ปิดตำนานผู้กอบกู้ความคลาสสิก Sony Interactive Entertainment (SIE) ยืนยันการสั่งปิดตัว Bluepoint Games สตูดิโอในเครือ PlayStation Studios ที่มีชื่อเสียงระดับโลกจากการรีเมคเกมระดับตำนานอย่าง Demon’s Souls และ Shadow of the Colossus การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ของ Sony และความล้มเหลวของกลยุทธ์ Live-service ที่เคยตั้งเป้าไว้สูง โดยสตูดิโอจะยุติการดำเนินงานอย่างเป็นทางการในเดือนมีนาคม 2569 ส่งผลให้พนักงานประมาณ 70 คนต้องเผชิญกับภาวะเลิกจ้าง แม้ทาง Sony จะระบุว่าจะพยายามหาตำแหน่งงานใหม่ภายในเครือข่ายสตูดิโอทั่วโลกให้ก็ตาม
ปิดฉากสตูดิโอผู้สร้างสรรค์ Demon's Souls
รับชมการวิเคราะห์เจาะลึกและปฏิกิริยาจากคอมมูนิตี้เกมเมอร์ทั่วโลกต่อการปิดตัวที่น่าเสียดายที่สุดครั้งหนึ่งของ Sony หลังจากที่พวกเขาบังคับให้สตูดิโอที่เชี่ยวชาญด้าน Single-player ไปทำเกมแนว Live-service จนล้มเหลว
ประกาศปิดตัวอย่างเป็นทางการ: กำหนดการสิ้นสุดในเดือนมีนาคม
Hermen Hulst ซีอีโอของ PlayStation Studios ได้ส่งจดหมายเวียนเพื่อแจ้งการตัดสินใจปิดตัว Bluepoint Games อย่างเป็นทางการ โดยมีกำหนดการยุติการดำเนินงานทั้งหมดภายในเดือนมีนาคม 2569 การตัดสินใจนี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของการประเมินทรัพยากรภายใน (Business Review) เพื่อให้สอดคล้องกับเป้าหมายระยะยาวของบริษัทในสภาวะเศรษฐกิจที่อุตสาหกรรมเกมกำลังเผชิญกับการหดตัวของกำไรและต้นทุนการพัฒนาที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สาเหตุเบื้องหลัง: มรสุม Live-service และการยกเลิกโปรเจกต์สำคัญ
นักวิเคราะห์มองว่าสาเหตุหลักมาจากความล้มเหลวในการปรับเปลี่ยนทิศทางของสตูดิโอ โดยมีรายงานว่า Sony พยายามผลักดันให้ Bluepoint พัฒนาเกมแนว Live-service เพื่อสร้างรายได้หมุนเวียน แต่โปรเจกต์มัลติเพลเยอร์ในจักรวาล IP ดังที่พวกเขากำลังพัฒนาอยู่ได้ถูกระงับไปในช่วงต้นปี 2568 การขาดความชัดเจนในโปรเจกต์ถัดไปบวกกับความล้มเหลวของเกมแนวออนไลน์อื่นๆ ในเครือ Sony ทำให้ Bluepoint กลายเป็นสตูดิโอที่ถูกมองว่า “เกินความจำเป็น” ในแผนผังธุรกิจใหม่
ผลกระทบต่อพนักงาน: เลิกจ้างกว่า 70 ตำแหน่ง ในเท็กซัส
การสั่งปิดสตูดิโอที่ตั้งอยู่ในเมืองออสติน รัฐเท็กซัส ครั้งนี้ ส่งผลกระทบโดยตรงต่อพนักงานประมาณ 70-75 คน แม้ทาง Sony จะยืนยันว่าจะมีการจ่ายเงินชดเชยและพยายามโอนย้ายบุคลากรไปยังสตูดิโอ First-party อื่นๆ เช่น Naughty Dog หรือ Santa Monica Studio แต่ด้วยภาวะเลิกจ้างที่เกิดขึ้นทั่วอุตสาหกรรม ทำให้พนักงานจำนวนมากกังวลถึงความมั่นคงในอาชีพและการสูญเสียทีมงานที่เคยทำงานร่วมกันมาอย่างยาวนาน
ความล้มเหลวในการบริหารจัดการ: จาก “พ่อมดรีเมค” สู่ “สตูดิโอสนับสนุน”
นับตั้งแต่ Sony เข้าซื้อกิจการในปี 2564 Bluepoint แทบไม่ได้มีโอกาสแสดงฝีมือในโปรเจกต์หลักของตัวเองเลย พวกเขาถูกลดบทบาทลงไปเป็นสตูดิโอสนับสนุน (Support Studio) ให้กับโปรเจกต์ใหญ่อย่าง God of War Ragnarök และต้องเสียเวลาไปกับโปรเจกต์ Live-service ที่ไม่ใช่ความถนัด ความผิดพลาดในการจัดสรรความเชี่ยวชาญของ Sony ครั้งนี้ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักว่าเป็นการทำลาย “Technical Wizard” ที่เก่งที่สุดทีมหนึ่งของวงการไปอย่างเปล่าประโยชน์
สิ้นหวังโปรเจกต์ในฝัน: ปิดฉากการรอคอย Bloodborne Remake
ข่าวร้ายที่สุดสำหรับแฟนเกมคือการดับความหวังในการเห็นเกมเก่าระดับตำนานถูกนำกลับมาทำใหม่ ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ชื่อของ Bluepoint ถูกนำไปผูกโยงกับข่าวลือการรีเมค Bloodborne หรือการคืนชีพแฟรนไชส์ Metal Gear Solid และ Silent Hill เมื่อสตูดิโอปิดตัวลง โปรเจกต์ที่แฟนๆ เฝ้ารอเหล่านี้ก็เป็นอันต้องถูกพับทิ้งไปอย่างถาวร หรือหากมีการสร้างใหม่โดยสตูดิโออื่น ก็อาจไม่ได้มาตรฐานระดับ “Bluepoint Quality” ที่แฟนๆ เคยไว้วางใจอีกต่อไป
สรุปข้อมูลการปิดตัว Bluepoint Games
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันที่ประกาศ | 19 กุมภาพันธ์ 2569 |
| กำหนดปิดตัวอย่างเป็นทางการ | มีนาคม 2569 |
| พนักงานที่ได้รับผลกระทบ | ประมาณ 70 – 75 คน |
| เหตุผลหลัก | ปรับกลยุทธ์ธุรกิจ และความล้มเหลวของโปรเจกต์ Live-service |
| ผลงานสร้างชื่อ | Demon’s Souls, Shadow of the Colossus, Uncharted Collection |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu: Sony Interactive Entertainment to shut down Bluepoint Games |
GameTonix Insight
การปิด Bluepoint คือเครื่องตอกย้ำว่า “กำไร” สำคัญกว่า “จิตวิญญาณ” ในโลกธุรกิจเกมปัจจุบัน Sony เลือกที่จะตัดสตูดิโอที่มีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางออกไปเพียงเพราะพวกเขาไม่สามารถตอบโจทย์เกมออนไลน์ทำเงินต่อเนื่องได้ นี่คือการสูญเสียทรัพย์สินทางปัญญาและบุคลากรที่ประเมินค่าไม่ได้ และอาจเป็นสัญญาณเตือนว่ายุคของการรีเมคเกม Single-player คุณภาพสูงจาก Sony กำลังจะสิ้นสุดลงเพื่อหลีกทางให้กับธุรกิจรูปแบบอื่นที่พวกเขามองว่าคุ้มค่ากว่า


