Dead Space

อดีตโปรดิวเซอร์ Dead Space เผย ยอดขายไม่เอื้อต่อการสร้างภาคใหม่

Chuck Beaver อดีตนักเขียนและโปรดิวเซอร์ผู้ร่วมสร้างตำนาน Dead Space ออกมาเปิดเผยข้อมูลผ่านพอดแคสต์ FRVR เมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2026 โดยระบุว่าโอกาสในการสร้าง Dead Space 4 หรือการพัฒนาภาคใหม่ในซีรีส์นี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ในสภาพเศรษฐกิจของอุตสาหกรรมเกมปัจจุบัน แม้ว่าเกม Dead Space ฉบับ Remake ที่วางจำหน่ายในปี 2023 จะได้รับคำชมอย่างท่วมท้นจากทั้งนักวิจารณ์และแฟนเกม แต่ยอดขายที่ทำได้ประมาณ 2 ล้านชุดนั้นยังห่างไกลจากเป้าหมายที่ Electronic Arts (EA) คาดหวังไว้สำหรับการลงทุนในระดับ AAA ทำให้แฟรนไชส์นี้ต้องถูกระงับการพัฒนาไปอย่างไม่มีกำหนด

กำแพงยอดขาย 10 ล้านชุดกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

Chuck Beaver ระบุว่าในยุคของ Frank Gibeau อดีตรองประธาน EA ยอดขายระดับ 5 ล้านชุดเคยเป็นตัวเลขที่เพียงพอสำหรับการผลักดันภาคต่อ แต่ในปัจจุบันด้วยต้นทุนการผลิตที่พุ่งสูงขึ้นอย่างมหาศาล เขาประเมินว่าเกมอย่าง Dead Space 4 จำเป็นต้องทำยอดขายให้ได้ถึง 7 ถึง 10 ล้านชุด หรืออาจสูงถึง 15 ล้านชุดเพื่อให้คุ้มค่ากับการลงทุน ตัวเลขดังกล่าวถือเป็นเรื่องยากมากสำหรับเกมแนวสยองขวัญที่มีกลุ่มเป้าหมายเฉพาะเจาะจงซึ่งมักจะมีเพดานยอดขายที่จำกัดอยู่แล้ว

โมเดลธุรกิจแบบดั้งเดิมที่เริ่มล้าสมัยในสายตาผู้จัดจำหน่าย

โปรดิวเซอร์รุ่นเก๋าให้ความเห็นว่าบริษัทเกมยักษ์ใหญ่ในปัจจุบันต่างมุ่งเป้าไปที่การค้นหา “Fortnite” เครื่องถัดไป หรือเกมที่เป็นแหล่งรายได้ต่อเนื่องในขณะที่เกมสยองขวัญแบบเล่นคนเดียวจบในตัวโดยไม่มีระบบ Live-service ถูกมองว่าเป็น “ซากฟอสซิลไดโนเสาร์” ของโมเดลธุรกิจในปัจจุบัน แม้แต่ซีรีส์ยักษ์ใหญ่อย่าง Resident Evil ก็มักจะทำยอดขายเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 7 ล้านชุด ซึ่ง Beaver มองว่าเป็นตัวเลขที่ดีแต่ยังอาจไม่เพียงพอสำหรับความคาดหวังของ EA ในการสร้างโปรเจกต์ระดับนี้

สถานะของแฟรนไชส์และการย้ายทีมของ Motive Studio

จากรายงานในช่วงปลายปี 2025 ระบุว่าซีรีส์ Dead Space ตกอยู่ในสถานะ “ถูกแช่แข็ง” โดยสมบูรณ์ เนื่องจากยอดขายของภาค Remake ไม่เข้าเป้า ทำให้โปรเจกต์ Dead Space 2 Remake ที่เคยมีข่าวลือว่ากำลังพัฒนาถูกระงับไปถาวร ปัจจุบันทีมงาน Motive Studio ซึ่งเป็นผู้รับผิดชอบการ Remake ได้ถูกโยกย้ายไปช่วยพัฒนาโปรเจกต์อื่นแทน เช่น Battlefield 6 และโปรเจกต์ Iron Man ของ Marvel ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าทาง EA ไม่มีแผนงานสำหรับซีรีส์นี้ในระยะเวลาอันใกล้

มุมมองจากคนทำงานและความเห็นใจต่อทีมพัฒนา

Beaver ยอมรับว่าในฐานะคนทำงานที่อยู่ในวงการมานาน เขาเข้าใจดีว่าทำไม EA ถึงไม่ให้ไฟเขียวกับโปรเจกต์ใหม่หลังจากภาค Remake วางจำหน่าย เขาไม่ได้รู้สึกว่าการตัดสินใจยกเลิกซีรีส์หลังจาก Dead Space 3 เป็นเรื่องที่ “ไม่ยุติธรรม” แต่อย่างใด เนื่องจากเขามองผ่านมุมมองของโปรดิวเซอร์ที่ต้องบริหารตัวเลข อย่างไรก็ตาม เขารู้สึกเสียดายที่ทีมงานซึ่งมีความรักในแฟรนไชส์นี้ไม่สามารถพาเรื่องราวของ Isaac Clarke ไปสู่จุดจบที่สมบูรณ์ตามที่ตั้งใจไว้ได้

ทางออกที่อาจเป็นไปได้ในอนาคต

แม้สถานการณ์จะดูมืดมน แต่ยังมีกลุ่มผู้สร้างดั้งเดิมบางส่วนรวมถึง Glen Schofield ที่คาดหวังว่าหาก EA ตัดสินใจขายลิขสิทธิ์ IP นี้ออกไปให้กับบริษัทอื่น อาจมีโอกาสที่จะได้เห็นการกลับมาของซีรีส์นี้อีกครั้ง นอกจากนี้ยังมีความเคลื่อนไหวในด้านอื่นๆ เช่น การผลิตโมเดลสะสมของ Isaac Clarke ขนาด 1:6 ที่กำลังจะวางจำหน่ายในช่วงปลายปี 2026 เพื่อเป็นการรักษาฐานแฟนคลับไว้ท่ามกลางความเงียบเหงาของข่าวสารด้านวิดีโอเกม

แหล่งอ้างอิงและข้อมูลที่มา

หัวข้อข้อมูลรายละเอียดที่เกี่ยวข้อง
หัวข้อหลักบทสัมภาษณ์ Chuck Beaver เรื่องอนาคตของ Dead Space
ประเด็นสำคัญยอดขายไม่ถึงเป้า, ต้นทุนพุ่ง, ตลาด Live-service
สถานะแฟรนไชส์On Ice (ไม่มีแผนพัฒนาภาคใหม่)
แหล่งอ้างอิงGamingBolt

GameTonix Insight

ความจริงที่น่าเศร้าของวงการเกมระดับ AAA ในปี 2026 คือการที่คำชมจากผู้เล่นไม่ได้การันตีความอยู่รอดของแฟรนไชส์เสมอไปครับ กรณีของ Dead Space เป็นตัวอย่างที่ชัดเจนว่าเมื่อตัวเลขยอดขายไม่สามารถตอบโจทย์ความคาดหวังระดับ “Fortnite” ของผู้ถือหุ้นได้ เกมระดับคุณภาพก็อาจถูกลดความสำคัญลง การที่อดีตโปรดิวเซอร์เรียกโมเดล Single-player ว่าเป็นฟอสซิล สะท้อนให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของตลาดที่โหดร้ายต่อเกมเน้นเนื้อหา แต่ในมุมกลับกันความสำเร็จของเกมอินดี้แนวสยองขวัญในตลาดปัจจุบันอาจเป็นทางรอดใหม่ที่แฟนๆ ต้องเริ่มหันมาให้ความสนใจแทนเกมระดับบิ๊กเนม

GameTonix Ads Banner 970x250