เตรียมยกระดับซีรีส์ภาคแยกสู่มาตรฐานใหม่ Capcom ประกาศเปิดตัวข้อมูลเชิงลึกของ Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection เกมแนว Turn-based RPG ที่ทะเยอทะยานที่สุดในแฟรนไชส์ โดยภาคนี้จะพาผู้เล่นเข้าสู่ดินแดนใหม่นามว่า Azuria ในฐานะรัชทายาทแห่งอาณาจักรที่ต้องเผชิญกับวิกฤตการณ์ Crystal Encroachment ตัวเกมมาพร้อมระบบนิเวศที่มีชีวิตชีวาและการปรับปรุงระบบเกมเพลย์ให้ลุ่มลึกทัดเทียมกับภาคหลักแต่ยังคงเสน่ห์การเป็น Rider เอาไว้อย่างครบถ้วน พร้อมวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มีนาคม 2569 บนคอนโซลและพีซี
รุ่งอรุณแห่งการขี่มังกรในโลก Azuria
รับชมความงดงามของโลกสไตล์ Ghibli ที่กว้างใหญ่แบบ Open-world โชว์ระบบการบินที่อิสระของ Rathalos และการปะทะกันของเหล่ามอนสเตอร์ที่ดุดันยิ่งขึ้นในระบบ Turn-based ยุคใหม่
เนื้อเรื่องที่เข้มข้น: สงครามระหว่างอาณาจักรและภัยเงียบจากผลึก
ใน Monster Hunter Stories 3 ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นรัชทายาทแห่ง Azuria ที่ต้องร่วมมือกับเจ้าหญิง Eleanor จากอาณาจักร Vermeil เพื่อหยุดยั้งสงครามที่กำลังจะอุบัติขึ้น ท่ามกลางความขัดแย้งยังมีภัยคุกคามที่เรียกว่า Crystal Encroachment ซึ่งทำให้มอนสเตอร์คลุ้มคลั่งและทำลายระบบนิเวศ เรื่องราวในภาคนี้จะเน้นไปที่ความรับผิดชอบในฐานะกษัตริย์และการเป็น Ranger เพื่อปกป้องมอนสเตอร์ มอบโทนเรื่องที่จริงจังและมืดหม่นกว่าภาคที่ผ่านมาอย่างชัดเจน
ระบบ Habitat Restoration: วิศวกรรมระบบนิเวศด้วยมือคุณ
นวัตกรรมใหม่ที่โดดเด่นที่สุดคือระบบ Habitat Restoration ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นปรับเปลี่ยนระบบนิเวศในแผนที่ได้ โดยการนำมอนสเตอร์ที่สะสมไว้ไปปล่อยในพื้นที่ที่กำหนดเพื่อสร้างถิ่นที่อยู่อาศัยใหม่ ยิ่งมีมอนสเตอร์ชนิดนั้นในพื้นที่มากเท่าไหร่ Rank ของพวกมันก็จะสูงขึ้น ส่งผลให้คุณมีโอกาสพบไข่ที่มีพลังสูงกว่าปกติในรังบริเวณนั้น ช่วยให้การฟาร์มไข่มอนสเตอร์ไม่ได้ขึ้นอยู่กับโชคเพียงอย่างเดียวแต่มาจากการวางแผนจัดการพื้นที่ของผู้เล่นเอง
วิวัฒนาการและการกลายพันธุ์: จาก Pink สู่ Dreadqueen Rathian
การสะสมและเพาะพันธุ์ในภาคนี้มีความซับซ้อนขึ้นด้วยระบบการกลายพันธุ์ เมื่อผู้เล่นสร้างระบบนิเวศให้แข็งแกร่ง มอนสเตอร์พื้นฐานจะมีโอกาสพัฒนาไปสู่สายพันธุ์ย่อย (Sub-species) และสายพันธุ์หายาก ตัวอย่างเช่น การสร้างถิ่นที่อยู่ให้ Rathian จะนำไปสู่การพบ Pink Rathian และสุดท้ายคือการปลดล็อก Dreadqueen Rathian ซึ่งเป็นหนึ่งในมอนสเตอร์ที่ทรงพลังที่สุดได้ตั้งแต่ช่วงต้นเกมหากมีการจัดการที่ดี
มอนสเตอร์แบบ Dual-element: ความหลากหลายทางธาตุที่ไม่เคยมีมาก่อน
เป็นครั้งแรกของซีรีส์ที่มอนสเตอร์สามารถมีสองธาตุในตัวเดียวได้ ระบบนิเวศที่เปลี่ยนแปลงไปจะส่งผลต่อพลังธาตุของมอนสเตอร์ในพื้นที่นั้น เช่น การพบ Anjanath สีเขียวที่มีพลังธาตุสายฟ้าผสมผสานกับพลังไฟดั้งเดิม ระบบนี้ช่วยเพิ่มความลึกในการวางกลยุทธ์การต่อสู้แบบค้อน-กรรไกร-กระดาษ ให้ผู้เล่นต้องเตรียมตัวรับมือกับรูปแบบการโจมตีที่คาดเดาได้ยากขึ้นและเปิดกว้างในการปรับแต่ง Monstie คู่ใจได้หลากหลายกว่าเดิม
โลกกว้างสไตล์ Ghibli และการสำรวจที่ไร้รอยต่อ
อาณาจักร Azuria ถูกเนรมิตขึ้นด้วยงานภาพที่สวยงามและสบายตาคล้ายกับผลงานของสตูดิโอ Ghibli ตัวเกมเน้นการสำรวจแบบ Open-world ที่ลื่นไหล ผู้เล่นสามารถใช้ความสามารถของ Monstie ในการเดินทางได้ทันที เช่น การใช้ Rathalos บินข้ามทะเลสาบหรือรับกระแสลมเพื่อเร่งความเร็ว ระบบการเก็บไข่ก็ถูกปรับปรุงให้รวดเร็วขึ้นโดยไม่ต้องผ่านเขาวงกตที่ซับซ้อนเหมือนภาคก่อน ช่วยให้จังหวะการเล่นมีความต่อเนื่องและน่าติดตามตลอดทั้งเกม
สรุปข้อมูล Monster Hunter Stories 3: Twisted Reflection
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันวางจำหน่าย | 13 มีนาคม 2569 |
| แพลตฟอร์ม | คอนโซล และ PC (Steam) |
| จุดเด่นพิเศษ | ระบบ Habitat Restoration / มอนสเตอร์ Dual-element |
| สไตล์งานภาพ | Vibrant Ghibli-esque Open-world |
| ผู้พัฒนา / ผู้จัดจำหน่าย | Capcom |
| แหล่งอ้างอิง | TechPowerUp: Monster Hunter Stories 3 Announcement |
GameTonix Insight
นี่คือการยกระดับที่ Capcom ต้องการให้ Monster Hunter Stories ไม่เป็นเพียงแค่ “น้องรอง” ของซีรีส์หลักอีกต่อไป การนำระบบ Habitat Restoration มาใช้คือการมอบอำนาจให้ผู้เล่นได้ควบคุมโลกของเกมอย่างแท้จริง และการเพิ่มความซับซ้อนอย่าง Dual-element จะทำให้แฟนเกมสาย Hardcore จากภาคหลักหันมาสนใจความลึกของระบบ Turn-based นี้มากขึ้น หากการเล่าเรื่องที่มืดหม่นขึ้นสามารถทำออกมาได้น่าติดตาม ภาคนี้จะกลายเป็น JRPG ระดับขึ้นหิ้งของปี 2569 ได้อย่างแน่นอน


