กองทัพเมาส์น้ำหนักเบาต้องหลบทางให้รุ่นเก๋าเมื่อ Glorious ประกาศชุบชีวิตเมาส์รุ่นบุกเบิกในชื่อ Glorious Model O Classic อย่างเป็นทางการในวันที่ 13 มีนาคม 2569 โดยเป็นการนำดีไซน์ยอดฮิตปี 2019 กลับมาทำใหม่เพื่อเอาใจแฟนคลับที่หลงรักรูปทรงรังผึ้ง แบบดั้งเดิมและแถบไฟ RGB สุดอลังการ ตัวเมาส์ยังคงน้ำหนักที่ 69 กรัม แต่ได้รับการอัปเกรดไส้ในด้วยเซนเซอร์ 19K Optical รุ่นใหม่ที่แม่นยำกว่าเดิม วางจำหน่ายแล้วบนร้านค้าออนไลน์ของ Glorious ในราคา $89.99 (ประมาณ 3,200 บาท) สำหรับรุ่นไร้สาย
ดีไซน์ Honeycomb ในตำนาน: การกลับมาของความคลาสสิกที่แฟนๆ โหยหา
Glorious Model O Classic กลับมาพร้อมกับเปลือกนอกแบบรังผึ้ง ที่เคยสร้างปรากฏการณ์เมาส์เจาะรูไปทั่วโลก แม้ในยุคปัจจุบันเมาส์ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้เปลือกแบบทึบ แต่นักเล่นเกมหลายคนยังคงชื่นชอบสัมผัสและการระบายอากาศของดีไซน์นี้ ตัวเมาส์ยังคงรักษาน้ำหนักไว้ที่ 69 กรัม ซึ่งเป็นตัวเลขที่สมดุลระหว่างความเบาและความมั่นคงในการตวัดเมาส์พร้อมรูปทรง Ambidextrous ที่เข้ามือได้ทั้งคนถนัดซ้ายและขวา (ยกเว้นปุ่มข้าง)
ขุมพลังเซนเซอร์ 19K: อัปเกรดความแม่นยำเพื่อสนามรบยุค 2026
แม้หน้าตาจะดูย้อนยุคแต่สเปกภายในถูกยกเครื่องใหม่ด้วยเซนเซอร์ “19K Optical Gaming Sensor” (BAMF Sensor รุ่นปรับปรุง) ที่พัฒนาร่วมกับ PixArt ให้ความละเอียดสูงสุดถึง 19,000 DPI พร้อมความเร็วในการติดตามที่ 400 IPS และแรงเร่ง 40G ระบบนี้ช่วยให้ทุกการเคลื่อนที่สะท้อนลงบนหน้าจอได้อย่างแม่นยำ 1:1 ปราศจากอาการ Jitter หรือ Pixel Skipping แม้จะใช้งานในจังหวะที่ต้องสะบัดเมาส์อย่างรวดเร็วในเกมแนว FPS หรือ MOBA
อิสระแห่งการเชื่อมต่อ: ระบบไร้สาย No-Lag และสาย Paracord สุดพริ้ว
Model O Classic รุ่นปี 2026 มาพร้อมเทคโนโลยีการเชื่อมต่อไร้สาย 2.4GHz ที่มีความหน่วงต่ำเพียง 1ms เทียบเท่าการใช้สาย ให้ความเสถียรสูงสุดในการเล่นระดับแข่งขัน ในกรณีที่แบตเตอรี่หมด ผู้เล่นสามารถสลับไปใช้งานโหมดมีสายผ่านสาย “Ascended” Paracord ที่มีน้ำหนักเบาและยืดหยุ่นสูงจนให้ความรู้สึกเหมือนไม่ได้เสียบสาย ช่วยให้การเล่นเกมต่อเนื่องไม่สะดุดและชาร์จแบตเตอรี่ไปได้ในตัวผ่านพอร์ต USB-C
แบตเตอรี่อึด 71 ชั่วโมงและการขัดเกลาจุดสัมผัสด้วย G-Skates
สำหรับการใช้งานแบบไร้สาย เมาส์รุ่นนี้สามารถใช้งานได้ยาวนานสูงสุดถึง 71 ชั่วโมง (เมื่อปิดไฟ RGB) ซึ่งถือว่าเพียงพอต่อการเล่นเกมตลอดทั้งสัปดาห์ต่อการชาร์จเพียงหนึ่งครั้ง นอกจากนี้ Glorious ยังเลือกใช้เมาส์ฟีตแบบ G-Skates ที่ทำจากวัสดุ 100% Pure Virgin PTFE พร้อมขอบที่มนโค้งช่วยให้การลากเมาส์ลื่นไหลเหมือนสเก็ตน้ำแข็งบนทุกพื้นผิวแผ่นรองเมาส์ และสวิตช์ปุ่มกดที่รองรับการใช้งานได้นานถึงหลายสิบล้านคลิก
ปรับแต่งได้ดั่งใจผ่านซอฟต์แวร์ Glorious CORE รุ่นล่าสุด
เพื่อให้สมกับการเป็นเมาส์ยุคใหม่ Model O Classic รองรับการปรับแต่งอย่างละเอียดผ่านซอฟต์แวร์ Glorious CORE ไม่ว่าจะเป็นการปรับแต่งไฟ RGB 16.8 ล้านสีที่มีให้เลือกหลายโหมด การตั้งค่ามาโครทั้ง 6 ปุ่ม ไปจนถึงการปรับจูนค่า Lift-off Distance (LOD) และ Polling Rate 1,000Hz นอกจากนี้ตัวเมาส์ยังมีปุ่มปรับ DPI Indicator อยู่ด้านล่างเพื่อความสะดวกในการเปลี่ยนความเร็วเมาส์แบบออนเดอะฟลายโดยไม่รบกวนการเล่นเกม
สรุปสเปก Glorious Model O Classic (2026 Edition)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| น้ำหนัก | 69 กรัม (Matte Finish) |
| เซนเซอร์ | 19K Optical (BAMF v1.5) |
| DPI สูงสุด | 19,000 DPI |
| ความเร็ว / แรงเร่ง | 400 IPS / 40 G |
| การเชื่อมต่อ | 2.4GHz Wireless / Wired (USB-C) |
| อายุการใช้งานแบตเตอรี่ | สูงสุด 71 ชั่วโมง (ปิดไฟ RGB) |
| ราคาเปิดตัว | $89.99 (รุ่น Wireless) |
| แหล่งอ้างอิง | TechPowerUp: Glorious Revives Original 69g Model O |
GameTonix Insight
การกลับมาของ Model O Classic ในปี 2026 คือการตอบโจทย์กลุ่มผู้เล่นที่ “คิดถึงของเดิม” แต่ต้องการ “ไส้ในที่ทันสมัย” ครับ แม้ในตลาดตอนนี้เมาส์ 40-50 กรัมจะครองเมือง แต่ตัวเลข 69 กรัมของ Glorious ยังคงมีเสน่ห์ในเรื่องความสมดุลที่หลายคนคุ้นมือ สิ่งที่น่าชื่นชมคือการไม่ลดสเปกเซนเซอร์ลงตามราคา ทำให้มันเป็นเมาส์สายคลาสสิกที่ยังสู้กับเมาส์รุ่นใหม่ๆ ในสนามแข่งได้สบายๆ ใครที่เคยใช้รุ่นปี 2019 แล้วปุ่มพังไป นี่คือโอกาสทองที่จะได้สัมผัสความรู้สึกเดิมในเวอร์ชันที่ทนทานกว่าเดิมครับ


