สถานการณ์ของทีมผู้สร้างเกมปล้นระดับตำนานยังคงน่าเป็นห่วงครับ! Starbreeze Studios ผู้พัฒนาเกม Payday 3 เผชิญกับข่าวเศร้าอีกครั้งเมื่อมีรายงานการ ปลดพนักงานระลอกใหม่ ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (21-22 มกราคม 2569) แม้ทางสตูดิโอจะยังไม่มีแถลงการณ์อย่างเป็นทางการถึงจำนวนตัวเลขที่ชัดเจน แต่เหล่าพนักงานต่างพากันโพสต์ข้อความบน LinkedIn เพื่อยืนยันการสิ้นสุดวาระการทำงาน ซึ่งเป็นผลพวงโดยตรงจากผลประกอบการที่น่าผิดหวังและความนิยมของตัวเกมที่ยังไม่ฟื้นตัวกลับมาสู่จุดที่คาดหวังไว้ครับ
เสียงจากคนใน: การปลดพนักงานระลอกใหม่ที่ Stockholm
ข่าวนี้ถูกเปิดเผยผ่านโซเชียลมีเดียสายอาชีพอย่าง LinkedIn โดยพนักงานหลายรายในสตูดิโอที่ Stockholm เช่น Alexander Pereswetoff-Morath (QA Specialist) ที่ทำงานมานานกว่า 7 ปี และ Sabina af Jochnick (Senior Tech Producer) ซึ่งระบุว่าตำแหน่งงานของเธออยู่ในสภาวะสุ่มเสี่ยง (Risk of redundancy) ข้อความเหล่านี้สะท้อนถึงบรรยากาศที่ตึงเครียดภายในทีมพัฒนาที่ต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนมาอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่ช่วงปลายปี 2568 ครับ
สาเหตุเบื้องหลัง: เมื่อ Payday 3 ยังกู้ศรัทธาคืนไม่ได้
หัวใจหลักของปัญหาคือตัวเลขผู้เล่นและยอดขายของ Payday 3 ที่ยังคง “เลือดไหล” ไม่หยุดครับ จากเดิมที่เคยมีผู้เล่นสูงสุดเกือบ 78,000 คนบน Steam ในช่วงเปิดตัว ล่าสุดตัวเลขเฉลี่ยกลับลดลงมาเหลือเพียงหลักร้อยหรือต้นพันคนเท่านั้น แม้ทีมงานจะพยายามออกอัปเดตอย่างต่อเนื่อง เช่น Update 3.1 “Shopping Spree” เมื่อวันที่ 13 มกราคมที่ผ่านมา แต่ก็ไม่สามารถดึงฐานผู้เล่นให้กลับมาหนาแน่นได้เหมือนภาค 2 ที่ยังคงมีความนิยมสูงกว่าครับ
สถานการณ์การเงินและโปรเจกต์ที่หายไป
Starbreeze ต้องแบกรับภาระทางการเงินอย่างหนัก โดยในปี 2567 บริษัทรายงานการขาดทุนสูงถึง 18.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งนำไปสู่การยกเลิกโปรเจกต์สำคัญอย่าง Project Baxter (เกมในจักรวาล D&D) ในช่วงปลายปี 2568 เพื่อหันมาโฟกัสที่ Payday เพียงอย่างเดียว ทว่าการ “ทุ่มหมดหน้าตัก” ให้กับ Payday 3 กลับยังไม่เห็นผลลัพธ์ที่เป็นบวกชัดเจนในแง่ของรายได้ จนนำไปสู่การปรับลดขนาดองค์กรเพื่อรักษาความอยู่รอดครับ
อนาคตของ Payday 3: จะเดินหน้าต่อไปอย่างไร?
แม้จะมีการปลดพนักงาน แต่ Starbreeze ยืนยันว่ายังคงมุ่งมั่นที่จะสนับสนุน Payday 3 ต่อไปตาม Roadmap ที่วางไว้ อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์มองว่าการลดจำนวนทีมพัฒนาอาจส่งผลให้ความเร็วและขนาดของอัปเดตในอนาคตลดลง (Skeleton Roadmap) สิ่งที่แฟนๆ ต้องจับตามองคือการปรับโครงสร้างใหม่ครั้งนี้จะช่วยให้บริษัทสามารถพลิกฟื้นกลับมาทำกำไรและรักษาการอัปเดตเนื้อหาที่มีคุณภาพไว้ได้หรือไม่ในช่วงปี 2026 นี้ครับ
บทสรุป: บทเรียนราคาแพงของการวางรากฐานเกม
กรณีของ Starbreeze เป็นบทเรียนสำคัญให้กับอุตสาหกรรมเกมถึงความเสี่ยงของการเปิดตัวเกมที่มีปัญหาด้านระบบและเซิร์ฟเวอร์ตั้งแต่วันแรก การกู้ชื่อเสียงคืนในยุคที่ผู้เล่นมีทางเลือกมากมายนั้นยากกว่าการเริ่มต้นให้ดีหลายเท่าครับ เราคงต้องเอาใจช่วยเหล่าพนักงานที่ได้รับผลกระทบให้ได้งานใหม่โดยเร็ว และหวังว่าสตูดิโอจะหาทางออกที่ยั่งยืนได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไปครับ
ข้อมูลสรุปวิกฤต Starbreeze Studios (2026)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| สถานะล่าสุด | มีการปลดพนักงานระลอกใหม่ (Confirmed by Staff) |
| สตูดิโอที่ได้รับผลกระทบ | Starbreeze Stockholm |
| สาเหตุหลัก | ผลประกอบการ Payday 3 ต่ำกว่าเป้าหมายและขาดทุนสะสม |
| สถิติผู้เล่น (Steam) | Peak 24 ชม. ต่ำกว่า 1,000 คน (เปรียบเทียบจาก Peak 78k) |
| โปรเจกต์ที่ยกเลิกก่อนหน้า | Project Baxter (Dungeons & Dragons) |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt / Insider Gaming |
GameTonix Insight
ในมุมมองของผม Starbreeze กำลังเดินอยู่บนเส้นขนานของความเสี่ยงครับ การตัดลดพนักงานเพื่อลดค่าใช้จ่าย (Cost-cutting) เป็นดาบสองคมที่อาจทำให้การเข็นคอนเทนต์ใหม่ๆ มาดึงผู้เล่นกลับมานั้นทำได้ยากยิ่งขึ้นไปอีก ยิ่ง Payday 2 ยังคงมีเสน่ห์ที่ภาค 3 ยังก้าวข้ามไม่ได้ ภารกิจกู้ศรัทธาในครั้งนี้จึงไม่ใช่แค่การเพิ่มด่านปล้นใหม่ แต่เป็นการรื้อโครงสร้างความเชื่อมั่นของแฟนเกมที่เสียหายไปนับตั้งแต่วันแรกที่เกมวางขายครับ


