The Witcher 3

ล่าอสูรอีกครั้ง! นักวิเคราะห์ยัน 100% The Witcher 3 เตรียมรับคอนเทนต์ใหญ่ปี 2026 หวังปูทางสู่ภาคต่อ

การเดินทางของหมาป่าสีขาวอาจยังไม่สิ้นสุด! Mateusz Chrzanowski นักวิเคราะห์จาก Noble Securities ออกมายืนยันด้วยความมั่นใจเต็มร้อยว่า The Witcher 3: Wild Hunt จะได้รับ “คอนเทนต์ใหม่ที่สำคัญ” ภายในปี 2026 นี้ โดยคาดว่าจะเป็น DLC แบบชำระเงินราคาประมาณ $30 ที่ทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมเนื้อเรื่อง (Narrative Bridge) ไปสู่ The Witcher 4 (Project Polaris) ท่ามกลางกระแสข่าวว่าสตูดิโอ Fool’s Theory อาจเป็นผู้รับหน้าที่พัฒนาโปรเจกต์ลับนี้เพื่อช่วย CD Projekt Red ทำกำไรให้ทะลุเป้าหมายตามแผนธุรกิจครับ

การกลับมาของตำนานที่โลกไม่เคยลืม

ในขณะที่แฟนๆ รอคอยภาคต่ออย่างใจจดใจจ่อ การอัปเดตในปี 2026 นี้ถูกมองว่าจะเป็นการเฉลิมฉลองครบรอบ 10 ปีของ Blood and Wine ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดครับ

คำฟันธงจากนักวิเคราะห์: ทำไมถึงมั่นใจว่า “100 เปอร์เซ็นต์”?

เหตุผลที่ Mateusz Chrzanowski มั่นใจขนาดนี้ไม่ได้มาจากแค่ข่าวโคมลอย แต่มาจาก “ตัวเลขทางการเงิน” ครับ เขาชี้ให้เห็นว่า CD Projekt Red มีโครงการจูงใจ (Incentive Program) ที่ตั้งเป้ากำไรสุทธิสะสมไว้ที่ 2 พันล้านซวอตีภายในปี 2026 ซึ่งปัจจุบันยังขาดอยู่อีกประมาณ 700 ล้านซวอตี การปล่อย DLC ใหม่สำหรับเกมที่มียอดขายกว่า 50 ล้านชุดอย่าง The Witcher 3 จึงเป็นวิธีที่สมเหตุสมผลและมีประสิทธิภาพที่สุดในการปั๊มยอดรายได้ให้ถึงเป้าหมายในระยะสั้นครับ

สะพานเชื่อมสู่ภาคใหม่: ปูเนื้อเรื่องไปหา The Witcher 4

คอนเทนต์ใหม่นี้ถูกคาดการณ์ว่าจะเป็นมากกว่าแค่เควสต์เสริมทั่วไป แต่จะทำหน้าที่เป็น “Narrative Bridge” ข้อมูลหลุดระบุว่าเนื้อหาอาจจะโฟกัสไปที่ตัวละคร Ciri และการเติบโตของเธอ เพื่อเตรียมความพร้อมให้ผู้เล่นก้าวเข้าสู่ The Witcher 4 (Project Polaris) ที่มีแผนจะเริ่มแคมเปญการตลาดอย่างจริงจังในปีถัดไป การกลับมาสวมบท Geralt เป็นครั้งสุดท้ายเพื่อส่งไม้ต่อให้ตัวละครรุ่นใหม่จึงเป็นทิศทางที่น่าสนใจและบีบคั้นอารมณ์แฟนคลับอย่างมากครับ

ใครเป็นคนทำ? จับตา Fool’s Theory และ ModKit ล่าสุด

แม้ CD Projekt Red จะกำลังยุ่งอยู่กับโปรเจกต์ยักษ์ใหญ่หลายตัว แต่ความลับอาจอยู่ที่สตูดิโอพาร์ทเนอร์อย่าง Fool’s Theory (ทีมที่กำลังรีเมค The Witcher 1) มีรายงานว่าพวกเขาอาจเป็นผู้รับผิดชอบ DLC ตัวนี้โดยใช้เครื่องมือ REDkit (Modding Tool) ที่เพิ่งเปิดตัวไปไม่นานมาใช้ในการสร้างสรรค์คอนเทนต์ ซึ่งจะช่วยให้การพัฒนาทำได้รวดเร็วและรักษามาตรฐานงานภาพให้ใกล้เคียงกับเวอร์ชัน Next-gen ปัจจุบันได้โดยไม่ต้องดึงกำลังหลักจากทีมสร้างภาค 4 มาทั้งหมดครับ

ราคาและยอดขายที่คาดหวัง: เดิมพันครั้งใหญ่ของ CDPR

นักวิเคราะห์ประเมินว่า DLC ใหม่นี้จะวางจำหน่ายในราคาประมาณ $30 (ราว 1,xxx บาท) โดยตั้งเป้ายอดขายไว้สูงถึง 11 ล้านชุดภายในปีแรก แม้จะเป็นตัวเลขที่ฟังดูสูงสำหรับเกมที่ออกมานานแล้ว แต่ด้วยฐานผู้เล่นที่เหนียวแน่นและการที่เกมนี้เพิ่งได้รับอัปเดต Next-gen ไป ทำให้ศักยภาพในการทำเงินยังคงมีอยู่มหาศาล หากทำได้จริง มันจะเป็นการพิสูจน์ว่า The Witcher 3 คือ IP ที่เป็นอมตะและสามารถสร้างรายได้หล่อเลี้ยงบริษัทได้ในระหว่างที่รอเกมใหม่อย่าง Cyberpunk 2 หรือ Witcher ภาคใหม่ครับ

กำหนดการที่อาจจะเกิดขึ้น: พฤษภาคม 2026 คือวันนัดหมาย?

หากข่าวลือนี้เป็นจริง ช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุดคือ เดือนพฤษภาคม 2026 ซึ่งจะตรงกับโอกาสครบรอบ 10 ปีของส่วนขยายระดับตำนานอย่าง Blood and Wine พอดี การใช้จังหวะนี้ในการปล่อยคอนเทนต์ใหม่จะช่วยสร้างแรงกระเพื่อมในหมู่แฟนเกมได้สูงสุด และยังสอดคล้องกับแผนการเงินที่ต้องสรุปผลประกอบการภายในปี 2026 อีกด้วย เตรียมตัวไว้ให้ดีครับ เหล่านักล่าอสูร เพราะเราอาจจะได้กลับไปที่ Kaer Morhen เร็วกว่าที่คิด!

ข้อมูลสำคัญ (2026 Update) รายละเอียด
แหล่งข่าว Noble Securities (Mateusz Chrzanowski)
สถานะโครงการ Unannounced Project (โครงการที่ยังไม่ประกาศเป็นทางการ)
จุดประสงค์หลัก สร้างรายได้เพื่อบรรลุเป้าหมาย Incentive Program ของบริษัท
เทคโนโลยีที่ใช้ REDkit engine (อัปเกรดจากเวอร์ชัน Next-gen)
แหล่งอ้างอิง GamingBolt

GameTonix Insight

ในฐานะคนทำงานสายข่าวเกม ผมมองว่าก้าวนี้ของ CD Projekt Red เป็นการเดินหมากที่ฉลาดแต่ก็มีความเสี่ยงครับ การกลับมาแตะต้องผลงานชิ้นเอกอย่าง The Witcher 3 หลังจากผ่านไป 11 ปี คือการเดิมพันกับศรัทธาของแฟนๆ หาก DLC นี้ออกมาดีระดับเดียวกับ Hearts of Stone มันจะกลายเป็นกระแสไวรัลที่ช่วยดันยอดขาย The Witcher 4 ได้มหาศาล แต่ถ้ามันออกมาดูเหมือนแค่ภารกิจเติมเต็มแผนธุรกิจ ความขลังของ Geralt อาจจะสั่นคลอนได้ อย่างไรก็ตาม การที่ทีม Fool’s Theory เข้ามาช่วยถือนับเป็นสัญญาณที่ดี เพราะพวกเขารู้จักจักรวาลนี้เป็นอย่างดีครับ

GameTonix Ads Banner 970x250