กลายเป็นประเด็นร้อนแรงหลังการเปิดตัว God of War: Sons of Sparta เมื่อ David Jaffe ผู้สร้างเกมซีรีส์นี้ในภาคแรกออกมาแสดงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อทิศทางใหม่ของ Sony Santa Monica โดยเขาวิจารณ์ว่าเกมแนว 2.5D Metroidvania ภาคแยกนี้ดู “จืดชืด” และไม่ใช่สิ่งที่แฟนคลับเดนตายโหยหา พร้อมตั้งคำถามถึงการตัดสินใจของสตูดิโอที่หันมาให้ความสำคัญกับเนื้อเรื่องมากกว่าระบบแอ็คชั่นที่เคยเป็นจุดขายหลักของไตรภาคดั้งเดิม จนเกิดเป็นกระแสวิพากษ์วิจารณ์เป็นวงกว้างในหมู่ชุมชนผู้เล่นครับ
เสียงสะท้อนจากบิดาผู้ให้กำเนิด Kratos
วิดีโอวิพากษ์วิจารณ์สุดเผ็ดร้อนจาก David Jaffe ที่ออกมาสับเละถึงปัญหาด้านงานภาพและความรู้สึก “ไม่ใช่ God of War” หลังจากที่เขาได้สัมผัสตัวเกมเวอร์ชันใหม่นี้
“นี่ไม่ใช่ God of War”: ความอัดอั้นของ David Jaffe
หลังจากการประกาศ Shadow Drop เกม Sons of Sparta ในงาน State of Play ล่าสุด David Jaffe ได้ออกมาทำวิดีโอถึง 3 คลิปเพื่อระบายความรู้สึกที่มีต่อเกมนี้ โดยประโยคเด็ดที่กลายเป็นไวรัลคือ “นี่ไม่ใช่ God of War” และตั้งคำถามว่าทีมงานกำลังคิดอะไรอยู่ถึงเลือกทำเกมแนวนี้ออกมา เขามองว่าแม้ตัวเกมจะดู “โอเค” ในแง่มาตรฐานทั่วไป แต่ในฐานะเกมภายใต้ชื่อ God of War มันกลับดูธรรมดาเกินไปและขาดจิตวิญญาณดั้งเดิมที่ควรจะเป็น
วิจารณ์ยับ “ทำไมต้องเล่นเป็นเด็ก”: ปัญหาเรื่องตัวเอกและช่วงเวลา
จุดที่ Jaffe รู้สึกขัดใจมากที่สุดคือการที่เกมบังคับให้ผู้เล่นรับบทเป็น Kratos ในวัยเยาว์ เขาวิจารณ์ว่าแฟนเกมไม่มีใครอยากเล่นเป็นเด็กหรือตัวละครในช่วงวัยรุ่นอย่าง Atreus ในซีรีส์นี้ สิ่งที่คนต้องการจริงๆ คือความดุดันของ “Ghost of Sparta” ในช่วงที่เขากำลังคลั่งแค้นเหล่าเทพโอลิมปัส การเลือกเล่าเรื่องย้อนอดีตในช่วงที่ตัวละครยังไม่สมบูรณ์จึงถือเป็นความพยายามที่ผิดที่ผิดทางในสายตาของเขา
ปัญหา “Visual Noise” และความขาดการขัดเกลา
หลังจากได้ทดลองเล่นไปบ้างแล้ว Jaffe ได้ชี้ให้เห็นถึงปัญหาทางเทคนิคและงานดีไซน์ โดยเฉพาะเรื่อง “Visual Noise” หรือความวุ่นวายของกราฟิกบนหน้าจอที่ทำให้ดูยาก เขามองว่าสิ่งเหล่านี้แสดงถึงความขาดความประณีต (Lack of Polish) ซึ่งเป็นเรื่องที่ไม่ควรเกิดขึ้นกับเกมระดับ First-party ของ Sony แม้บางคนจะมองว่าเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่สำหรับเขาความสมบูรณ์แบบในรายละเอียดเหล่านี้คือสิ่งที่นิยามความเป็นเกมระดับแม่เหล็กของ PlayStation
เทียบชั้นเกมอินดี้: สิ่งที่ควรจะเป็นมากกว่า Metroidvania จืดๆ
Jaffe เสนอความเห็นว่าหาก Sony Santa Monica ต้องการทำเกมแนว 2.5D จริงๆ ควรจะทำให้ออกมาในสไตล์ที่ดุดันและรวดเร็วเหมือนเกมอย่าง Blasphemous หรือ Ninja Gaiden เขามองว่าถ้าหากลองถอดชื่อ God of War ออกไปจากเกม Sons of Sparta แล้วนำเสนอเป็นเกมใหม่เกี่ยวกับนักรบสปาร์ตาวัยหนุ่มเพียงอย่างเดียว จะแทบไม่มีใครสนใจเล่นเลยด้วยซ้ำ เพราะเสน่ห์ที่แท้จริงของแบรนด์นี้ถูกทำให้จางหายไปในรูปแบบการเล่นปัจจุบัน
การเปลี่ยนแปลงลำดับความสำคัญ: เมื่อเนื้อเรื่องกลบระบบเกมเพลย์
ประเด็นสุดท้ายที่ Jaffe กังวลคือการที่ Sony Santa Monica ในยุคปัจจุบันถูกขับเคลื่อนด้วย “เนื้อเรื่อง” (Story-driven) จนเกินไป จนละเลยความสนุกของระบบแอ็คชั่นที่เป็นแกนหลัก เขาอ้างถึงข้อมูลจากอดีตทีมงานที่ระบุว่าสตูดิโอให้ความสำคัญกับการเล่าเรื่องเป็นอันดับแรก ซึ่งในมุมมองของเขามันทำให้ความตื่นเต้นในแบบฉบับดั้งเดิมหายไป และการวิจารณ์ของเขาครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องส่วนตัวหรือความอิจฉา แต่มาจากความรักในแฟรนไชส์ที่เขาเป็นคนเริ่มสร้างขึ้นมาครับ
สรุปข้อมูล David Jaffe vs Sons of Sparta
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| ผู้ร่วมวิจารณ์ | David Jaffe (Original God of War Creator) |
| ประเด็นหลัก | เกมดู generic, ไม่ต้องการเล่นเป็น Kratos วัยเด็ก |
| ข้อเปรียบเทียบ | ควรทำแนว Blasphemous หรือ Ninja Gaiden |
| มุมมองต่อสตูดิโอ | กังวลเรื่องการเน้น Story มากกว่า Action |
| แหล่งอ้างอิง | Wccftech: God of War Creator Reaction to Sons of Sparta |
GameTonix Insight
การที่บิดาผู้ให้กำเนิดอย่าง David Jaffe ออกมาสับเละเกมของตัวเองในเวอร์ชันใหม่ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่ประเด็นเรื่อง “ความจืดชืด” และ “การเล่นเป็นเด็ก” คือสิ่งที่สะท้อนถึงช่องว่างระหว่างแฟนเกมยุคเก่าที่เน้นความดิบเถื่อนและแฟนเกมยุคใหม่ที่ชอบการเล่าเรื่องลึกซึ้ง แม้ Sons of Sparta จะเป็นการร่วมมือกับ Mega Cat Studios เพื่อทำเกมสไตล์เรโทร แต่หากมันสูญเสียความหนักแน่นอันเป็นเอกลักษณ์ไป เสียงบ่นของ Jaffe ก็อาจจะเป็นตัวแทนของแฟนคลับอีกหลายคนที่รู้สึกว่าพระเจ้าแห่งสงครามกำลังถูกทำให้ “อ่อนโยน” จนเกินไปในปี 2026 นี้


