สารบัญ
คุณเบื่อไหมกับการที่ “ฝีมือถึงแต่อุปกรณ์ไม่เป็นใจ”? จังหวะสะบัดเมาส์แล้วหลอน หรือคลิกแล้วไม่ติดในช็อตตัดสินเกม ปัญหาเหล่านี้ไม่ได้เกิดจากคุณไม่เก่ง แต่เกิดจากอาวุธในมือที่ไม่ตอบโจทย์! ในปี 2026 นี้ เทคโนโลยีเมาส์เกมมิ่งก้าวกระโดดไปไกลมาก
คุณไม่จำเป็นต้องจ่ายเงิน 4-5 พันบาทเพื่อแลกกับคำว่า “Pro” อีกต่อไป ด้วยงบเพียง 2,000 บาท คุณสามารถหาเมาส์สเปกเทพ เซนเซอร์ระดับแข่งขัน และน้ำหนักเบาหวิวได้สบายๆ บทความนี้เราจะพาไป “ผ่าตัด” สเปกและเจาะลึกฟีลลิ่งการใช้งานจริงของ 5 เมาส์รุ่นที่ “ถูกและดี” จนคุณต้องร้องว้าว!
Quick Winner: สรุปจบใน 30 วินาที
| รางวัล | รุ่น | จุดเด่น |
|---|---|---|
| 🏆 Best Overall | Zaopin Z1 Pro | สเปกเรือธง PAW3395 ในร่างทรงไข่ที่เบาหวิว งานประกอบดีเกินราคา |
| ⚡ Best Features | Attack Shark X6 | ได้แท่นชาร์จ RGB แถมมาในกล่อง! ครบจบไม่ต้องซื้อเพิ่ม |
| 🛡️ Best Reliability | Logitech G304 | ตำนานที่ไม่มีวันตาย ประกันศูนย์ไทยเคลมง่าย อะไหล่หาง่ายที่สุด |
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Zaopin Z1 Pro
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Attack Shark X6
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G304 LIGHTSPEED
- เช็คราคาและสั่งซื้อ HyperX Pulsefire Haste 2 Core Wireless
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Razer Cobra
รีวิวเจาะลึก: 5 เมาส์เกมมิ่งตัวเทพ งบ 2,000
1. Zaopin Z1 Pro: เล็กพริกขี้หนู สเปกเรือธงตัวจริง
เจาะลึกการใช้งาน: Zaopin Z1 Pro คือนิยามของคำว่า “ล้มยักษ์” ในปีนี้อย่างแท้จริง ทันทีที่คุณจับเมาส์รุ่นนี้ ความรู้สึกแรกคือ “เบาจนน่าตกใจ” ด้วยน้ำหนักเพียงประมาณ 51 กรัม (รุ่นก้นตัน) ทำให้แรงเฉื่อยในการสะบัดเมาส์แทบเป็นศูนย์ เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเกมเมอร์สาย FPS ที่เล่นเกมเร็วๆ อย่าง Valorant หรือ Apex Legends ที่ต้องมีการ Micro-adjustment หรือการเล็งแบบละเอียดๆ ตลอดเวลา
รูปทรงของ Z1 Pro เป็นแบบ Egg Shape (ทรงไข่) ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจาก Razer Orochi V2 แต่มีการปรับปรุงส่วนโค้งเว้าให้เข้ามือมากขึ้น ช่วงท้ายของเมาส์จะดันอุ้งมือเล็กน้อย ช่วยให้การจับแบบ Claw Grip หรือ Fingertip Grip มั่นคงมาก แต่คนมือใหญ่อาจจะรู้สึกว่ามันเล็กไปสำหรับการจับแบบ Palm Grip เต็มใบ
ในส่วนของประสิทธิภาพ ภายในบรรจุขุมพลังเซนเซอร์ PAW3395 ซึ่งเป็นมาตรฐานเมาส์เรือธงระดับโลก ความนิ่งและความแม่นยำอยู่ในระดับที่แยกไม่ออกจากเมาส์ราคา 4-5 พันบาท สวิตช์คลิกใช้เป็น Huano Blue Shell Pink Dot (หรือรุ่นใกล้เคียงในลอตใหม่) ที่ให้สัมผัสการกดที่ “กรอบ แน่น และเด้งสู้มือ” ไม่มีความรู้สึกยวบยาบหรือดีเลย์แม้แต่น้อย ส่วนเรื่องแบตเตอรี่ก็หายห่วง ใช้งานจริงได้หลายวันต่อการชาร์จหนึ่งครั้ง ถือเป็นเมาส์ที่สมบูรณ์แบบที่สุดในเรตราคานี้ครับ
ทำไมจึงควรซื้อ: ถ้าคุณเป็นสาย FPS ที่เน้นความคล่องตัว ชอบเมาส์ทรงเล็กที่คุมง่าย และต้องการสเปกที่จบในตัวเดียวโดยไม่ต้องโมเพิ่ม นี่คือตัวเลือกอันดับ 1 ที่คุ้มค่าทุกบาททุกสตางค์
- ราคาเปิดตัว: 1,690 บาท
- ราคาปัจจุบัน (2026): ~1,450 บาท (ประหยัด 240 บาท)
- ข้อดี: น้ำหนักเบามาก (51g), เซนเซอร์ตัวท็อป PAW3395, งานประกอบแน่นหนา, ทรงไข่จับถนัดมือ
- ข้อเสีย: ซอฟต์แวร์หน้าตาธรรมดา, ไม่มีช่องเก็บ USB Receiver ในตัว (สำหรับบางโมเดล)
- คะแนนความคุ้มค่าต่อราคา: 5 / 5 (ที่สุดของความคุ้มค่า)
เป็นเจ้าของ Zaopin Z1 Pro ความแม่นยำระดับ Pro ที่นี่: Shopee
2. Attack Shark X6: ครบจบ พร้อมแท่นชาร์จในกล่อง
เจาะลึกการใช้งาน: ถ้า Zaopin คือสายเพียว Performance, เจ้า Attack Shark X6 ก็คือสาย “Gadget” ที่ให้ความคุ้มค่าแบบจัดเต็ม จุดเด่นที่ทำให้รุ่นนี้เป็นไวรัลคือ “การแถมแท่นชาร์จ (Magnetic Charging Dock)” มาให้เลยในกล่อง ซึ่งปกติแล้วแค่แท่นชาร์จแยกอย่างเดียวก็ราคาหลายร้อยบาทแล้ว แต่รุ่นนี้ให้มาครบชุดในราคาพันต้นๆ! ตัวแท่นชาร์จมีไฟ RGB สวยงาม ช่วยให้โต๊ะคอมของคุณดูดีขึ้นทันตาเห็น และเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้งาน แค่วางเมาส์ลงไปก็ชาร์จทันที ไม่ต้องมาคอยเสียบสาย USB-C ให้วุ่นวาย
ในแง่รูปทรง X6 มาในทรงสมมาตรขนาดกลาง (Medium Size) ที่คล้ายคลึงกับ G Pro Superlight ทำให้เป็นทรง “มหาชน” ที่ใครจับก็ถนัด ไม่ว่าจะจับแบบ Palm, Claw หรือ Fingertip ก็เข้ามือได้ง่าย ผิวสัมผัสของเมาส์เป็นพลาสติกผิวด้านที่ช่วยลดคราบเหงื่อได้ดีพอสมควร
ด้านประสิทธิภาพภายในยังคงใช้เซนเซอร์เทพอย่าง PAW3395 เช่นกัน พร้อมชิปควบคุมที่รองรับ Polling Rate 1000Hz (นิ่งและเสถียร) น้ำหนักตัวเมาส์อยู่ที่ประมาณ 49-55 กรัม ซึ่งถือว่าเบามาก การเชื่อมต่อทำได้ถึง 3 โหมด (Bluetooth / Wireless 2.4G / Wired) ทำให้คุณสามารถสลับไปใช้งานกับ iPad หรือโน้ตบุ๊กทำงานได้ง่ายๆ เพียงแค่เลื่อนสวิตช์ใต้เมาส์ ถือเป็นเมาส์เป็ด (ทำได้ทุกอย่าง) ที่เก่งรอบด้านจริงๆ
ทำไมจึงควรซื้อ: เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความคุ้มค่าสูงสุดในแง่ของ “ของแถม” และ “ฟีเจอร์” อยากได้เมาส์ที่วางบนโต๊ะแล้วสวย มีแท่นชาร์จเท่ๆ และสเปกใช้งานเล่นเกมได้จริงจัง
รับชุด Attack Shark X6 สุดคุ้มพร้อมแท่นชาร์จ ที่นี่: Shopee
3. Logitech G304 Lightspeed: ตำนานสามัญประจำบ้าน
เจาะลึกการใช้งาน: ไม่มีใครไม่รู้จัก Logitech G304 (หรือ G305 ในต่างประเทศ) นี่คือเมาส์ที่พิสูจน์ตัวเองมาแล้วหลายปีว่าเป็น “ราชาแห่งความเสถียร” ในงบประหยัด แม้สเปกบนหน้ากระดาษอาจจะดูสู้รุ่นใหม่ๆ จากจีนไม่ได้ในเรื่องน้ำหนักหรือเซนเซอร์ตัวเลขสูงๆ แต่ในการใช้งานจริง เทคโนโลยีไร้สาย “LIGHTSPEED” ของ Logitech ยังคงเป็นเบอร์ 1 เรื่องความนิ่ง ไม่มีอาการดีเลย์หรือหลุดให้เห็นแม้แต่นิดเดียว ให้ความรู้สึกเหมือนใช้เมาส์มีสาย 100%
รูปทรงของ G304 เป็นทรงสมมาตรขนาดเล็ก-กลาง (ทรงเดียวกับ G Pro Wired ตัวเก่า) ที่มีความแบนและกว้าง เหมาะสำหรับการจับแบบ Claw และ Fingertip อย่างมาก ตัวเมาส์ใช้พลังงานจากถ่าน AA เพียง 1 ก้อน ซึ่งข้อดีคือ “แบตอึดมหาศาล” ใช้งานโหมด Performance ได้ยาวนานถึง 250 ชั่วโมง (เล่นเกมวันละ 5 ชม. อยู่ได้เกือบ 2 เดือน!) โดยไม่ต้องกังวลเรื่องแบตเสื่อม เพราะแค่เปลี่ยนถ่านก็เหมือนได้เมาส์ใหม่
จุดที่ต้องพิจารณาคือ “น้ำหนัก” ที่อาจจะแตะหลัก 99 กรัมเมื่อใส่ถ่านอัลคาไลน์ปกติ (แต่แก้ได้ด้วยการใช้ถ่าน Lithium AAA + ตัวแปลง จะลดเหลือประมาณ 80 กว่ากรัม) และสวิตช์คลิกที่เสียงค่อนข้างดังและแข็งกว่ารุ่นอื่นๆ เล็กน้อย แต่แลกมาด้วยความทนทานและประกันศูนย์ไทย 2 ปีเต็มที่เคลมง่ายที่สุดในสามโลก
ทำไมจึงควรซื้อ: ถ้าคุณเป็นคนที่ไม่ชอบความเสี่ยง ไม่อยากวัดดวงกับแบรนด์ใหม่ๆ ต้องการเมาส์ที่ “ซื้อแล้วจบ” ใช้ยาวๆ 3-4 ปี สัญญาณนิ่งหายห่วง และหาซื้อถ่านเปลี่ยนได้ที่ 7-11 ทุกสาขา
- ราคาเปิดตัว: 1,599 บาท
- ราคาปัจจุบัน (2026): ~900 – 1,090 บาท (ประหยัดทันที 500 บาท)
- ข้อดี: ทนทานมาก, ประกันศูนย์ไทย 2 ปี, เทคโนโลยีไร้สายเสถียรที่สุด, แบตอึดมาก
- ข้อเสีย: น้ำหนักเยอะกว่าคู่แข่ง, สมดุลเมาส์หนักไปทางท้าย (เพราะถ่าน), ไม่มี Bluetooth
- คะแนนความคุ้มค่าต่อราคา: 4.7 / 5 (ที่สุดของความชัวร์)
สั่งซื้อ Logitech G304 LIGHTSPEED ของแท้ ประกันศูนย์ 2 ปี ที่นี่: Shopee
4. HyperX Pulsefire Haste 2 Core Wireless: แบรนด์ดัง เบาหวิว
เจาะลึกการใช้งาน: สำหรับใครที่อยากได้เมาส์แบรนด์ Inter (Global Brand) แต่ไม่อยากแบกน้ำหนักเยอะเหมือน G304 ทาง HyperX ได้ส่ง Pulsefire Haste 2 “Core” ออกมาเพื่ออุดช่องว่างนี้ เมาส์ตัวนี้ออกแบบมาให้เป็นเมาส์ไร้สายแบบใส่ถ่าน (AAA 1 ก้อน) ที่ “เบาที่สุด” รุ่นหนึ่งในตลาด โดยทำน้ำหนักรวมถ่านแล้วอยู่ที่ประมาณ 70 กรัมเท่านั้น! ซึ่งถือว่าเบากว่า G304 อย่างเห็นได้ชัด ทำให้ขยับมือได้ไวขึ้นและล้าน้อยลง
รูปทรงเป็นแบบสมมาตรที่ปลอดภัย (Safe Shape) หลังไม่สูงมาก ทำให้จับได้ถนัดทุกท่า โดยเฉพาะคนมือขนาดกลาง ผิวสัมผัสวัสดุของ HyperX รุ่นนี้ทำออกมาได้ดีมาก มีความสากเล็กน้อยช่วยให้จับกระชับโดยไม่ต้องติด Grip Tape เพิ่ม สวิตช์คลิกเป็น TTC Gold ที่ปรับแต่งมาเฉพาะ ให้ความรู้สึก “กรุบกริบ” เสียงไม่ดังแสบหู และรองรับการกดถึง 60 ล้านครั้ง
ในส่วนของการเชื่อมต่อ รองรับทั้ง Wireless 2.4GHz และ Bluetooth ทำให้ยืดหยุ่นในการใช้งานพกพาไปทำงานข้างนอกได้ เซนเซอร์แม้จะเป็นรุ่น Core (PAW3335 Custom) แต่ถูกจูนมาให้อ่านค่าได้นิ่งและแม่นยำเพียงพอสำหรับการเล่นเกมระดับ Competitive ได้สบายๆ จุดเด่นอีกอย่างคือในกล่องมักจะแถมแผ่นสเก็ตเมาส์ (Mouse Feet) สำรองมาให้ด้วย ซึ่งหาได้ยากในเมาส์แบรนด์ใหญ่ราคานี้
ทำไมจึงควรซื้อ: หากคุณเชื่อถือในคุณภาพ QC ของแบรนด์ระดับโลกอย่าง HyperX อยากได้เมาส์ใส่ถ่านที่น้ำหนักเบา และรองรับ Bluetooth เพื่อใช้งานกับ Tablet หรือ Notebook ทำงานได้ด้วย
- ราคาเปิดตัว: 1,990 บาท
- ราคาปัจจุบัน (2026): ~1,590 – 1,690 บาท (ประหยัด 300 บาท)
- ข้อดี: แบรนด์เชื่อถือได้ QC เนี้ยบ, น้ำหนักเบา (สำหรับเมาส์ใส่ถ่าน), มี Bluetooth
- ข้อเสีย: ต้องคอยเปลี่ยนถ่าน (AAA), สเปกเซนเซอร์เป็นรองตัวท็อปจากจีนเล็กน้อย
- คะแนนความคุ้มค่าต่อราคา: 4.5 / 5 (แบรนด์ดี งานดี)
เช็คราคา HyperX Haste 2 Core ที่นี่: Shopee
5. Razer Cobra (Wired): มีสายแต่ได้สเปกเทพ
เจาะลึกการใช้งาน: ในงบประมาณจำกัด ถ้าคุณยอมแลกความสะดวกสบายของการไร้สาย มาเป็น “ความสุดยอดของสวิตช์และไฟ RGB” Razer Cobra ตัวมีสายคือคำตอบครับ เมาส์ตัวนี้คือผู้สืบทอดตำนานอย่าง Viper Mini ที่ถูกอัปเกรดขึ้นมาใหม่ รูปร่างเล็กกะทัดรัด เหมาะสำหรับคนมือเล็ก-กลาง หรือคนที่ชอบจับแบบ Claw/Fingertip น้ำหนักเบาหวิวเพียง 58 กรัม (ไม่รวมสาย) สายที่ให้มาเป็นสายถัก Speedflex ที่นิ่มและลื่นมาก แทบไม่รู้สึกถึงแรงดึงรั้งเวลาสะบัดเมาส์
ไฮไลต์เด็ดที่สุดคือ Optical Mouse Switches Gen-3 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีสวิตช์ตัวเดียวกับที่อยู่ในเมาส์ Razer ตัวละ 4-5 พันบาท! ข้อดีคือมันทำงานด้วยแสง ทำให้ตอบสนองไวกว่าสวิตช์ปกติ และที่สำคัญคือ “ไม่มีวันเบิ้ล” (Double Click) ตลอดอายุการใช้งาน ตัดปัญหาโลกแตกของเกมเมอร์ไปได้เลย
นอกจากนี้ แฟนบอย Razer จะต้องกรีดร้องกับไฟ Razer Chroma RGB ที่จัดเต็มมาให้แบบ Underglow (ไฟลอดใต้เมาส์) ที่สวยงามและปรับแต่งได้ละเอียดผ่านซอฟต์แวร์ Synapse ใครที่เป็นสายแต่งโต๊ะคอม ชอบแสงสีวิบวับ ตัวนี้กินขาดทุกตัวในลิสต์ครับ
ทำไมจึงควรซื้อ: สำหรับเกมเมอร์ที่ซีเรียสเรื่อง “ความคงทนของปุ่มกด” ไม่อยากเจอปัญหาเมาส์เบิ้ล และต้องการเมาส์ขนาดเล็กที่ควบคุมง่าย พร้อมไฟ RGB ที่สวยที่สุดในคลาส
- ราคาเปิดตัว: 1,490 บาท
- ราคาปัจจุบัน (2026): ~1,290 บาท (คุ้มค่าสวิตช์มาก)
- ข้อดี: สวิตช์ Optical Gen-3 ทนและไว, ไฟ Chroma RGB สวยมาก, น้ำหนักเบา 58g
- ข้อเสีย: เป็นเมาส์มีสาย, ขนาดค่อนข้างเล็ก (คนมือใหญ่อาจเมื่อย)
- คะแนนความคุ้มค่าต่อราคา: 4.4 / 5 (เทพเจ้าแห่งสวิตช์)
สัมผัสสวิตช์เทพ Razer Cobra ไฟ RGB สุดสวย ที่นี่: Shopee
สรุปภาพรวม: ตารางเปรียบเทียบเมาส์เกมมิ่งงบ 2,000 ปี 2026
เพื่อให้คุณเห็นภาพรวมและตัดสินใจได้ง่ายขึ้น นี่คือตารางเปรียบเทียบสเปกและราคาปัจจุบันของทั้ง 5 รุ่นครับ:
| รุ่น | เซนเซอร์ | น้ำหนัก | การเชื่อมต่อ | แบตเตอรี่ | ราคาประมาณ |
| Zaopin Z1 Pro | PAW3395 (Top) | ~51g | Wireless / Wired | ชาร์จในตัว | 1,810.- |
| Attack Shark X6 | PAW3395 (Top) | ~55g | Tri-mode | ชาร์จในตัว + แท่น | 1,190.- |
| Logitech G304 | HERO 12K | ~99g | Wireless | ถ่าน AA | 1,090.- |
| HyperX Haste 2 Core | HyperX Core | ~70g | Dual Wireless | ถ่าน AAA | 1,590.- |
| Razer Cobra | Optical 8.5K | 58g | มีสาย (Wired) | – | 1,450.- |
FAQ: คำถามที่พบบ่อย
ในปี 2026 คุณภาพการผลิตเมาส์จีนพัฒนาขึ้นมากครับ โดยเฉพาะแบรนด์ที่แนะนำมา (Zaopin) ได้รับการยอมรับในระดับสากลว่างานประกอบดี ใกล้เคียงแบรนด์ใหญ่ แต่ราคาถูกกว่าครึ่งครับ
- แบบชาร์จ (Zaopin, Attack Shark): เบากว่า ประหยัดค่าถ่าน แต่ต้องคอยชาร์จทุกสัปดาห์
- แบบใส่ถ่าน (Logitech, HyperX): สะดวกแค่เปลี่ยนถ่านก็จบ แบตอึดเป็นเดือน แต่แลกมาด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นครับ
เทคโนโลยี 2.4GHz ในปัจจุบัน “ไม่ดีเลย์” แล้วครับ สามารถใช้แข่งระดับ Pro Player ได้สบายๆ ความเร็วเทียบเท่าแบบมีสายครับ
บทสรุปฟันธง
- ถ้าคุณต้องการ “ที่สุดของประสิทธิภาพ”: กด Zaopin Z1 Pro เลยครับ จบสุดในงบนี้
- ถ้าคุณต้องการ “ความคุ้มค่าและสวยงาม”: Attack Shark X6 คือคำตอบ ได้แท่นชาร์จวางหล่อๆ บนโต๊ะ
- ถ้าคุณต้องการ “ความสบายใจ”: Logitech G304 คือเพื่อนแท้ที่ไว้ใจได้เสมอครับ
พิกัดสั่งซื้อ
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Zaopin Z1 Pro
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Attack Shark X6
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Logitech G304 LIGHTSPEED
- เช็คราคาและสั่งซื้อ HyperX Pulsefire Haste 2 Core Wireless
- เช็คราคาและสั่งซื้อ Razer Cobra


