สารบัญ
ข่าวดีที่มาพร้อมความอดทนครับ! แม้ว่าเราจะตื่นเต้นกันสุด ๆ กับการเปิดตัวภาคต่อของเทพธิดาหมาป่าในงาน The Game Awards 2024 ที่ผ่านมา ล่าสุดทาง Kento Koyama ประธานและ CEO ของ CLOVERS Inc. ได้ออกมาส่งข้อความต้อนรับปี 2026 ว่าตัวเกมนั้น “ยังต้องใช้เวลาอีกสักพัก” (Still a ways off) กว่าจะพร้อมวางจำหน่าย แต่สิ่งที่ทำให้แฟน ๆ ใจชื้นคือคำมั่นสัญญาที่ว่า ทีมงานกำลังทุ่มเทอย่างหนักเพื่อสร้างประสบการณ์ที่จะ “ก้าวข้ามทุกความคาดหมาย” ของผู้เล่นทั่วโลกให้ได้ครับ
การกลับมาของพู่กันเทพเจ้า
แม้ในตัวอย่างแรกเราจะเห็นเพียงท่าน Amaterasu วิ่งผ่านทุ่งหญ้าอันงดงาม แต่แค่นั้นก็เพียงพอที่จะปลุกจิตวิญญาณของแฟน ๆ ที่รอคอยมาเกือบ 20 ปีให้กลับมาลุกโชนอีกครั้งครับ
ปาฏิหาริย์ที่กลายเป็นจริง: จาก Clover Studio สู่ CLOVERS Inc.
การประกาศ Okami Sequel ไม่ใช่แค่เรื่องของการเปิดตัวเกมใหม่ แต่มันคือการเดินทางที่ยาวนานของเหล่า “ผู้สร้าง” ครับ ย้อนกลับไปในปี 2006 Okami ภาคแรกถูกสร้างขึ้นโดย Clover Studio ภายใต้ชายคา Capcom และได้รับคำชมล้นหลามในแง่ของงานศิลป์ แต่กลับไม่ประสบความสำเร็จในแง่ยอดขายจนสตูดิโอต้องปิดตัวลง
ในปี 2026 นี้ ประวัติศาสตร์กำลังถูกเขียนขึ้นใหม่โดย Hideki Kamiya ผู้กำกับภาคแรกที่ตัดสินใจลาออกจาก PlatinumGames ด้วยเหตุผลที่ว่า “ไม่อยากให้จิตวิญญาณทางศิลปะของตัวเองตายลง” เขาจึงร่วมกับ Kento Koyama ก่อตั้งสตูดิโอใหม่ในชื่อ CLOVERS Inc. เพื่อกลับมาสานต่อเรื่องราวของ Amaterasu ด้วยมือของตัวเองอีกครั้ง การกลับมาครั้งนี้จึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นและความหลงใหลที่สะสมมานานเกือบสองทศวรรษครับ
“Still a Ways Off”: ทำไมเราถึงต้องรอ (และทำไมถึงน่ารอ?)
คำกล่าวของ CEO Kento Koyama ที่ว่าการวางจำหน่ายยังอยู่อีกไกล อาจทำให้หลายคนผิดหวังเล็กน้อย แต่หากมองในมุมของการพัฒนาเกมคุณภาพระดับ AAA ในปัจจุบันถือว่าเป็นเรื่องปกติครับ โดยเฉพาะเมื่อ Kamiya และทีมงานต้องการสร้างสิ่งที่ “เหนือกว่าความคาดหมาย”
ในข้อความ New Year’s message ของปี 2026 Kamiya ได้แง้มว่าทีมงาน “ก้มหน้าก้มตาทำงานหนักจนเวลาผ่านไปหนึ่งปีแบบไม่รู้ตัว” ซึ่งหมายความว่าตัวเกมกำลังอยู่ในขั้นตอนการพัฒนาที่เข้มข้น (Active Development) การที่สตูดิโอเลือกที่จะไม่รีบเร่งปล่อยเกมออกมา เป็นสัญญาณที่ดีว่าพวกเขาให้ความสำคัญกับ “คุณภาพ” มากกว่าการทำตามตารางเวลา เพื่อให้สมกับที่เป็นโปรเจกต์ในฝันของแฟน ๆ ครับ
ขุมพลัง RE Engine และความร่วมมือระดับ Elite
แม้จะเป็นสตูดิโอใหม่อย่าง CLOVERS แต่โปรเจกต์นี้ได้รับการสนับสนุนอย่างเต็มที่จาก Capcom มีการยืนยันว่าภาคต่อนี้จะถูกพัฒนาขึ้นบน RE Engine ซึ่งเป็นเอนจิ้นเดียวกับที่ใช้สร้าง Resident Evil และ Monster Hunter Wilds นั่นหมายความว่าเราจะได้เห็นงานภาพสไตล์พู่กันญี่ปุ่น (Sumi-e) ในความละเอียดที่คมชัดและมีรายละเอียดของแสงเงาที่ทันสมัยกว่าเดิมหลายเท่าครับ
นอกจากนี้ CLOVERS ยังไม่ได้ทำงานเพียงลำพัง แต่มีการรวมทีม “หัวกะทิ” จากสตูดิโอพันธมิตรอย่าง M-TWO (ผู้อยู่เบื้องหลัง Resident Evil Remake) และ Machine Head Works เข้ามาช่วยในการพัฒนาส่วนต่าง ๆ ของเกมด้วย การรวมตัวกันของเหล่ามือโปรเหล่านี้คือเครื่องการันตีว่าระบบเกมเพลย์จะมีความลุ่มลึกและลื่นไหลตามมาตรฐานยุคใหม่แน่นอน
เนื้อเรื่องที่สานต่อ และจิตวิญญาณที่ไม่มีวันเปลี่ยน
ถึงแม้จะยังไม่มีรายละเอียดของ Gameplay ออกมามากนัก แต่ข้อมูลเบื้องต้นยืนยันว่าเกมจะ “สานต่อเรื่องราวจากภาคแรก” โดยมี Amaterasu เป็นตัวเอกเช่นเคย Hideki Kamiya ย้ำเสมอว่าเขาต้องการรักษาหัวใจสำคัญของ Okami นั่นคือเรื่องราวที่อบอุ่นหัวใจและการผจญภัยที่น่าตื่นเต้นเอาไว้
อย่างไรก็ตาม ด้วยเทคโนโลยีในปี 2026 เราอาจจะได้เห็นระบบ Celestial Brush (พู่กันเทพเจ้า) ที่มีการโต้ตอบกับสิ่งแวดล้อมได้ซับซ้อนขึ้น หรือการสำรวจโลกในรูปแบบที่เปิดกว้างและมีชีวิตชีวายิ่งกว่าเดิม ความท้าทายของทีมงานคือการทำอย่างไรให้ความคลาสสิกของพู่กันในอดีต เข้ากันได้กับนวัตกรรมการเล่นเกมในยุคปัจจุบันครับ
บทสรุป: ปี 2026 กับก้าวที่ยิ่งใหญ่ของ CLOVERS
สำหรับแฟน ๆ Okami ปี 2026 นี้อาจจะยังไม่ใช่ปีที่เราจะได้ออกผจญภัยไปกับ Amaterasu แต่เป็นปีที่สำคัญในการวางรากฐานของสตูดิโอ CLOVERS ให้แข็งแกร่ง จากทีมงานเพียงหยิบมือในออฟฟิศเล็ก ๆ เมื่อสองปีก่อน ตอนนี้พวกเขาเติบโตขึ้นเป็นสตูดิโอที่มีออฟฟิศทั้งในโตเกียวและโอซาก้า พร้อมทีมงานที่คัดมาแล้วว่ามีความคิดเห็นตรงกัน
คำมั่นสัญญาของ CEO ที่ว่าจะมอบประสบการณ์ที่เหนือกว่าทุกความคาดหมาย ไม่ใช่แค่คำพูดทางการตลาด แต่คือความมุ่งมั่นของเหล่าผู้สร้างที่รอคอยโอกาสนี้มานานครับ “เชื่อใจเรา” (Trust Us) คือคำสั้น ๆ ที่ทีมพัฒนาฝากไว้ให้แฟน ๆ ได้อุ่นใจว่า การรอคอยครั้งนี้จะคุ้มค่ากับทุกนาทีที่เสียไปอย่างแน่นอน
| เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ Okami Sequel | รายละเอียดความคืบหน้า |
|---|---|
| วันวางจำหน่าย | ยังไม่มีกำหนด (Still a ways off) |
| เอนจิ้นที่ใช้พัฒนา | RE Engine (เทคโนโลยีเดียวกับ Resident Evil) |
| ผู้นำทีมพัฒนา | Hideki Kamiya (Studio Head) และ Kento Koyama (CEO) |
| ความร่วมมือของสตูดิโอ | CLOVERS Inc, Capcom, M-TWO, และ Machine Head Works |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt |
GameTonix Insight
ส่วนตัวผมมองว่าก้าวนี้ของ Hideki Kamiya คือการ “เดิมพันด้วยจิตวิญญาณ” จริง ๆ ครับ การที่เขาสามารถดึงสิทธิ์ในเกมรักอย่าง Okami กลับมาทำภาคต่อกับ Capcom ได้หลังจากผ่านไป 18 ปี คือปาฏิหาริย์ที่แท้จริง แม้เราจะต้องรอไปอีกสักพัก แต่การที่ทีมพัฒนาใช้ RE Engine และดึงพาร์ทเนอร์ระดับหัวกะทิมาช่วย คือการบอกนัย ๆ ว่าภาคนี้จะไม่ใช่แค่เกมภาคต่อธรรมดา แต่มันคือการ “จารึกตำนาน” ครั้งใหม่ที่โลกจะต้องจดจำครับ


