ข่าวช็อกวงการเกมเมอร์ในช่วงเช้านี้ครับ! Ubisoft ประกาศมาตรการ “Major Reset” ครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์บริษัทเมื่อวันที่ 21 มกราคม 2569 โดยผลกระทบที่รุนแรงที่สุดคือการ ยกเลิกการพัฒนา Prince of Persia: The Sands of Time Remake อย่างเป็นทางการ หลังติดอยู่ในวังวนการพัฒนา (Development Hell) มานานกว่า 6 ปี นอกจากนี้ยังสั่งเชือดอีก 5 โปรเจกต์ที่ยังไม่เปิดตัว พร้อมปิดสตูดิโอและปรับโครงสร้างใหม่เป็น 5 “Creative Houses” เพื่อความอยู่รอดในตลาด AAA ที่แข่งขันสูงขึ้นครับ
ข้อความสุดท้ายจากทีมผู้สร้าง Prince of Persia
แถลงการณ์อย่างเป็นทางการจากทีมงานที่ระบุว่า “เป็นการตัดสินใจที่ยากลำบาก” โดยทีมงานยอมรับว่าไม่สามารถผลักดันคุณภาพของเกมให้ไปถึงระดับที่แฟนๆ คาดหวังได้ภายใต้งบประมาณและเวลาที่เหลืออยู่ พร้อมยืนยันว่าแม้อาณาจักรทรายจะล่มสลาย แต่ IP Prince of Persia จะยังคงมีความหมายต่อบริษัทต่อไปครับ
ปิดตำนานโปรเจกต์อาถรรพ์: เหตุผลที่ Sands of Time ต้องหยุด
หลังจากเลื่อนมาแล้วหลายรอบนับตั้งแต่เปิดตัวในปี 2563 Ubisoft ตัดสินใจดึงปลั๊กออกในที่สุด สาเหตุหลักมาจากตัวเกมไม่สามารถผ่านมาตรฐาน “Enhanced Quality” ชุดใหม่ของบริษัทได้ โดยผู้บริหารระบุว่าหากจะเข็นต่อต้องใช้เงินลงทุนและเวลาที่ “เกินกว่าที่จะรับผิดชอบได้” นับเป็นการปิดฉากการรีเมคที่แฟนๆ เฝ้ารอมานานกว่าครึ่งทศวรรษอย่างน่าเสียดายครับ
สั่งเชือด 6 เกมรวด: เคลียร์พอร์ตโฟลิโอเพื่อความอยู่รอด
ไม่ใช่แค่เจ้าชายแห่งเปอร์เซียเท่านั้นครับ แต่ Ubisoft ยังสั่งยกเลิกเกมในมือรวมทั้งหมด 6 โปรเจกต์ แบ่งเป็น Prince of Persia 1 เกม, IP ใหม่ (New IP) ที่ยังไม่เปิดตัวอีก 3 เกม, เกมมือถือ 1 เกม และโปรเจกต์จาก IP ที่มีอยู่เดิมอีก 1 เกม โดยบริษัทให้เหตุผลว่าเกมเหล่านี้ “ไม่สอดคล้องกับกลยุทธ์ใหม่” ที่เน้นความสำคัญของแบรนด์หลักและการทำกำไรที่ยั่งยืนในระยะยาวครับ
โมเดลใหม่ “5 Creative Houses”: แบ่งกลุ่มตามประเภทเกม
เพื่อให้การบริหารงานคล่องตัวขึ้น Ubisoft จะถูกแบ่งออกเป็น 5 หน่วยธุรกิจอิสระ หรือ “Creative Houses” ตามประเภทของเกม:
- CH1 (Vantage Studios): ดูแลแบรนด์พันล้าน (Assassin’s Creed, Far Cry, Rainbow Six)
- CH2: เน้นเกมยิงแนว Competitive/Co-op (The Division, Ghost Recon, Splinter Cell)
- CH3: ดูแลเกม Live Experience (The Crew, Skull & Bones, Riders Republic)
- CH4: โลกแฟนตาซีและเนื้อเรื่องเข้มข้น (Rayman, Beyond Good & Evil, Anno)
- CH5: เกมแคชชวลและครอบครัว (Just Dance, แบรนด์จาก Hasbro)
ปิดสตูดิโอและนโยบายบังคับเข้าออฟฟิศ 5 วัน
ผลจากการปรับโครงสร้างทำให้น่าเศร้าที่สตูดิโอ Ubisoft Halifax และ Ubisoft Stockholm ต้องถูกปิดตัวลง พร้อมกับแผนการ “Rightsizing” หรือการปรับลดพนักงานในสตูดิโออื่นๆ เช่น Massive Entertainment และ RedLynx ยิ่งไปกว่านั้น Ubisoft ยังสั่งยกเลิกนโยบาย Work from Home โดยบังคับให้พนักงานทุกคนต้องกลับเข้าทำงานในออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ เพื่อกระตุ้นประสิทธิภาพการทำงานให้กลับมาสู่จุดสูงสุดครับ
ยอมถอยเพื่อคุณภาพ: สั่งเลื่อน 7 เกมไปปี 2027
แม้จะมีการยกเลิกหลายโปรเจกต์ แต่ Ubisoft ยังมีเกมที่เลือกจะ “ไปต่อ” โดยสั่งเลื่อนวันวางจำหน่ายของเกมอีก 7 โปรเจกต์ออกไปถึงช่วงปี 2570 (2027) หนึ่งในนั้นลือกันว่าเป็น Assassin’s Creed IV: Black Flag Remake ที่ต้องการเวลาขัดเกลาเพิ่มเติม เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อวางจำหน่ายแล้วจะกลายเป็นเกมคุณภาพระดับ Exceptional ที่สามารถกู้ชื่อเสียงของบริษัทคืนมาได้ในตลาดที่ผู้เล่นมีความพิถีพิถันมากขึ้นครับ
ข้อมูลสรุป Ubisoft Major Reset 2026
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| เกมที่ถูกยกเลิก (ไฮไลท์) | Prince of Persia: The Sands of Time Remake |
| จำนวนเกมที่ถูกยกเลิกทั้งหมด | 6 โปรเจกต์ (PoP + 3 New IP + 1 Mobile + 1 Unannounced) |
| จำนวนเกมที่ถูกเลื่อน | 7 โปรเจกต์ (คาดว่ามี AC Black Flag Remake) |
| สตูดิโอที่ปิดตัว | Ubisoft Halifax และ Ubisoft Stockholm |
| โครงสร้างใหม่ | แบ่งเป็น 5 Creative Houses ตามแนวเกม |
| นโยบายการทำงาน | บังคับเข้าออฟฟิศ 5 วันต่อสัปดาห์ (Mandatory 5-day In-office) |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu |
GameTonix Insight
ในมุมมองของผม นี่คือ “การผ่าตัดครั้งใหญ่” ที่ Ubisoft จำเป็นต้องทำเพื่อเอาตัวรอดครับ การยกเลิก Prince of Persia Remake แม้จะเจ็บปวดแต่ก็เป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผล เพราะหากปล่อยเกมที่ไม่ถึงมาตรฐานออกมาในยุคที่ตลาด AAA เลือกเฟ้นอย่างหนัก จะยิ่งทำให้แบรนด์เสียหายหนักกว่าเดิม การแยกหน่วยธุรกิจเป็น Creative Houses จะช่วยให้แต่ละทีมมีอิสระและโฟกัสที่ชัดเจนขึ้น แต่สิ่งที่น่ากังวลคือนโยบายบังคับเข้าออฟฟิศ 5 วัน ท่ามกลางบรรยากาศการปลดพนักงาน ซึ่งอาจส่งผลต่อขวัญและกำลังใจของบุคลากรในระยะสั้นครับ


