สารบัญ
- 1 ก้าวแรกสู่โลก “คีย์บอร์ด Custom” ที่คุณเลือกเองได้ทุกชิ้น
- 2 วิชาคีย์บอร์ด 101: Barebone Kit คืออะไร? ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ?
- 3 🏆 Quick Winner: ตารางฟันธง Barebone รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
- 4 1. MONSGEEK M1 V5 M1W (Barebone): ครูคนแรกฉบับอัปเกรด
- 5 2. Glorious GMMK 3 (Pro / HE): เลโก้แห่งวงการคีย์บอร์ด
- 6 3. Keychron Q1 Max (Barebone): มาตรฐานชายไทย เจ็บแต่จบ
- 7 4. Akko MOD 007 V3 VIA (Barebone): เทพเจ้าเสียง Thock
- 8 5. Weikav NUT65 (Barebone): 65% ตัวเล็กสเปกแรง
- 9 เปรียบเทียบชัดๆ: 5 Barebone นี้ รุ่นไหนใช่สำหรับคุณ?
- 10 FAQ: คำถามที่พบบ่อย
- 11 บทสรุป: เริ่มต้นเส้นทาง Custom กับรุ่นไหนดี?
- 12 บทความที่คุณอาจกำลังตามหาอยู่
ก้าวแรกสู่โลก “คีย์บอร์ด Custom” ที่คุณเลือกเองได้ทุกชิ้น
ถ้าคุณเริ่มรู้สึกว่าคีย์บอร์ดสำเร็จรูปที่วางขายทั่วไปยัง “ไม่ใช่” สำหรับคุณ… ยินดีต้อนรับสู่โลกของ “คีย์บอร์ด Custom” ครับ! โลกที่คุณสามารถเลือกสวิตช์ที่ชอบ เลือกคีย์แคปที่ใช่ และจูนเสียงให้เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวได้ 100%
แต่สำหรับมือใหม่ การจะซื้อแผ่น PCB แยก, ซื้อเคสแยก, ซื้อแผ่น Plate แยก อาจจะดูยุ่งยากและงบบานปลายเกินไป ทางออกที่ดีที่สุดคือการเริ่มจาก “Barebone Kit” (แบร์โบน คิท) ครับ มันคือชุดโครงเปล่าที่ประกอบมาให้แล้วเกือบ 90% เหลือแค่คุณใส่สวิตช์และคีย์แคปก็พร้อมใช้งานทันที
วันนี้ GameTonix คัดมาให้แล้วกับ 5 Barebone Kit วัสดุอลูมิเนียม (Aluminium CNC) ที่คุ้มค่าและน่าเล่นที่สุดในปี 2026 ไม่ว่าคุณจะมีงบ 2,000 หรือ 7,000 บาท ก็มีตัวจบให้คุณแน่นอน!
วิชาคีย์บอร์ด 101: Barebone Kit คืออะไร? ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ?
ก่อนจะกดสั่งซื้อ ผมอยากให้คุณเข้าใจศัพท์เทคนิคและสิ่งที่ต้องเตรียมตัวก่อนครับ จะได้ไม่ซื้อผิดสเปก:
1. Barebone Kit คืออะไร? (อธิบายง่ายๆ)
Barebone Kit (แบร์โบน คิท) คือ “คีย์บอร์ดโครงเปล่า” ที่ประกอบชิ้นส่วนยากๆ มาให้แล้วประมาณ 80% ครับ (มีเคส, แผงวงจร, แผ่นยึด) แต่จะ “ไม่มีสวิตช์และคีย์แคป” ติดมาให้
ถ้าเปรียบเทียบให้เห็นภาพ:
- คีย์บอร์ดสำเร็จรูป: เหมือนซื้อ “ข้าวผัดกระเพรา” ที่แม่ค้าผัดมาให้เสร็จแล้ว กินได้เลยแต่อาจจะไม่อร่อยถูกปากเป๊ะๆ
- Barebone Kit: เหมือนซื้อ “ชุดคิททำอาหาร” ที่เตรียมวัตถุดิบหลักมาให้ครบ แต่คุณต้องเลือก “เนื้อสัตว์” (สวิตช์) และ “เครื่องปรุง” (คีย์แคป) ใส่เองตามใจชอบ เพื่อให้ได้รสชาติที่เป็นของคุณจริงๆ
2. ในกล่อง Barebone ให้อะไรมาบ้าง?
แม้จะบอกว่าเป็นโครงเปล่า แต่จริงๆ เขาให้อุปกรณ์สำคัญมาเกือบครบแล้วครับ ได้แก่:
- Case (เคส): ส่วนโครงสร้างหลัก (อลูมิเนียม หรือ พลาสติก)
- PCB (แผงวงจร): หัวใจหลัก รองรับการเสียบสวิตช์แบบ Hot-Swap (เสียบได้เลยไม่ต้องบัดกรี)
- Plate (แผ่นยึดสวิตช์): แผ่นรองรับสวิตช์ วัสดุมีผลต่อเสียง (เช่น PC, FR4, Aluminum)
- Stabilizers (ตัวกันสั่น): ติดตั้งมาให้แล้วบนปุ่มยาวๆ (Spacebar, Enter, Shift)
- Foams (โฟมซับเสียง): ส่วนใหญ่จะอัดมาให้แน่นตึ้บจากโรงงานแล้ว
3. สรุปแล้ว “ต้องซื้ออะไรเพิ่มบ้าง?”
เมื่อคุณได้กล่อง Barebone มาแล้ว คุณต้องหาซื้ออีกแค่ 2 อย่าง เพื่อให้มันพิมพ์ได้ครับ:
- สวิตช์ (Switches): เลือกตามฟีลลิ่งที่ชอบ (Linear/Tactile/Clicky) ตามจำนวนปุ่มของคีย์บอร์ด
- คีย์แคป (Keycaps): เลือกสีและทรงที่ใช่ มาสวมทับลงไป แค่เสียบ 2 อย่างนี้เข้าไป ก็พร้อมใช้งานทันทีครับ!
4. ศัพท์เทคนิคที่ควรรู้
- Gasket Mount: ระบบยึดแผงวงจรด้วยยางหรือโฟม ไม่ใช้น็อตยึดแข็งๆ ทำให้เวลากดจะมีความ “เด้ง” (Bounce) นุ่มนวล และเสียงดีกว่า
- QMK/VIA Support: แปลว่าคีย์บอร์ดตัวนั้น “ปรับแต่งปุ่มได้อิสระผ่านเว็บ” (เปลี่ยนปุ่ม A เป็น B, ตั้งมาโคร) โดยไม่ต้องลงโปรแกรม เป็นฟีเจอร์มาตรฐานที่ควรมีครับ
- South-Facing RGB: ไฟ LED อยู่ด้านล่างของปุ่ม ข้อดีคือรองรับคีย์แคปทุกทรง (โดยเฉพาะ Cherry Profile) ได้โดยไม่ติดขัดครับ
🏆 Quick Winner: ตารางฟันธง Barebone รุ่นไหนเหมาะกับคุณ?
| รุ่น (Model) | จุดเด่น (Highlight) | เหมาะกับใคร? | ราคาโครงเปล่า |
| MonsGeek M1 V5 | ถอดง่ายไม่ต้องขันน็อต + แบตอึด | มือใหม่หัดประกอบ / งบประหยัด | 2,xxx – 3,xxx |
| Glorious GMMK 3 | ปรับแต่งง่ายที่สุด ของแต่งเยอะ | สายแฟชั่น / ชอบความง่าย | 4,xxx – 8,xxx |
| Keychron Q1 Max | เสถียรสุด รองรับ QMK/VIA | สายทำงาน / Programmer | 6,xxx – 7,xxx |
| Akko MOD 007 V3 | เสียง Thock ที่สุดจากโรงงาน | คนเสพติดเสียงพิมพ์ | 3,xxx – 4,xxx |
| Weikav NUT65 | 65% ตัวเล็กสเปกแรง | สายพกพา / งบน้อย | 2,xxx |
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ MONSGEEK M1 V5 M1W Barebone
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Glorious GMMK 3 Pro HE Barebones
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Keychron Q1 Barebones
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AKKO MOD 007 V3
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Weikav NUT65 Barebone
1. MONSGEEK M1 V5 M1W (Barebone): ครูคนแรกฉบับอัปเกรด
ถ้าถามหา คีย์บอร์ด Custom ที่คุ้มค่าที่สุดในจักรวาล MonsGeek M1 คือชื่อแรกที่ทุกคนแนะนำเสมอ และในปี 2026 นี้ รุ่นใหม่อย่าง M1 V5 ได้ยกระดับมาตรฐานขึ้นไปอีกขั้น แก้จุดอ่อนเดิมๆ จนแทบจะไร้ที่ติในงบประมาณนี้
เจาะลึกความน่าเล่น: จุดเปลี่ยนแปลงที่สำคัญที่สุดของ M1 V5 คือระบบ “Quick Release” (Ball-Catch System) ครับ จากเดิมที่ต้องนั่งขันน็อต 6-8 ตัวเพื่อแกะเคส ตอนนี้คุณสามารถ “ดึง” เคสฝาบนออกได้เลยภายใน 2 วินาที! นี่คือสวรรค์ของมือใหม่ที่อยากลองเปลี่ยนโฟม เปลี่ยน Plate หรือทำ Tape Mod บ่อยๆ โดยไม่ต้องกลัวน็อตหวานหรือทำน็อตหาย
ในด้านสเปกภายในก็อัปเกรดมาโหดมาก แบตเตอรี่เพิ่มขึ้นเป็น 8,000mAh (จากเดิม 6,000) ใช้งานไร้สายได้ลืมชาร์จ รองรับ QMK/VIA เต็มรูปแบบ (ในรุ่น V5 VIA) ทำให้ปรับแต่งปุ่มได้ง่ายขึ้นเยอะ ส่วนบอดี้ยังคงเป็น Aluminum CNC น้ำหนักเกือบ 2 กิโลกรัม งานสี Anodized ทำมาเนียนกว่ารุ่น V3 เดิม และยังคงมี Side Accent สีทองด้านข้างที่เป็นเอกลักษณ์
เรื่องเสียง: โครงสร้าง Gasket Mount ของ MonsGeek ทำการบ้านมาดีมากครับ ให้ความยืดหยุ่นกำลังดี ไม่ยวบจนเกินไป และเสียงเดิมๆ จากโรงงาน (เมื่อใส่สวิตช์ดีๆ) ก็มีความ “Thock” และ “Creamy” โดยไม่ต้องโมดิฟายอะไรเพิ่มเลย แผ่น Plate เป็น PC (Polycarbonate) ที่ช่วยให้เสียงนุ่มนวล เป็น Barebone Kit ที่ซื้อไปแล้วจบได้จริง หรือจะต่อยอดก็ง่าย
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| Quick Release: ถอดประกอบง่ายที่สุดในโลก ไม่ต้องใช้ไขควง | น้ำหนัก: หนักมาก (เกือบ 2 kg) พกพาไปไหนลำบาก |
| Battery: 8,000mAh เยอะที่สุดในคลาส ใช้งานยาวนาน | Knob: ปุ่มหมุนอาจจะดูเล็กไปนิดเมื่อเทียบกับขนาดเคส |
| VIA Support: ปรับแต่งปุ่มง่ายผ่านเว็บ (ต้องเลือกรุ่น V5 VIA) | Stabilizer: ที่แถมมาคุณภาพดีใช้ได้ แต่อาจต้องลูปเพิ่มนิดหน่อย |
ข้อมูลสรุป:
- ทีเด็ดของรุ่นนี้: เป็น “ครูใหญ่” ของวงการ Custom ที่อัปเกรดมาให้ถอดประกอบง่ายที่สุดในโลก เหมาะมากสำหรับมือใหม่ที่กลัวการแกะเครื่อง
- น้ำหนัก: ประมาณ 1.8 – 2.0 kg
- ขนาด/Layout: 75% + Knob
- วัสดุ: Aluminum CNC Case (Quick Release)
- การเชื่อมต่อ: 3 โหมด (2.4G / Bluetooth / USB-C)
- ราคาโครงเปล่า: ประมาณ 2,900 – 3,900 บาท
เริ่มต้นวิชาประกอบคีย์บอร์ดกับ MONSGEEK M1 V5 M1W เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
2. Glorious GMMK 3 (Pro / HE): เลโก้แห่งวงการคีย์บอร์ด
สำหรับใครที่มองว่าการประกอบ คีย์บอร์ด Custom เป็นเรื่องยากและน่ากลัว Glorious GMMK 3 คือคำตอบครับ แบรนด์นี้ตั้งใจออกแบบมาให้เป็น “Modular Keyboard” ที่เปลี่ยนชิ้นส่วนได้ทุกอย่างเหมือนตัวต่อเลโก้ โดยเน้นความง่ายและความสวยงามเป็นหลัก
เจาะลึกความน่าเล่น: GMMK 3 มาพร้อมคอนเซปต์ที่ให้คุณเลือกแต่งได้ตั้งแต่วันแรก คุณสามารถซื้อ Top Frame (กรอบบน), Badge (ป้ายโลโก้), และ Knob (ปุ่มหมุน) สีต่างๆ มาเปลี่ยนได้เองง่ายๆ โดยระบบล็อคเคสออกแบบมาให้ขันน็อตน้อยมากและเข้าใจง่าย นอกจากนี้ยังรองรับ Hall Effect (HE) ในรุ่น HE ทำให้คุณเลือกได้ว่าจะประกอบเป็นคีย์บอร์ด Mechanical ธรรมดา หรือคีย์บอร์ดเกมมิ่งสวิตช์แม่เหล็กก็ได้
ซอฟต์แวร์ Glorious Core 2.0 พัฒนาขึ้นมาก ใช้งานง่าย ปรับไฟ RGB ได้สวยงามอลังการตามสไตล์ Glorious (ไฟด้านข้าง Side Lighting สวยมาก) ตัวเคสเป็นอลูมิเนียม CNC คุณภาพสูง งานประกอบแน่นหนา และมีระบบ Gasket Mount ที่ให้ฟีลลิ่งการกดที่นุ่มนวลกว่ารุ่น GMMK Pro ตัวเก่าอย่างชัดเจน
เรื่องเสียง: เสียงของ GMMK 3 จะมีความ “Clack” (ใส คมชัด) มากกว่า Thock ทุ้มๆ เนื่องจากโครงสร้างภายในที่โปร่งกว่าเล็กน้อย แต่ข้อดีคือคุณสามารถซื้อ Plate วัสดุต่างๆ (ทองเหลือง, FR4, PC) จาก Official Store มาเปลี่ยนเพื่อจูนเสียงได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องไปงมหาเทียบไซส์จากร้านจีน
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| Customization: ของแต่ง Official เยอะมาก หาซื้อง่าย เปลี่ยนสีได้ตามใจ | ราคา: ราคาเปิดตัวและของแต่งค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับแบรนด์จีน |
| HE Support: มีรุ่นรองรับสวิตช์แม่เหล็ก (Rapid Trigger) ให้เลือก | QMK/VIA: รองรับเฉพาะบางรุ่นย่อย (เช็คสเปกก่อนซื้อ) |
| Ecosystem: ซอฟต์แวร์และอุปกรณ์เสริมทำมาดี ใช้งานร่วมกันง่าย | เสียง: เสียงเดิมๆ อาจจะไม่ Thock เท่า MonsGeek หรือ Keychron |
ข้อมูลสรุป:
- ทีเด็ดของรุ่นนี้: ความง่ายและความสนุกในการปรับแต่ง ของแต่งหาง่ายตามร้าน Gaming Gear ทั่วไทย ไม่ต้องรอพรีออเดอร์
- น้ำหนัก: ประมาณ 1.5 – 1.7 kg
- ขนาด/Layout: 75% / 65% / 100% (มีให้เลือกหลายไซส์)
- วัสดุ: Aluminum CNC Top & Bottom
- การเชื่อมต่อ: 3 โหมด / Wired (แล้วแต่รุ่น)
- ราคาโครงเปล่า: ประมาณ 4,500 – 8,900 บาท (แล้วแต่รุ่น Pro/HE)
สนุกกับการแต่งคีย์บอร์ด Glorious GMMK 3 เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
3. Keychron Q1 Max (Barebone): มาตรฐานชายไทย เจ็บแต่จบ
ถ้าคุณไม่อยากเสี่ยงดวง ไม่อยากลุ้นว่าของจะดีไหม หรือประกันจะเคลมยากไหม Keychron Q1 Max คือ Safe Zone ที่ดีที่สุดของ คีย์บอร์ด Custom ในไทยครับ นี่คือรุ่นท็อปสุดของตระกูล Q1 ที่อัปเกรดเรื่องระบบไร้สายมาจนสมบูรณ์แบบ
เจาะลึกความน่าเล่น: จุดเด่นของ Q1 Max คือความ “เสถียร” ครับ ระบบไร้สาย 2.4GHz และ Bluetooth 5.1 เชื่อมต่อได้รวดเร็ว ไม่หลุดง่าย เหมาะมากสำหรับคนทำงานหรือ Programmer ที่ต้องพิมพ์งานตลอดเวลา บอดี้เป็น Full Aluminum 6063 CNC ที่หนาและหนัก ให้ความรู้สึกพรีเมียมแบบตะโกน งานสี Anodized ทำมาเนียนกริบ ทนทานต่อรอยขีดข่วน
ภายในใช้โครงสร้าง Double Gasket Mount ที่ Keychron ภูมิใจนำเสนอ ให้ความยืดหยุ่นสูง กดแล้วรู้สึกนุ่มนิ้วมาก และมาพร้อมโฟมซับเสียงชุดใหญ่ (Acoustic Foam) ที่ช่วยกรองเสียงรบกวนออกจนหมด เหลือแต่เสียงสวิตช์เพราะๆ และแน่นอนว่ามันรองรับ QMK/VIA แบบ Native คือเสียบสายปุ๊บ เว็บ VIA เจอคีย์บอร์ดปั๊บ ปรับแต่งได้ทันทีโดยไม่ต้องโหลดไฟล์ JSON ให้วุ่นวาย
เรื่องเสียง: เสียงของ Q1 Max จะออกไปทาง “Deep & Solid” คือทุ้ม ลึก และแน่น ไม่มีเสียงก้องของเคส (Ping) ให้ได้ยิน เป็นเสียงแบบผู้ดีที่วางในออฟฟิศแล้วดูแพง ไม่หนวกหูเพื่อนร่วมงานครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| Stability: ระบบไร้สายเสถียรที่สุด ไว้ใจได้ในการทำงานจริง | ราคา: ราคาสูงกว่าคู่แข่งจากจีนพอสมควร (แลกกับประกันศูนย์ไทย) |
| Build Quality: งานอลูมิเนียมหนา หนัก แข็งแรงมาก | น้ำหนัก: หนักมาก พกพาไม่สะดวกแน่นอน |
| Support: มีศูนย์ไทย อะไหล่หาง่าย เคลมง่าย | ความสูง: ด้านหน้าค่อนข้างสูง อาจต้องใช้ที่รองข้อมือช่วย |
ข้อมูลสรุป:
- ทีเด็ดของรุ่นนี้: ความชัวร์และมาตรฐานระดับโลก ซื้อครั้งเดียวจบใช้ยาวๆ 5-10 ปี รองรับการปรับแต่งทุกรูปแบบ
- น้ำหนัก: ประมาณ 1.7 – 1.9 kg
- ขนาด/Layout: 75% + Knob
- วัสดุ: Full Aluminum 6063 CNC
- การเชื่อมต่อ: 3 โหมด (2.4G / Bluetooth / USB-C)
- ราคาโครงเปล่า: ประมาณ 6,500 – 7,200 บาท
เจ็บแต่จบ เลือกมาตรฐาน Keychron เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
4. Akko MOD 007 V3 VIA (Barebone): เทพเจ้าเสียง Thock
Akko เป็นแบรนด์ที่สร้างชื่อเสียงมาจาก “เสียง” ล้วนๆ และ MOD 007 V3 คือผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เกิดมาเพื่อคนรักเสียง Thock โดยเฉพาะ เป็น Barebone Kit ที่แทบไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม แค่ใส่สวิตช์ดีๆ ลงไป เสียงก็เพราะจนต้องร้องว้าว
เจาะลึกความน่าเล่น: ความลับของเสียง Akko อยู่ที่การจูนเลเยอร์ภายในครับ เขาใช้แผ่น Plate แบบ Polycarbonate (PC) ที่มีการตัด Flex Cut มาอย่างดี ผสานกับโฟม Poron คุณภาพสูงที่อัดมาแน่นทุกจุด ทำให้ไม่มีช่องว่างให้เสียงก้องสะท้อน ผลลัพธ์คือเสียงพิมพ์ที่ “Pop” และ “Creamy” มากๆ เหมือนเสียงเม็ดฝนกระทบใบไม้
ดีไซน์ภายนอกก็ไม่ธรรมดา มาพร้อมสีสันที่ฉูดฉาดและสวยงาม (เช่น สีน้ำเงินเข้ม, สีขาวมุก) และลวดลายด้านหลังที่ดูมีศิลปะ รุ่น V3 นี้รองรับ VIA แล้ว ทำให้การปรับแต่งปุ่มทำได้ง่ายขึ้นมาก ไม่ต้องทนใช้ซอฟต์แวร์ Akko Cloud Driver แบบเก่าที่หน่วงๆ อีกต่อไป
เรื่องเสียง: ถ้าคุณชอบเสียง Thock (ทุ้มๆ นุ่มๆ) ตัวนี้คือเบอร์ 1 ในลิสต์ครับ โครงสร้าง Gasket ให้ระยะยุบตัวเยอะ พิมพ์สนุกมือมาก สเตบิไลเซอร์ (Stabilizer) ที่ให้มาก็ลูปมาดีมาก แทบไม่ต้องแกะมาแก้เลย
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| Sound: เสียงดีที่สุดจากโรงงาน แทบไม่ต้อง Mod เพิ่ม | Flex: PCB มีการกรีดร่องเยอะ ทำให้เวลาถอดสวิตช์ต้องระวังงอ |
| Design: สีสันสวยงาม งานประกอบดูดีมีสไตล์ | การเชื่อมต่อ: รุ่น V3 VIA บางล็อตอาจจะมีแค่สาย (Wired) ต้องเช็คดีๆ |
| VIA Support: ปรับแต่งง่ายผ่านเว็บ (ในรุ่น VIA) | ไฟ RGB: ไฟอาจจะไม่สว่างมากนักเพราะ Plate โฟมบัง |
ข้อมูลสรุป:
- ทีเด็ดของรุ่นนี้: เกิดมาเพื่อคนคลั่งไคล้เสียงพิมพ์ ซื้อตัวนี้ไปรับรองไม่ผิดหวังเรื่อง Sound Test
- น้ำหนัก: ประมาณ 1.6 – 1.8 kg
- ขนาด/Layout: 75% + Knob
- วัสดุ: Aluminum CNC Case
- การเชื่อมต่อ: Wired / 3-Mode (แล้วแต่รุ่นย่อย)
- ราคาโครงเปล่า: ประมาณ 3,500 – 4,500 บาท
เสพติดเสียง Thock ต้อง Akko MOD 007 เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
5. Weikav NUT65 (Barebone): 65% ตัวเล็กสเปกแรง
ปิดท้ายด้วยน้องเล็ก Weikav NUT65 ที่มาแรงแซงทางโค้งจนกลายเป็น Barebone Kit ไซส์ 65% ที่คุ้มค่าที่สุดในปี 2026 รุ่นนี้ออกมาเพื่อฆ่า Lucky65 V2 ตัวเก่า ด้วยสเปกที่จัดเต็มกว่าในราคาที่แทบจะไม่ต่างกัน
เจาะลึกความน่าเล่น: NUT65 แก้ Pain Point ของคีย์บอร์ดราคาประหยัดด้วยการรองรับ QMK/VIA เต็มรูปแบบครับ ซึ่งหาได้ยากมากในงบ 2,000 บาท ทำให้คุณปรับแต่งปุ่มได้อย่างอิสระผ่านเว็บ โครงสร้างภายในเป็น Dual Gasket Mount ที่คุณสามารถเลือกติดตั้ง Gasket ได้ 2 แบบ (บน Plate หรือบน PCB) เพื่อปรับฟีลลิ่งความนุ่ม/แข็งได้ตามชอบ นี่คือฟีเจอร์ระดับ Custom หลักหมื่นที่ใส่มาให้ในตัวราคาพันกว่าบาท!
งานประกอบอลูมิเนียม CNC ทำได้ดีเกินราคา ผิวสัมผัสเนียนมือ น้ำหนักกำลังดีประมาณ 1.4 กิโลกรัม พกพาใส่กระเป๋าเป้ไปทำงานร้านกาแฟได้สบายๆ ระบบไฟ RGB สว่างสวยงาม และมีลูกเล่น Pogo Pin ในการเชื่อมต่อไฟ ทำให้ถอดประกอบง่ายและปลอดภัย
เรื่องเสียง: เสียงของ NUT65 มีความ “Clack” และ “Crisp” (คมชัด) เล็กน้อย แต่ถ้าใส่สวิตช์ Linear ดีๆ ก็สามารถทำเสียง Thock ได้ไม่ยาก เป็นบอร์ดที่เอาไปต่อยอดทำ Mod ได้สนุกมากครับ
ตารางเปรียบเทียบข้อดี-ข้อเสีย:
| ✅ ข้อดี (Pros) | ⚠️ ข้อสังเกต (Cons) |
| Value: คุ้มค่าที่สุดในไซส์ 65% ได้อลู CNC + VIA ในราคา 2,xxx | ขนาด: 65% ตัดปุ่ม F และ Numpad ออก ต้องปรับตัวเรื่องคีย์ลัด |
| VIA Support: รองรับการปรับแต่งผ่านเว็บ ซึ่งดีกว่า Lucky65 เดิมมาก | แบตเตอรี่: 3750mAh อาจจะน้อยไปนิดถ้าเปิดไฟ RGB เต็มสูบ |
| Dual Gasket: ปรับแต่งฟีลลิ่งการพิมพ์ได้หลากหลาย | สี: ตัวเลือกสีอาจจะยังไม่เยอะเท่ารุ่นพี่ๆ |
ข้อมูลสรุป:
- ทีเด็ดของรุ่นนี้: ราชาแห่งความคุ้มค่าในไซส์พกพา ได้สเปกเทียบเท่าตัว 5-6 พัน ในราคาหารครึ่ง
- น้ำหนัก: ประมาณ 1.2 – 1.4 kg (พกพาได้)
- ขนาด/Layout: 65% (กะทัดรัดสุดๆ)
- วัสดุ: Aluminum CNC Case
- การเชื่อมต่อ: 3 โหมด (2.4G / Bluetooth / USB-C)
- ราคาโครงเปล่า: ประมาณ 2,200 – 2,800 บาท
ตัวเล็กสเปกเทพ Weikav NUT65 เช็คราคาและโปรโมชั่น ที่นี่: Shopee
เปรียบเทียบชัดๆ: 5 Barebone นี้ รุ่นไหนใช่สำหรับคุณ?
| รุ่นสินค้า | Layout | จุดเด่น (Killer Feature) | รองรับ VIA | ราคาโดยประมาณ |
| MonsGeek M1 V5 | 75% | Quick Release (ถอดง่าย) | ✅ (รุ่น V5 VIA) | 2,900 – 3,900 |
| Glorious GMMK 3 | 75% | Modular (ปรับแต่งง่าย) | ⚠️ (บางรุ่น) | 4,500 – 8,900 |
| Keychron Q1 Max | 75% | Stability (เสถียรสุด) | ✅ (Native) | 6,500 – 7,200 |
| Akko MOD 007 V3 | 75% | Acoustic (เสียงดีสุด) | ✅ (รุ่น VIA) | 3,500 – 4,500 |
| Weikav NUT65 | 65% | Value (คุ้มสุดใน 65%) | ✅ | 2,200 – 2,800 |
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
ต้องซื้ออีก 2 อย่างครับ คือ
1. สวิตช์ (Switches) ตามจำนวนปุ่ม (ประมาณ 70-90 ตัว) และ
2. คีย์แคป (Keycaps) ครบชุด แค่นี้ก็ประกอบใช้งานได้เลยครับ
ไม่ยากและไม่ต้องบัดกรีครับ! เพราะทุกรุ่นในลิสต์นี้เป็น Hot-Swap คือเอาสวิตช์เสียบลงไปในรูได้เลยเหมือนตัวต่อเลโก้ ใครๆ ก็ทำได้ครับ
75% จะมีปุ่ม F1-F12 ด้านบนครบ ใช้งานเหมือนคีย์บอร์ดโน้ตบุ๊ก ส่วน 65% จะตัดแถวปุ่ม F ออกไปเลย (ต้องกด Fn+ตัวเลขแทน) ทำให้สั้นลงและพกพาง่ายกว่าครับ
ถ้าคุณชอบปรับแต่งปุ่ม (Remap), ตั้ง Macro, หรือใช้คีย์บอร์ดกับหลายโปรแกรม จำเป็นมากครับ เพราะมันเก็บค่าลงบอร์ดเลย ไม่ต้องลงโปรแกรมที่คอมเครื่องอื่น สะดวกมากๆ
ถ้าชอบเสียงทุ้มๆ นุ่มๆ แนะนำ Gateron Milky Yellow หรือ KTT Kang White (ราคาถูกและดี) ถ้าชอบเสียงดังคลิกๆ แนะนำ Kailh Box White ครับ
บทสรุป: เริ่มต้นเส้นทาง Custom กับรุ่นไหนดี?
การประกอบคีย์บอร์ดเองคือความสนุกที่คุณหาไม่ได้จากแบบสำเร็จรูป และนี่คือคำแนะนำสุดท้ายครับ:
- มือใหม่ งบจำกัด แต่อยากได้ของดี: ไป 👉 MonsGeek M1 V5 หรือ Weikav NUT65 คุ้มค่าที่สุด
- สายแฟชั่น ชอบแต่งของง่ายๆ: ไป 👉 Glorious GMMK 3 ของเล่นเยอะ
- สายทำงาน เน้นจบ ไม่จุกจิก: ไป 👉 Keychron Q1 Max มาตรฐานชัวร์สุด
- สายเสพเสียง อยากได้ยินเสียงสวรรค์: ไป 👉 Akko MOD 007 V3
เลือกโครงที่ใช่ แล้วไปสนุกกับการเลือกสวิตช์และคีย์แคปต่อได้เลยครับ! วงการนี้เข้าแล้วออกยากนะครับ เตือนแล้วนะ!
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ MONSGEEK M1 V5 M1W Barebone
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Glorious GMMK 3 Pro HE Barebones
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Keychron Q1 Barebones
- เช็คราคาและสั่งซื้อ AKKO MOD 007 V3
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Weikav NUT65 Barebone


