคา 20-50 บาท) หรือเปลี่ยนคีย์แคปไทยสวยๆ ใส่ทีหลังก็ได้ครับ
- 68% (M71): เล็กสุด ตัดปุ่ม F1-F12 และตัวเลขออก เน้นพกพา
- 75% (F75, R75, AK820): มีปุ่ม F1-F12 ครบ ตัดแค่ตัวเลข สมดุลที่สุด
- 99% (F99): มีปุ่มตัวเลข (Numpad) ครบ แต่บีบให้สั้นกว่า Full Size ปกติ เหมาะกับคนทำงาน
บทสรุป
การเลือกคีย์บอร์ดงบ 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณให้ความสำคัญกับอะไรที่สุด:
- อยากได้ เสียงเพราะจบ แบบไม่ต้องทำอะไรเลย 👉 Aula F75
- อยากได้ ปุ่มตัวเลข ไว้ทำงาน แบตอึดๆ 👉 Aula F99
- อยากได้ วัสดุหรูหรา อลูมิเนียมก้อนตันๆ 👉 Xinmeng M71 V2
ไม่ว่าจะเลือกตัวไหน รับรองว่าฟีลลิ่งการพิมพ์จะคนละโลกกับคีย์บอร์ดตัวละร้อยที่คุณเคยใช้แน่นอนครับ!
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AULA F75
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Ajazz AK820 Max
- เช็คราคาและสั่งซื้อ RK Royal Kludge R75
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Xinmeng M71 V2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AULA F99


