สารบัญ
วิกฤตศรัทธาหรือแค่ช่วงขาลง? ล่าสุดมีรายงานจาก SteamDB พบว่ายอดผู้เล่นรวมของ Call of Duty (Launcher ที่รวมทั้ง Black Ops 7, Black Ops 6 และ Warzone) ลดลงต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ในช่วงต้นเดือนมกราคม 2026 โดยมียอดผู้เล่นพร้อมกันสูงสุด (24-hour Peak) อยู่ที่ประมาณ 52,632 – 56,443 คน เท่านั้น ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าตกใจเมื่อเทียบกับยุคทองของซีรีส์ และเป็นการตอกย้ำว่าแม้แต่ยักษ์ใหญ่ก็สามารถสั่นคลอนได้หากไม่สามารถมัดใจแฟนเกมสาย Hardcore บน PC ได้เหมือนเดิมครับ
ตัวเลขที่ไม่โกหก: จากจุดสูงสุดสู่จุดต่ำสุด
ย้อนกลับไปในเดือนพฤศจิกายน 2022 แฟรนไชส์นี้เคยสร้างสถิติสูงสุดบน Steam ด้วยยอดผู้เล่นพร้อมกันถึง 488,897 คน ในช่วงเปิดตัว Modern Warfare 2 แต่ในเดือนมกราคม 2026 ตัวเลขดังกล่าวกลับหายไปกว่า 90%
แม้แต่การเปิดตัว Black Ops 7 ในเดือนพฤศจิกายน 2025 ที่ผ่านมา ก็ทำยอด Peak ได้เพียงประมาณ 100,000 คน ซึ่งถือว่าน้อยกว่ามาตรฐานปกติของเกมตระกูล Call of Duty อย่างมาก แสดงให้เห็นว่าการเปิดตัวภาคใหม่ไม่ได้สร้างแรงกระเพื่อมที่รุนแรงพอจะดึงดูดผู้เล่นกลับมาได้เหมือนในอดีตครับ
Battlefield 6 และคู่แข่ง: เมื่อทางเลือกมีมากขึ้น
ปัจจัยสำคัญที่ทำให้ยอดผู้เล่น Steam ลดลงคือความแข็งแกร่งของคู่แข่ง ในปี 2025-2026 ตลาดเกมยิงแนว FPS เต็มไปด้วยคู่แข่งที่ฟอร์มแรง โดยเฉพาะ Battlefield 6 ที่กลับมาทวงบัลลังก์ได้อย่างสมศักดิ์ศรีด้วยยอดผู้เล่นพร้อมกันบน Steam กว่า 115,000 คน
นอกจากนี้ยังมีเกมอย่าง Arc Raiders และเกมแนวสกัด (Extraction Shooter) อื่นๆ ที่ดึงฐานผู้เล่นที่เบื่อหน่ายกับสูตรสำเร็จเดิมๆ ของ Call of Duty ออกไป ทำให้ผู้เล่นมีทางเลือกที่หลากหลายและไม่ยึดติดกับแฟรนไชส์เดียวอีกต่อไปครับ
ปัญหา CoD HQ และเสียงวิจารณ์ Black Ops 7
ระบบ Call of Duty HQ หรือ Launcher รวมศูนย์ยังคงเป็นประเด็นที่ผู้เล่น PC บ่นถึงความยุ่งยากและขนาดไฟล์ที่มหาศาล ประกอบกับกระแสวิจารณ์ของ Black Ops 7 ที่ค่อนข้างไปในทางลบทั้งในด้านเนื้อเรื่องและสมดุลของ Multiplayer
เมื่อผู้เล่นรู้สึกว่า “ความสดใหม่” ของเกมภาคปี 2025-2026 ไม่คุ้มค่ากับราคาและการจัดการไฟล์ที่ยุ่งยาก การย้ายไปเล่นเกมอื่นที่เข้าถึงง่ายกว่าจึงกลายเป็นทางออกที่หลายคนเลือกครับ
มุมมองต่างแพลตฟอร์ม: Steam เป็นเพียงแค่ส่วนหนึ่ง?
อย่างไรก็ตาม ต้องไม่ลืมว่ายอดผู้เล่นบน Steam เป็นเพียง “ส่วนเสี้ยว” ของภาพรวมทั้งหมด เนื่องจาก Call of Duty ยังมีฐานผู้เล่นหลักที่เหนียวแน่นบน Console (PS5, Xbox) และผ่านทาง Game Pass รวมถึง Battle.net
แต่ถึงกระนั้น ข้อมูลจาก Steam มักจะถูกใช้เป็นดัชนีชี้วัด “ความสนใจ” ของผู้เล่นสาย Enthusiast ซึ่งการลดลงสู่จุดต่ำสุดประวัติศาสตร์เช่นนี้ ย่อมส่งผลต่อภาพลักษณ์ของแบรนด์และกระตุ้นให้ Microsoft ต้องทบทวนกลยุทธ์การออกเกมแบบรายปีอย่างจริงจังในปี 2026 นี้ครับ
| ข้อมูลอัปเดต Call of Duty 2026 | รายละเอียดและตัวเลขสำคัญ |
|---|---|
| ยอดผู้เล่นพร้อมกัน (Steam) | ลดลงสู่ระดับ 52,000 - 56,000 คนในช่วงต้นเดือน ม.ค. 2026 |
| ผลกระทบจาก Black Ops 7 | ยอดขายและยอดผู้เล่นเปิดตัวต่ำกว่ามาตรฐานซีรีส์อย่างชัดเจน |
| เปรียบเทียบคู่แข่ง | Battlefield 6 ทำยอด Peak ได้ดีกว่าเกือบเท่าตัวในช่วงเวลาเดียวกัน |
| แหล่งอ้างอิงข่าว | GamingBolt |
GameTonix Insight
ในฐานะคนทำงานสายข่าวเกม ผมมองว่าก้าวนี้คือ “บทเรียนราคาแพง” ของ Activision ครับ การที่ Call of Duty ยึดติดกับรูปแบบการออกภาคใหม่ทุกปีและระบบ Launcher ที่ซับซ้อน เริ่มส่งผลเสียชัดเจนเมื่อเจอกับคู่แข่งที่ทำการบ้านมาดีอย่าง Battlefield 6 แม้ยอดผู้เล่น Console จะยังอุ้มไว้ได้ แต่เทรนด์ที่ลดลงต่อเนื่องบน Steam คือสัญญาณเตือนว่าผู้เล่น PC ต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนชื่อภาคครับ ปี 2026 จะเป็นปีวัดใจว่า Microsoft จะกล้าปรับโครงสร้างแฟรนไชส์นี้ให้กลับมายิ่งใหญ่ได้จริงหรือไม่ครับ!


