PLAYISM ร่วมกับทีมพัฒนา Alphawing ผู้สร้างผลงานชื่อดังอย่าง Samurai Bringer และ Metal Bringer ประกาศเปิดตัวโปรเจกต์ใหม่ล่าสุดภายใต้ชื่อ Samurai Bringer: Rampage ซึ่งเป็นเกมแนวจัดเด็คต่อสู้อัตโนมัติโดยตัวเกมยังคงเอกลักษณ์งานภาพสไตล์ Voxel ที่มีความสวยงามและตลกขบขันเอาไว้เช่นเดิม แต่มีการยกเครื่องระบบการเล่นใหม่ทั้งหมดเพื่อเน้นการวางแผนกลยุทธ์ในยุคเซ็นโกกุ โดยมีกำหนดการวางจำหน่ายบน PC ผ่านระบบ Steam ภายในปี 2026 พร้อมรองรับภาษาอังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน
การเปลี่ยนทิศทางสู่เกมวางแผนกลยุทธ์และการจัดทัพซามูไร
Samurai Bringer: Rampage ถือเป็นการก้าวเข้าสู่แนวทางใหม่ของซีรีส์ Bringer โดยเปลี่ยนจากแนว Roguelite Action ในภาคก่อนหน้ามาเป็นเกมแนว Deckbuilding Autobattler อย่างเต็มรูปแบบ ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นขุนพลที่ต้องรวบรวมเหล่าซามูไรและจัดวางตำแหน่งกองทัพอย่างมีชั้นเชิง การวางแผนการรบจะไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่การเลือกยูนิตเท่านั้น แต่ยังรวมถึงการเลือกใช้การ์ดทักษะและอาวุธที่เหมาะสมเพื่อสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิยุคเซ็นโกกุที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
ระบบการสร้างคอมโบและพลังประสานผ่านอาวุธและทักษะ
หัวใจสำคัญของภาค Rampage อยู่ที่การเลือกใช้ประเภทอาวุธและทักษะที่สามารถสร้างพลังประสานระหว่างยูนิตในกองทัพได้ ผู้เล่นสามารถกำหนดทิศทางการต่อสู้ได้หลากหลายสไตล์ ไม่ว่าจะเป็นการเน้นการบุกจู่โจมอย่างรวดเร็วหรือการสร้างความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่องในระยะยาว การทำความเข้าใจในลักษณะของศัตรูและการจัดทัพแก้ทางถือเป็นกุญแจสำคัญที่จะทำให้กองทัพของคุณสามารถรวบรวมแผ่นดินให้เป็นหนึ่งเดียวได้ภายใต้การนำของขุนพลคนสำคัญ
โหมดการเล่น Hado และการปะทะกับกองทัพจากทั่วโลก
ตัวเกมนำเสนอโหมดการเล่นที่น่าสนใจอย่าง Hado ซึ่งเป็นโหมดออนไลน์ที่เปิดโอกาสให้ผู้เล่นได้นำกองทัพที่จัดไว้ไปเข้าปะทะกับทัพของคนอื่นจากทั่วโลกที่ถูกบันทึกไว้ในเซิร์ฟเวอร์ การต่อสู้จะเป็นไปอย่างอัตโนมัติภายใต้กฎเกณฑ์ที่ผู้เล่นวางไว้ล่วงหน้า ทำให้การวางแผนก่อนเริ่มศึกมีความสำคัญเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ยังมีโหมด Gido สำหรับผู้ที่ต้องการทดลองแผนการรบในรูปแบบจำลองเพื่อค้นหาจุดแข็งและจุดอ่อนของเด็คตนเองอย่างอิสระ
การปรับแต่งขุนพลและระบบการพัฒนาที่ลุ่มลึก
นอกจากระบบการรบแล้ว ผู้เล่นยังสามารถใช้แต้มเกียรติยศ ที่ได้รับจากการทำศึกมาปรับแต่งรูปลักษณ์และอุปกรณ์สวมใส่ของขุนพลซามูไรได้ ระบบ Armor Customization ไม่ได้มีผลเพียงแค่ความสวยงาม แต่การเลือกใช้อาวุธและชุดเกราะที่แตกต่างกันจะส่งผลต่อค่าสถานะและโบนัสพิเศษของกองทัพในภาพรวม การเลือกขุนพลที่มีชื่อเสียงในประวัติศาสตร์ซึ่งมีทักษะเริ่มต้นแตกต่างกันจะช่วยให้ผู้เล่นมีจุดเริ่มต้นของกลยุทธ์ที่หลากหลายตามความถนัดของตนเอง
งานภาพสไตล์ Voxel และมาตรฐานการพัฒนาจาก Alphawing
ทีมพัฒนา Alphawing ยังคงเลือกใช้งานภาพแบบ Voxel (พิกเซล 3 มิติ) ที่เป็นลายเซ็นของสตูดิโอในการสร้างโลกยุคเซ็นโกกุขึ้นมาใหม่ ซึ่งช่วยให้การแสดงผลการต่อสู้ที่มีตัวละครจำนวนมากบนหน้าจอเป็นไปได้อย่างลื่นไหลและมีเอฟเฟกต์ที่ตระการตา การเปิดตัวครั้งนี้ถือเป็นความทะเยอทะยานในการขยายฐานแฟนคลับของซีรีส์ Bringer ให้กว้างขึ้นด้วยการนำเสนอระบบการเล่นที่เข้าถึงง่ายแต่มีความลึกซึ้งในการวางแผน ซึ่งคาดว่าจะสร้างความพึงพอใจให้กับทั้งแฟนคลับเดิมและผู้เล่นใหม่ที่ชื่นชอบเกมแนว Autobattler
GameTonix Insight
การเลือกเปลี่ยนแนวเกมจาก Action Roguelite มาเป็น Deckbuilding Autobattler ของซีรีส์ Samurai Bringer ในภาค Rampage ถือเป็นการขยับตัวที่น่าสนใจมากครับ เพราะตลาดเกมจัดเด็คต่อสู้อัตโนมัติกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในกลุ่มผู้เล่น PC การที่ยังคงงานภาพสไตล์ Voxel ที่เป็นเอกลักษณ์เอาไว้ช่วยให้ตัวเกมมีเสน่ห์ดึงดูดสายตาได้ดีตั้งแต่วินาทีแรก และหากระบบ Synergy ของอาวุธทำออกมาได้ลุ่มลึกเหมือนกับความหลากหลายในภาคแรก นี่อาจจะเป็นเกมม้ามืดที่ทำให้คอเกมวางแผนต้องติดงอมแงมในปี 2026 อย่างแน่นอน


