สารบัญ
- 1 ปฏิวัติวงการมอนิเตอร์ด้วยขุมพลัง AI
- 2 จุดกำเนิด UltraGear evo: เมื่อ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของจอภาพ
- 3 39-inch OLED (39GX950B): ที่สุดของความพริ้วไหวในระดับ 5K2K
- 4 27-inch 5K Mini LED (27GM950B): ครั้งแรกของโลกกับจอ 5K ที่ลดแสงฟุ้ง
- 5 ยักษ์ใหญ่ถล่มทลาย: จอ 52 นิ้ว 5K2K และจอ 32 นิ้ว 4K OLED
- 6 ปีศาจแห่งความเร็ว: 720Hz Refresh Rate (27GX790B)
เตรียมเงินในกระเป๋าให้พร้อม! LG Electronics ประกาศเปิดตัวแบรนด์มอนิเตอร์เกรดพรีเมียมใหม่ในชื่อ UltraGear evo อย่างเป็นทางการเพื่อต้อนรับงาน CES 2026 โดยไฮไลต์สำคัญอยู่ที่การนำเทคโนโลยี 5K AI Upscaling ครั้งแรกของโลกมาใส่ไว้ในจอมอนิเตอร์โดยตรง เพื่อช่วยเพิ่มความคมชัดโดยไม่ต้องพึ่งพาพลังประมวลผลจากการ์ดจอคอมพิวเตอร์เพียงอย่างเดียว ทัพมอนิเตอร์ชุดนี้ครอบคลุมตั้งแต่หน้าจอ OLED ที่เร็วระดับปีศาจ ไปจนถึงหน้าจอ Mini LED ความละเอียด 5K และจอขนาดยักษ์ 52 นิ้วที่พร้อมจะเปลี่ยนห้องเล่นเกมของคุณให้กลายเป็นสวรรค์ครับ
ปฏิวัติวงการมอนิเตอร์ด้วยขุมพลัง AI
ในงาน CES ปีนี้ LG มุ่งเน้นไปที่การผสานนวัตกรรม AI เข้ากับฮาร์ดแวร์จอภาพที่ให้สีสันสดใสและความเร็วที่เหนือชั้น เพื่อสร้างมาตรฐานใหม่ให้กับวงการ Gaming และงานสายอาชีพครับ
จุดกำเนิด UltraGear evo: เมื่อ AI กลายเป็นหัวใจสำคัญของจอภาพ
การเปิดตัวแบรนด์ UltraGear evo ในปี 2026 นี้ถือเป็นก้าวย่างที่สำคัญของ LG ในการรักษาความเป็นผู้นำตลาดมอนิเตอร์ความละเอียดสูง สิ่งที่ทำให้มอนิเตอร์ซีรีส์นี้แตกต่างจากรุ่นเดิม ๆ คือการติดตั้งหน่วยประมวลผล AI บนตัวเครื่อง (On-device AI) เทคโนโลยีนี้ช่วยให้ตัวจอสามารถวิเคราะห์และเพิ่มความละเอียดของภาพได้ถึงระดับ 5K แบบเรียลไทม์ (5K AI Upscaling) ซึ่งช่วยลดภาระการทำงานของการ์ดจอ (GPU) ในเครื่อง PC ได้อย่างมาก
นอกจากเรื่องภาพแล้ว ระบบ AI ยังครอบคลุมไปถึง AI Scene Optimization ที่ปรับสีสันให้เหมาะสมกับสิ่งที่แสดงผลบนหน้าจอ และ AI Sound ที่จำลองมิติเสียงให้กระหึ่มและสมจริงยิ่งขึ้น นี่คือจุดเปลี่ยนที่ทำให้มอนิเตอร์ไม่ได้เป็นเพียงแค่จอแสดงผล แต่เป็นอุปกรณ์อัจฉริยะที่ช่วยดึงศักยภาพของคอนเทนต์ออกมาให้ถึงขีดสุดครับ
39-inch OLED (39GX950B): ที่สุดของความพริ้วไหวในระดับ 5K2K
มอนิเตอร์รุ่นเรือธงที่ได้รับความสนใจมากที่สุดคือ UltraGear evo 39-inch (39GX950B) ซึ่งเป็นจอโค้ง 1500R สัดส่วน 21:9 โดยรุ่นนี้ใช้แผงหน้าจอ Tandem OLED รุ่นที่ 4 (Primary RGB Tandem OLED) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีที่ซ้อนเลเยอร์ OLED สองชั้นเข้าด้วยกัน ช่วยเพิ่มความสว่างสูงสุดได้ถึง 1,500 nits และยืดอายุการใช้งานของหน้าจอให้นานขึ้น
ความโดดเด่นของรุ่นนี้อยู่ที่ระบบ Dual Mode ที่ผู้เล่นสามารถสลับโหมดการเล่นได้ตามความต้องการ:
- โหมดความละเอียดสูง: 5K2K (5120×2160) ที่รีเฟรชเรท 165Hz สำหรับการเล่นเกมที่เน้นความสวยงามของฉาก
- โหมดความเร็วสูง: WFHD (2560×1080) ที่รีเฟรชเรทพุ่งสูงถึง 330Hz สำหรับการเล่นเกมแนว Competitive ที่ต้องการความลื่นไหลสูงสุด ด้วยอัตราตอบสนองเพียง 0.03ms (GtG) ทำให้การเคลื่อนไหวบนจอภาพคมชัดไร้ที่ติครับ
27-inch 5K Mini LED (27GM950B): ครั้งแรกของโลกกับจอ 5K ที่ลดแสงฟุ้ง
LG ยังได้เปิดตัวสิ่งที่เรียกว่าเป็น “จอมอนิเตอร์เกมมิ่ง 5K Mini LED รุ่นแรกของโลก” ด้วยรุ่น UltraGear evo 27-inch (27GM950B) รุ่นนี้มาพร้อมกับโซนควบคุมแสง (Local Dimming Zones) มากกว่า 2,300 โซน และใช้เทคโนโลยี Zero Optical Distance เพื่อลดปัญหาแสงฟุ้ง (Blooming) ที่มักจะเกิดขึ้นในจอ Mini LED ทั่วไป
ด้วยความละเอียด 5K (5120×2880) และความหนาแน่นพิกเซลถึง 218 PPI ทำให้ภาพที่ได้มีความคมชัดระดับเดียวกับงานมืออาชีพ รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับระบบ Dual Mode เช่นกัน โดยสลับระหว่าง 5K 165Hz และ QHD 330Hz ได้ทันที นอกจากนี้ยังได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 1000 ให้ความสว่างสูงสุดถึง 1,250 nits เหมาะสำหรับทั้งการเล่นเกม HDR และงานตัดต่อระดับคุณภาพครับ
ยักษ์ใหญ่ถล่มทลาย: จอ 52 นิ้ว 5K2K และจอ 32 นิ้ว 4K OLED
สำหรับคนที่ต้องการพื้นที่หน้าจอแบบมหาศาล LG ส่ง UltraGear evo 52-inch (52G930B) ออกมาท้าทายสายตา ซึ่งถือเป็นจอเกมมิ่ง 5K2K ที่ใหญ่ที่สุดในปัจจุบัน รุ่นนี้ใช้พาเนล IPS ความโค้ง 1000R มอบรีเฟรชเรทที่ 240Hz และได้รับการรับรอง VESA DisplayHDR 600 เหมาะสำหรับการเปิดหลายหน้าต่างพร้อมกันหรือการเล่นเกมแนว Open-world ที่ต้องการมุมมองพาโนรามาครับ
นอกจากนี้ยังมีรุ่น UltraGear evo 32-inch (32GX870B) ที่นำเทคโนโลยี Tandem OLED มาไว้ในความละเอียด 4K รองรับ Dual Mode สลับระหว่าง 4K 240Hz และ FHD 480Hz รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับการเชื่อมต่อที่ครบครันอย่าง DisplayPort 2.1 และ USB-C ที่จ่ายไฟได้ถึง 90W (Power Delivery) ตอบโจทย์ทั้งการทำงานและการเล่นเกมจบในจอเดียวครับ
ปีศาจแห่งความเร็ว: 720Hz Refresh Rate (27GX790B)
สุดท้ายแต่ไม่ท้ายสุด LG ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านความเร็วด้วยการเปิดตัว UltraGear GX7 (27GX790B) จอ QHD OLED ที่มีความถี่รีเฟรชเรทสูงที่สุดในโลกในขณะนี้ โดยความถี่พื้นฐานอยู่ที่ 540Hz และสามารถเร่งขึ้นไปได้ถึง 720Hz ที่ความละเอียด HD (720p) ผ่านระบบ Dual Mode ครับ
ด้วยอัตราตอบสนองที่รวดเร็วถึง 0.02ms (GtG) ทำให้ภาพเคลื่อนไหวที่ความเร็วสูงไม่มีอาการเบลอหรือเกิดเงาซ้อน (Afterimages) ตัวจอใช้พิกเซลโครงสร้าง RGB Stripe แบบใหม่ที่ช่วยให้การแสดงตัวหนังสือมีความคมชัดยิ่งขึ้น แก้ปัญหาที่เคยมีมาของจอ OLED ในอดีตได้เป็นอย่างดี ถือเป็นมอนิเตอร์ในฝันสำหรับนักแข่ง Esports ระดับมืออาชีพอย่างแท้จริงครับ
| รุ่น (Model) | ขนาด / พาเนล | ความละเอียด & รีเฟรชเรท | จุดเด่นเทคโนโลยี |
|---|---|---|---|
| 39GX950B | 39" Curved OLED | 5K2K 165Hz / WFHD 330Hz | Tandem OLED, AI Upscaling, 0.03ms |
| 27GM950B | 27" Mini LED | 5K 165Hz / QHD 330Hz | 2,304 Dimming Zones, HDR 1000 |
| 52G930B | 52" Curved IPS | 5K2K 240Hz | World's Largest 5K2K, 1000R Curve |
| 32GX870B | 32" OLED | 4K 240Hz / FHD 480Hz | Tandem OLED, DP 2.1, 90W PD |
| 27GX790B | 27" OLED | QHD 540Hz / HD 720Hz | World's Highest Refresh Rate (720Hz) |
GameTonix Insight
การขยับตัวของ LG ในปี 2026 นี้แสดงให้เห็นชัดเจนว่า “ความละเอียด” และ “ความเร็ว” ไม่ใช่ทุกอย่างอีกต่อไป แต่การนำระบบประมวลผล AI มาไว้ในมอนิเตอร์โดยตรงคือจุดเปลี่ยนที่จะทำให้ประสบการณ์การเล่นเกมสมบูรณ์แบบขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งพาแต่ GPU ในคอมพิวเตอร์อย่างเดียว นวัตกรรมอย่าง Tandem OLED และรีเฟรชเรทที่ทะลุไปถึง 720Hz คือคำตอบว่าทำไม LG ถึงยังครองใจแฟน ๆ เกมเมอร์ทั่วโลกได้เสมอมาครับ


