สารบัญ
- 1 หูฟังเกมมิ่งใส่นานไม่ปวดหัว เลือกยังไง น้ำหนัก แรงบีบ และฟองน้ำ สำคัญกว่าที่คิด
- 1.1 สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
- 1.2 GameTonix สรุปให้
- 1.3 ทำไมใส่หูฟังเกมมิ่งแล้วปวดหัว
- 1.4 น้ำหนักหูฟังเท่าไหร่ถึงใส่สบาย
- 1.5 แรงบีบคืออะไร ทำไมสำคัญกว่าสเปกเสียงในบางครั้ง
- 1.6 ฟองน้ำครอบหูแต่ละแบบต่างกันยังไง
- 1.7 คนใส่แว่นควรเลือกหูฟังแบบไหน
- 1.8 Over-ear กับ On-ear แบบไหนเหมาะกับเล่นเกมนานกว่า
- 1.9 ห้องร้อนหรือเหงื่อออกง่าย ควรเลือกแบบไหน
- 1.10 เช็กลิสต์ก่อนซื้อหูฟังใส่นาน
- 1.11 สินค้าแนะนำสำหรับหัวข้อนี้
- 1.12 1. Logitech G335
- 1.13 2. SteelSeries Arctis Nova 1
- 1.14 3. Corsair HS35 SURROUND v2
- 1.15 4. ASUS ROG Delta S Core
- 1.16 5. Corsair VOID Wireless V2
- 1.17 ตารางเปรียบเทียบสินค้าแนะนำ
- 1.18 แล้วควรซื้อรุ่นไหนดี
- 1.19 สรุปก่อนกดซื้อ
- 1.20 FAQ: คำถามที่พบบ่อย
- 1.21 อ่านต่อในซีรีส์หูฟังเกมมิ่งจาก GameTonix
หูฟังเกมมิ่งใส่นานไม่ปวดหัว เลือกยังไง น้ำหนัก แรงบีบ และฟองน้ำ สำคัญกว่าที่คิด
หูฟังเกมมิ่งเสียงดีแค่ไหน ถ้าใส่ไปชั่วโมงเดียวแล้วเริ่มปวดหัว เจ็บหู ร้อนหู หรือกดขาแว่นจนปวดขมับ สุดท้ายก็ใช้งานจริงไม่ไหวอยู่ดีครับ
หลายคนเวลาเลือกหูฟังมักดูแค่เสียง ไมค์ ไฟ RGB หรือแบตเตอรี่ แต่ลืมเรื่องที่มีผลกับชีวิตจริงมาก ๆ อย่าง น้ำหนัก แรงบีบ ฟองน้ำ วัสดุครอบหู และรูปทรงของครอบหู
โดยเฉพาะคนที่เล่นเกมนาน ๆ เช่น Valorant, CS2, Apex Legends, Monster Hunter, Final Fantasy XIV หรือเล่นบน PC / PS5 / Xbox / Nintendo Switch หลายชั่วโมงต่อวัน เรื่องความสบายไม่ใช่ของแถม แต่มันคือหนึ่งในสเปกหลักที่ควรดูตั้งแต่ก่อนกดซื้อ
บทความนี้ GameTonix จะพาเช็กว่า หูฟังเกมมิ่งใส่นานไม่ปวดหัวควรเลือกยังไง พร้อมอธิบายเรื่องน้ำหนัก แรงบีบ ฟองน้ำ คนใส่แว่น ห้องร้อน และแนะนำ Headset ที่เหมาะกับการใส่เล่นเกมนาน ๆ ที่หาซื้อได้ใน Shopee ประเทศไทย
สรุปสั้น ๆ ก่อนอ่าน
ถ้าคุณอยากได้หูฟังเกมมิ่งที่ใส่นานแล้วไม่ปวดหัว อย่าดูแค่เสียงหรือแบรนด์ ให้เริ่มจาก 6 เรื่องนี้ก่อน
| สิ่งที่ควรดู | ทำไมสำคัญ |
|---|---|
| น้ำหนัก | ยิ่งหนัก ยิ่งมีโอกาสกดหัวและเมื่อยคอเมื่อใส่นาน |
| แรงบีบด้านข้าง | ถ้าบีบมากเกินไป จะปวดขมับ ปวดกราม หรือเจ็บขาแว่น |
| ฟองน้ำครอบหู | มีผลกับความนุ่ม ความร้อน และแรงกดรอบใบหู |
| วัสดุครอบหู | หนังเทียมกันเสียงดีแต่ร้อนง่าย ผ้าหรือ mesh ระบายอากาศดีกว่า |
| ขนาดครอบหู | ถ้าครอบหูไม่มิด ใบหูจะโดนกดจนเจ็บ |
| แถบคาดหัว | แถบคาดหัวที่กระจายน้ำหนักดี ช่วยลดจุดกดบนหัวได้เยอะ |
สรุปง่าย ๆ คือ หูฟังที่ใส่สบายไม่ได้ดูจากน้ำหนักอย่างเดียว แต่ต้องดูการกระจายน้ำหนัก แรงบีบ และวัสดุที่สัมผัสกับหัวเราด้วย
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G335
- เช็คราคาและสั่งซื้อ SteelSeries Arctis Nova 1
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair HS35 SURROUND v2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ ASUS ROG Delta S Core
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair VOID Wireless V2
GameTonix สรุปให้
ถ้าคุณใส่หูฟังเล่นเกมนานทุกวัน ให้เลือกหูฟังที่น้ำหนักประมาณ ไม่เกิน 300 กรัม เป็นจุดเริ่มต้นก่อน โดยเฉพาะถ้าคุณเป็นคนปวดหัวง่าย ใส่แว่น หรือเล่นเกมหลายชั่วโมงต่อรอบ
แต่ถ้าหูฟังหนักเกิน 300 กรัมเล็กน้อย ก็ไม่ได้แปลว่าไม่ดีเสมอไปครับ บางรุ่นหนักกว่า แต่กระจายน้ำหนักดี ฟองน้ำนุ่ม และแรงบีบไม่โหด ก็ยังใส่ได้นานกว่า Headset เบา ๆ บางรุ่นที่บีบหัวแรง
ถ้าเล่นในห้องร้อนหรือเหงื่อออกง่าย ให้ระวังหูฟังที่ใช้หนังเทียมหนา ๆ เพราะอาจกันเสียงดี แต่สะสมความร้อนเร็วกว่าแบบผ้าหรือ mesh
ถ้าใส่แว่น ให้ดูฟองน้ำที่นุ่มและยุบตัวได้ดีเป็นพิเศษ เพราะจุดที่เจ็บมักไม่ใช่ใบหูอย่างเดียว แต่เป็นบริเวณขาแว่นที่ถูกฟองน้ำกดทับกับขมับ
ทำไมใส่หูฟังเกมมิ่งแล้วปวดหัว
อาการปวดหัวจากหูฟังเกมมิ่งมักไม่ได้เกิดจากสาเหตุเดียว แต่มักมาจากหลายปัจจัยรวมกัน เช่น น้ำหนักมาก แรงบีบสูง ฟองน้ำแข็ง หรือขนาดครอบหูไม่พอดี
อาการที่เจอบ่อย ได้แก่
- ปวดกลางหัว เพราะแถบคาดหัวกดจุดเดียว
- ปวดขมับ เพราะหูฟังบีบด้านข้างแรง
- เจ็บใบหู เพราะครอบหูเล็กหรือฟองน้ำตื้น
- ปวดหลังหู เพราะฟองน้ำกดขาแว่น
- ร้อนหู เพราะวัสดุระบายอากาศไม่ดี
- เมื่อยคอ เพราะหูฟังหนักและใส่นานเกินไป
บางคนซื้อหูฟังเสียงดีมาก แต่ใส่จริงแล้วปวดหัวภายใน 30 นาที แบบนี้ถือว่าไม่เหมาะกับการใช้งานจริงครับ เพราะเกมเมอร์ส่วนใหญ่ไม่ได้ใส่แค่ 10 นาทีแล้วถอด แต่เล่นกันเป็นชั่วโมง
น้ำหนักหูฟังเท่าไหร่ถึงใส่สบาย
น้ำหนักเป็นจุดเริ่มต้นที่ดูง่ายที่สุด แต่ไม่ใช่คำตอบทั้งหมด
โดยประมาณสามารถแบ่งได้แบบนี้
| น้ำหนักหูฟัง | ความรู้สึกโดยรวม |
| ต่ำกว่า 200 กรัม | เบามาก เหมาะกับคนปวดหัวง่าย |
| 200–250 กรัม | เบา ใส่นานได้ง่ายสำหรับคนส่วนใหญ่ |
| 250–300 กรัม | กำลังดี ถ้ากระจายน้ำหนักดี |
| 300–350 กรัม | เริ่มต้องดูแถบคาดหัวและฟองน้ำให้ละเอียด |
| มากกว่า 350 กรัม | ควรลองใส่ก่อนซื้อ ถ้าเล่นนานอาจล้าได้ |
แต่ต้องจำไว้ว่า หูฟัง 303 กรัมที่กระจายน้ำหนักดี อาจใส่สบายกว่าหูฟัง 250 กรัมที่บีบหัวแรง ได้เหมือนกัน
ดังนั้นเวลาเลือกซื้อ อย่าดูน้ำหนักแบบแยกเดี่ยว ให้ดูร่วมกับโครงสร้างของแถบคาดหัว ฟองน้ำ และแรงบีบด้วย
แรงบีบคืออะไร ทำไมสำคัญกว่าสเปกเสียงในบางครั้ง
แรงบีบ หรือที่หลายคนเรียกว่า clamp force คือแรงที่หูฟังกดเข้าหาศีรษะจากด้านซ้ายและขวา
ถ้าแรงบีบน้อยเกินไป หูฟังอาจหลวม เสียงรั่ว และไม่เกาะหัว
ถ้าแรงบีบมากเกินไป จะเริ่มปวดขมับ ปวดกราม และเจ็บขาแว่น
ปัญหาคือผู้ผลิตหูฟังส่วนใหญ่ ไม่ได้ระบุค่าแรงบีบเป็นตัวเลขในสเปกสินค้า ทำให้เราต้องประเมินจากรีวิวผู้ใช้จริง รูปทรงแถบคาดหัว ความยืดหยุ่นของโครง และฟองน้ำที่ใช้
วิธีดูแบบง่าย ๆ คือ
- ถ้าหูฟังเป็นสาย esports ที่เน้นกันเสียงภายนอก มักมีแรงบีบมากกว่าปกติ
- ถ้าหูฟังมีแถบคาดหัวแบบสายแขวน มักกระจายน้ำหนักด้านบนได้ดี
- ถ้าฟองน้ำแข็งหรือบาง แรงบีบจะรู้สึกชัดขึ้น
- ถ้าใส่แว่น แรงบีบที่พอดีกับคนทั่วไปอาจยังแรงเกินไปสำหรับคุณ
ฟองน้ำครอบหูแต่ละแบบต่างกันยังไง
ฟองน้ำครอบหูเป็นจุดที่สัมผัสกับเราโดยตรง จึงมีผลกับความสบายมากกว่าที่หลายคนคิด
1. หนังเทียม
หนังเทียมมักกันเสียงภายนอกได้ดี เบสแน่นกว่า และทำให้เสียงไม่รั่วง่าย เหมาะกับคนเล่นในห้องเสียงดังหรืออยากได้เสียงเต็ม ๆ
แต่ข้อเสียคือร้อนง่าย เหงื่อออกง่าย และถ้าใช้ไปนาน ๆ อาจลอกหรือแข็งได้
เหมาะกับ: ห้องแอร์, คนอยากได้เสียงแน่น, คนไม่เล่นนานมาก
ไม่เหมาะกับ: ห้องร้อน, คนเหงื่อออกง่าย, คนใส่แว่นแล้วเจ็บง่าย
2. ผ้า
ฟองน้ำหุ้มผ้าระบายอากาศดีกว่าหนังเทียม ใส่นานแล้วร้อนน้อยกว่า เหมาะกับคนเล่นเกมยาว ๆ หรืออยู่ในห้องที่ไม่ได้เปิดแอร์ตลอด
ข้อเสียคือกันเสียงภายนอกได้น้อยกว่า และเสียงอาจไม่แน่นเท่าหนังเทียม
เหมาะกับ: เล่นนาน, ห้องร้อน, คนไม่ชอบอับหู
ไม่เหมาะกับ: ห้องเสียงดัง, คนต้องการการกันเสียงภายนอกสูง
3. Velour / ผ้ากำมะหยี่
ให้สัมผัสนุ่ม ระบายอากาศดี และมักพบในหูฟังสตูดิโอหรือหูฟังที่เน้นความสบาย
ข้อเสียคือกันเสียงไม่ดีเท่าหนังเทียม และฝุ่นติดง่ายกว่า
เหมาะกับ: คนใส่นาน, คนปวดหูง่าย, คนเล่นในห้องเงียบ
ไม่เหมาะกับ: ห้องเสียงดังหรือคนที่ต้องการเบสแน่นมาก
4. วัสดุผสม
บางรุ่นใช้วัสดุผสม เช่น ด้านนอกหนังเทียม ด้านสัมผัสหูเป็นผ้า เพื่อบาลานซ์ระหว่างการกันเสียงและการระบายอากาศ
เหมาะกับ: คนที่อยากได้ทั้งเสียงแน่นและใส่นานสบายขึ้น
คนใส่แว่นควรเลือกหูฟังแบบไหน
ถ้าคุณใส่แว่น เรื่องนี้สำคัญมากครับ เพราะขาแว่นจะอยู่ระหว่างฟองน้ำกับศีรษะพอดี
ถ้าหูฟังบีบแรง ฟองน้ำแข็ง หรือครอบหูกดแน่นเกินไป อาการที่เจอบ่อยคือปวดขมับ ปวดหลังหู หรือรู้สึกเหมือนขาแว่นถูกบีบตลอดเวลา
วิธีเลือกสำหรับคนใส่แว่น:
- เลือกฟองน้ำที่นุ่มและยุบตัวได้ดี
- เลี่ยงหูฟังที่บีบหัวแรงมาก
- เลือกน้ำหนักไม่มากเกินไป
- ถ้าเป็นไปได้ ให้เลือกครอบหูใหญ่พอครอบหูได้จริง
- ถ้าเล่นในห้องเงียบ ลองพิจารณาฟองน้ำผ้าหรือ velour
- อ่านรีวิวจากคนใส่แว่นก่อนซื้อ
ถ้ามีแว่นหลายอัน แว่นขาเล็กและบางจะใส่กับหูฟังสบายกว่าแว่นขาหนา ๆ ด้วยครับ
Over-ear กับ On-ear แบบไหนเหมาะกับเล่นเกมนานกว่า
สำหรับเล่นเกมนาน ๆ ส่วนใหญ่แนะนำ Over-ear มากกว่า On-ear
เพราะ Over-ear คือหูฟังที่ครอบรอบใบหู ไม่ได้กดทับบนใบหูโดยตรง ถ้าครอบหูใหญ่พอและฟองน้ำดี จะช่วยลดอาการเจ็บใบหูได้มาก
ส่วน On-ear จะวางทับบนใบหูโดยตรง แม้อาจเบาและพกง่ายกว่า แต่ถ้าใส่นานหลายชั่วโมงมีโอกาสเจ็บใบหูมากกว่า
| แบบหูฟัง | เหมาะกับเล่นนานไหม |
| Over-ear | เหมาะกว่า เพราะครอบหู ไม่กดใบหูตรง ๆ |
| On-ear | พอใช้ได้ แต่มีโอกาสเจ็บใบหูเมื่อใส่นาน |
| In-ear / IEMs | เบา ไม่กดหัว แต่บางคนเจ็บช่องหูแทน |
ในบทความนี้เราจึงเน้นแนะนำ Headset แบบครอบหู เป็นหลัก เพราะโจทย์คือการเลือกหูฟังเกมมิ่งที่ใส่เล่นนานแล้วไม่ปวดหัว ไม่ใช่การเปลี่ยนไปใช้หูฟัง In-ear
ห้องร้อนหรือเหงื่อออกง่าย ควรเลือกแบบไหน
ถ้าคุณเล่นเกมในห้องร้อน หรือไม่ได้เปิดแอร์ตลอดเวลา ให้ระวังหูฟังหนังเทียมหนา ๆ เป็นพิเศษ เพราะมันอาจอับและร้อนเร็ว
ตัวเลือกที่เหมาะกว่าคือ
- ฟองน้ำผ้า
- ฟองน้ำ mesh
- หูฟังน้ำหนักเบา
- หูฟังที่ไม่บีบหัวมาก
- หูฟังที่ครอบหูไม่ลึกจนเก็บความร้อนมากเกินไป
แต่ต้องยอมรับว่าฟองน้ำที่ระบายอากาศดี มักกันเสียงภายนอกได้น้อยกว่า ถ้าคุณอยู่ในห้องเสียงดัง อาจต้องบาลานซ์ระหว่าง “ไม่ร้อน” กับ “กันเสียง”
เช็กลิสต์ก่อนซื้อหูฟังใส่นาน
ก่อนกดซื้อ ลองเช็กตามนี้ครับ
| สิ่งที่ต้องเช็ก | คำแนะนำจาก GameTonix |
| น้ำหนัก | ถ้าเล่นนาน ควรเริ่มดูรุ่นต่ำกว่า 300 กรัม |
| ฟองน้ำ | ถ้านุ่มและหนาเกินไปอาจสบาย แต่ต้องดูเรื่องร้อนด้วย |
| วัสดุครอบหู | ห้องร้อนควรดูผ้าหรือ mesh มากกว่าหนังเทียม |
| แถบคาดหัว | แบบสายแขวนหรือมี padding หนาช่วยกระจายน้ำหนัก |
| แรงบีบ | อ่านรีวิวผู้ใช้จริง เพราะสเปกมักไม่บอก |
| ใส่แว่นไหม | ถ้าใส่แว่น ต้องดูฟองน้ำและแรงบีบเป็นพิเศษ |
| เล่นนานแค่ไหน | ถ้าเกิน 3 ชั่วโมงต่อวัน ความสบายควรมาก่อน RGB |
| แพลตฟอร์ม | PC, PS5, Xbox, Switch ใช้การเชื่อมต่อไม่เหมือนกัน |
| ห้องเล่นเกม | ห้องเงียบกับห้องเสียงดัง เหมาะกับหูฟังคนละแบบ |
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G335
- เช็คราคาและสั่งซื้อ SteelSeries Arctis Nova 1
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair HS35 SURROUND v2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ ASUS ROG Delta S Core
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair VOID Wireless V2
สินค้าแนะนำสำหรับหัวข้อนี้
หมายเหตุ: สินค้าที่แนะนำด้านล่างเลือกจากโจทย์ “ใส่นานให้สบายขึ้น” โดยดูจากน้ำหนัก วัสดุครอบหู การกระจายน้ำหนัก การเชื่อมต่อ และความเหมาะสมกับการเล่นเกมหลายชั่วโมง ราคาหรือโปรโมชันใน Shopee อาจเปลี่ยนแปลงได้ ควรตรวจสอบร้าน ประกัน และเงื่อนไขก่อนสั่งซื้อ
1. Logitech G335
เหมาะกับ: คนที่อยากได้หูฟังเกมมิ่งมีสาย น้ำหนักเบา ใส่เล่นนาน และไม่อยากชาร์จแบต
สเปกสำคัญ
- ประเภท: หูฟังเกมมิ่งมีสาย
- การเชื่อมต่อ: 3.5mm
- น้ำหนัก: 240 กรัม
- ไมค์: Flip-to-mute microphone
- วัสดุเด่น: Soft breathable memory foam และ sports mesh
- จุดเด่นด้านความสบาย: Suspension headband ช่วยกระจายน้ำหนัก
- รองรับ: Xbox, PlayStation, Nintendo Switch, PC, Laptop และ Mobile
Logitech ระบุว่า G335 มีน้ำหนัก 240 กรัม ใช้แถบคาดหัวแบบ suspension headband เพื่อช่วยกระจายน้ำหนัก มี memory foam ear cups พร้อม sports mesh และเชื่อมต่อผ่าน 3.5mm ใช้ได้กับ Xbox, PlayStation, Nintendo Switch รวมถึง PC และมือถือที่รองรับช่อง 3.5mm
จุดเด่น:
เป็นรุ่นที่เข้ากับหัวข้อนี้มาก เพราะจุดขายหลักคือ “เบาและใส่สบาย” ไม่ใช่แค่เสียงหรือไฟ RGB เหมาะกับคนที่อยากได้ Headset สำหรับเล่นนาน ๆ ในงบไม่แรง
ข้อควรระวัง:
เป็นรุ่นมีสาย 3.5mm ไม่ใช่ไร้สาย และไม่ได้มีฟีเจอร์ซอฟต์แวร์เยอะเหมือนรุ่นสูง ๆ ถ้าต้องการปรับเสียงละเอียดบน PC อาจต้องพิจารณารุ่นอื่นเพิ่ม
เช็กราคา Logitech G335 บน Shopee
2. SteelSeries Arctis Nova 1
เหมาะกับ: คนที่อยากได้ Headset มีสาย น้ำหนักเบา ใช้ได้หลายแพลตฟอร์ม และเน้นความสบายจากแถบคาดหัวแบบยืดหยุ่น
สเปกสำคัญ
- ประเภท: หูฟังเกมมิ่งมีสาย
- การเชื่อมต่อ: 3.5mm
- น้ำหนัก: ประมาณ 236 กรัม
- ไมค์: ClearCast Gen 2 แบบเก็บเข้าไปในตัวหูฟังได้
- วัสดุเด่น: AirWeave Memory Foam
- จุดเด่นด้านความสบาย: ComfortMAX System และแถบคาดหัวแบบยืดหยุ่น
- รองรับ: PC, Console และอุปกรณ์ที่รองรับ 3.5mm
SteelSeries ระบุว่า Arctis Nova 1 ใช้ ComfortMAX System มีจุดปรับ 4 ตำแหน่ง แถบคาดหัวช่วยกระจายน้ำหนัก ตัวหูฟังมีน้ำหนักประมาณ 236 กรัม และใช้ AirWeave Memory Foam สำหรับครอบหู
จุดเด่น:
เหมาะกับคนที่อยากได้หูฟังครอบหูที่ใส่เล่นนาน โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากได้รุ่นไร้สายหนัก ๆ จุดเด่นคือโครงสร้างเบาและระบบแถบคาดหัวที่ออกแบบมาเพื่อกระจายน้ำหนัก
ข้อควรระวัง:
มีรุ่นย่อย Nova 1 / 1P / 1X ควรเช็กให้ตรงกับแพลตฟอร์มที่ใช้ โดยเฉพาะถ้าจะใช้งานกับ Xbox
เช็กราคา SteelSeries Arctis Nova 1 บน Shopee
3. Corsair HS35 SURROUND v2
เหมาะกับ: คนที่อยากได้หูฟังเกมมิ่งมีสายงบคุ้ม ใช้งานหลายแพลตฟอร์ม และให้ความสำคัญกับฟองน้ำผ้าใส่สบาย
สเปกสำคัญ
- ประเภท: หูฟังเกมมิ่งมีสาย
- การเชื่อมต่อ: 3.5mm พร้อม USB Adapter สำหรับ Surround บน PC / Mac
- น้ำหนัก: 0.252 กก.
- ไดรเวอร์: 50mm Neodymium
- ไมค์: Omni-directional microphone
- วัสดุเด่น: Cloth ear pads
- จุดเด่นด้านความสบาย: Floating headband, rotating ear cups, soft fabric ear pads
- รองรับ: PC, Mac, PlayStation, Xbox และ Mobile
Corsair ระบุว่า HS35 SURROUND v2 ใช้ 50mm neodymium drivers, เชื่อมต่อ 3.5mm ได้หลายแพลตฟอร์ม, มี USB Adapter สำหรับ Dolby 7.1 บน PC / Mac, น้ำหนัก 0.252 กก. และใช้ floating headband พร้อม cloth ear pads ที่เน้นความสบายในการเล่นนาน
จุดเด่น:
เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้ Headset งบคุ้มและไม่อยากเสี่ยงกับหนังเทียมที่ร้อนง่าย จุดเด่นคือฟองน้ำผ้า น้ำหนักไม่มาก และใช้งานได้หลายแพลตฟอร์ม
ข้อควรระวัง:
เป็นหูฟังมีสาย ถ้าต้องการความคล่องตัวแบบไร้สายอาจต้องขยับไปดู Corsair VOID Wireless V2 หรือรุ่นไร้สายอื่น
เช็กราคา Corsair HS35 SURROUND v2 บน Shopee
4. ASUS ROG Delta S Core
เหมาะกับ: คนที่อยากได้หูฟังเกมมิ่งมีสายจากสาย ROG ทรงครอบหูใหญ่ รองรับหลายแพลตฟอร์ม และมีฟองน้ำสำรองในกล่อง
สเปกสำคัญ
- ประเภท: หูฟังเกมมิ่งมีสาย
- การเชื่อมต่อ: 3.5mm
- น้ำหนัก: 270 กรัม
- ไดรเวอร์: 50mm Neodymium
- ไมค์: Detachable microphone
- วัสดุเด่น: ROG Hybrid ear cushion
- อุปกรณ์ในกล่อง: ไมค์ถอดได้, ฟองน้ำเสริม, สายแยก audio/mic
- รองรับ: PC, Mac, PS4, PS5, Nintendo Switch, Xbox One, Xbox Series X/S
ASUS ระบุว่า ROG Delta S Core เป็น Headset แบบ 3.5mm น้ำหนัก 270 กรัม ใช้ไดรเวอร์ 50mm รองรับ PC, Mac, PlayStation, Nintendo Switch และ Xbox พร้อม ROG Hybrid ear cushion และมีฟองน้ำเสริมในกล่อง
จุดเด่น:
เป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับคนที่อยากได้หูฟังครอบหูจากแบรนด์เกมมิ่งชัดเจน แต่ยังควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในโซนที่ไม่หนักเกินไป จุดที่น่าสนใจคือมีฟองน้ำเสริมในกล่อง ทำให้ปรับฟีลการใส่ได้มากกว่าบางรุ่น
ข้อควรระวัง:
ทรงครอบหูค่อนข้างใหญ่ ถ้าศีรษะเล็กมากควรอ่านรีวิวเรื่องฟิตติ้งก่อนซื้อ และถ้าเล่นในห้องร้อนควรดูว่าวัสดุฟองน้ำที่ใช้เหมาะกับคุณหรือไม่
เช็กราคา ASUS ROG Delta S Core บน Shopee
5. Corsair VOID Wireless V2
เหมาะกับ: คนที่อยากได้หูฟังเกมมิ่งไร้สายทรงครอบหู ใส่เล่นนาน และอยากได้ตัวเลือกที่ต่างจากรุ่นยอดนิยมอย่าง HyperX, Razer หรือ Sony
สเปกสำคัญ
- ประเภท: หูฟังเกมมิ่งไร้สาย
- การเชื่อมต่อ: 2.4GHz Wireless และ Bluetooth
- น้ำหนัก: 0.303 กก.
- ไดรเวอร์: 50mm
- แบตเตอรี่: สูงสุด 70 ชั่วโมงผ่าน 2.4GHz / สูงสุด 130 ชั่วโมงผ่าน Bluetooth
- ไมค์: Omni-directional microphone
- วัสดุเด่น: ฟองน้ำครอบหูแบบเมมโมรีโฟม หุ้มด้วยผ้าไมโครไฟเบอร์ที่ระบายอากาศได้ดี
- รองรับ: PC, Mac, PlayStation และ Mobile
Corsair ระบุว่า VOID Wireless V2 รองรับ 2.4GHz Wireless และ Bluetooth, ใช้ไดรเวอร์ 50mm, แบตเตอรี่สูงสุด 70 ชั่วโมงผ่าน 2.4GHz หรือ 130 ชั่วโมงผ่าน Bluetooth, น้ำหนัก 0.303 กก. และใช้ memory foam ear cushions หุ้มด้วยผ้า microfiber ที่ระบายอากาศได้
จุดเด่น:
เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับคนที่อยากได้ Headset ไร้สายเต็มรูปแบบ แต่ยังอยากให้บทความไม่วนไปใช้รุ่นเดิมซ้ำ ๆ จุดเด่นคือแบตเตอรี่ใช้งานได้นาน มีทั้ง 2.4GHz และ Bluetooth และเป็นหูฟังครอบหูที่เข้ากับหัวข้อเรื่องความสบายมากกว่า In-ear
ข้อควรระวัง:
น้ำหนักประมาณ 303 กรัม ไม่ได้เบาที่สุดในกลุ่มนี้ ถ้าคุณเป็นคนปวดหัวง่ายมาก อาจยังควรเริ่มจากรุ่นเบากว่าอย่าง Logitech G335, SteelSeries Arctis Nova 1 หรือ Corsair HS35 SURROUND v2 ก่อน
เช็กราคา Corsair VOID Wireless V2 บน Shopee
ตารางเปรียบเทียบสินค้าแนะนำ
| รุ่น | น้ำหนัก | จุดเด่นด้านความสบาย | การเชื่อมต่อ | เหมาะกับใคร | ลิงก์ |
| Logitech G335 | 240g | Suspension headband, sports mesh, memory foam | 3.5mm | คนอยากได้ headset เบา งบไม่สูง | เช็กราคา |
| SteelSeries Arctis Nova 1 | 253g | ComfortMAX, AirWeave Memory Foam | 3.5mm | คนเล่นหลายแพลตฟอร์มและอยากได้โครงเบา | เช็กราคา |
| Corsair HS35 SURROUND v2 | 252g | Floating headband, cloth ear pads | 3.5mm + USB Adapter | คนอยากได้งบคุ้มและฟองน้ำผ้า | เช็กราคา |
| ASUS ROG Delta S Core | 270g | ROG Hybrid ear cushion, มีฟองน้ำเสริม | 3.5mm | คนอยากได้ ROG มีสาย รองรับหลายเครื่อง | เช็กราคา |
| Corsair VOID Wireless V2 | 303g | Memory foam + microfiber fabric | 2.4GHz + Bluetooth | คนอยากได้ไร้สาย แบตอึด และใส่เล่นนาน | เช็กราคา |
แล้วควรซื้อรุ่นไหนดี
ถ้าคุณอยากได้ Headset ที่เบาและใส่สบายแบบไม่ต้องคิดเยอะ Logitech G335 เป็นตัวเลือกที่น่าเริ่มดู เพราะน้ำหนักเบา มีแถบคาดหัวแบบสายแขวน และใช้ฟองน้ำที่ระบายอากาศได้ดี
ถ้าคุณเล่นหลายแพลตฟอร์มและอยากได้หูฟังที่โครงสร้างออกแบบมาเพื่อความสบาย SteelSeries Arctis Nova 1 น่าสนใจ เพราะมี ComfortMAX System และ AirWeave Memory Foam
ถ้าคุณอยากได้รุ่นงบคุ้มที่เน้นฟองน้ำผ้าและเล่นได้หลายเครื่อง Corsair HS35 SURROUND v2 เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะคนที่ไม่อยากใช้หนังเทียมเพราะกลัวร้อนหู
ถ้าคุณอยากได้หูฟังจากสาย ROG และอยากได้รุ่นมีสายที่น้ำหนักยังไม่หนักเกินไป ASUS ROG Delta S Core เหมาะกับคนที่ชอบดีไซน์เกมมิ่งชัด ๆ และต้องการรองรับหลายแพลตฟอร์ม
ถ้าคุณอยากได้ไร้สาย แบตอึด และไม่อยากชาร์จบ่อย Corsair VOID Wireless V2 เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ถ้าคุณปวดหัวง่ายมาก ควรรับน้ำหนักประมาณ 303 กรัมให้ได้ก่อน
สรุปก่อนกดซื้อ
หูฟังเกมมิ่งที่ใส่นานไม่ปวดหัว ไม่ได้วัดจากคำว่า “ใส่สบาย” ในหน้าโฆษณาอย่างเดียวครับ
ให้เริ่มจากน้ำหนักก่อน ถ้าเล่นนานทุกวัน รุ่นที่ต่ำกว่า 300 กรัมมักเป็นจุดเริ่มต้นที่ปลอดภัยกว่า แต่ต้องดูต่อด้วยว่าแรงบีบเป็นยังไง ฟองน้ำแข็งไหม วัสดุร้อนง่ายหรือเปล่า และคุณใส่แว่นด้วยไหม
ถ้าคุณปวดหัวง่ายหรือใส่แว่น ให้ให้ความสำคัญกับ น้ำหนัก + ฟองน้ำ + แรงบีบ มากกว่า RGB หรือซอฟต์แวร์เสียงรอบทิศทาง
เพราะสุดท้ายแล้ว หูฟังที่ดีไม่ใช่แค่เสียงดี แต่ต้องเป็นหูฟังที่คุณใส่เล่นเกมได้จริงหลายชั่วโมง โดยไม่ต้องถอดมาพักทุกครึ่งชั่วโมง
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G335
- เช็คราคาและสั่งซื้อ SteelSeries Arctis Nova 1
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair HS35 SURROUND v2
- เช็คราคาและสั่งซื้อ ASUS ROG Delta S Core
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Corsair VOID Wireless V2
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
ถ้าเล่นเกมนาน แนะนำให้เริ่มดูรุ่นที่น้ำหนักไม่เกิน 300 กรัมก่อน แต่ไม่ควรดูน้ำหนักอย่างเดียว ต้องดูแรงบีบ ฟองน้ำ และการกระจายน้ำหนักด้วย
ควรเลือกหูฟังที่ฟองน้ำนุ่ม ยุบตัวได้ดี แรงบีบไม่มากเกินไป และครอบหูได้จริง ถ้าเป็นไปได้ควรอ่านรีวิวจากคนใส่แว่นก่อนซื้อ
ฟองน้ำผ้าหรือ mesh มักใส่นานแล้วร้อนน้อยกว่า แต่กันเสียงได้น้อยกว่าหนังเทียม ส่วนหนังเทียมให้เสียงแน่นและกันเสียงดี แต่ร้อนง่ายกว่า
ส่วนใหญ่มีโอกาสหนักกว่า เพราะมีแบตเตอรี่และวงจรไร้สายเพิ่มเข้ามา แต่ก็มีบางรุ่นที่ออกแบบมาให้เบา ส่วนถ้าเน้นใส่นานมาก ๆ หูฟังมีสายที่น้ำหนักเบายังเป็นตัวเลือกที่ปลอดภัยกว่า
ไม่เสมอครับ หูฟังแพงอาจเสียงดี ฟีเจอร์เยอะ หรือวัสดุดีกว่า แต่ถ้าน้ำหนักมากหรือแรงบีบไม่เข้ากับศีรษะคุณ ก็อาจใส่ไม่สบายได้เหมือนกัน
อ่านต่อในซีรีส์หูฟังเกมมิ่งจาก GameTonix
- หูฟังเล่นเกมงบ 1,000 / 2,000 / 5,000 เลือกงบไหนคุ้มสุด
- หูฟังเล่นเกม FPS รุ่นไหนดี 2026
- หูฟัง Open Back vs Closed Back แบบไหนจับทิศทางศัตรูดีกว่า
- Gaming Headset vs IEMs เลือกแบบไหนแยกเสียงเท้าขาดกว่ากัน
- หูฟังเล่นเกมสำหรับ PS5, PC, Xbox และ Nintendo Switch เลือกยังไงให้ไม่ซื้อผิด
- หูฟังไร้สายเล่นเกมดีไหม เทียบ 2.4GHz, Bluetooth และมีสาย
- หูฟังเกมมิ่ง vs หูฟังสตูดิโอ เล่น FPS แบบไหนดีกว่ากัน


