Team Cherry เซอร์ไพรส์แฟนๆ ด้วยการปล่อยอัปเกรด Hollow Knight: Nintendo Switch 2 Edition แบบ Shadowdrop กลางงาน Nintendo Direct พร้อมอัปเดตเวอร์ชัน PS5 และ Xbox Series X/S ให้ทันสมัยทัดเทียมกัน การอัปเกรดครั้งนี้มาพร้อมการปรับปรุงกราฟิกสู่ระดับ 4K, เฟรมเรตสูงสุด 120 FPS และการใช้เอนจินตัวเดียวกับ Silksong เพื่อรีดประสิทธิภาพสูงสุดบนฮาร์ดแวร์ยุคใหม่ โดยเจ้าของเดิมสามารถอัปเกรดได้ฟรีทันที
Hallownest ในความละเอียดระดับ 4K
ความคมชัดของงานศิลปะสไตล์ 2D Hand-drawn ที่ได้รับการอัปเกรดความละเอียดเป็น 4K โชว์ความลื่นไหลของแอนิเมชันที่เฟรมเรต 120 FPS และเอฟเฟกต์แสงเงาใหม่ๆ ที่ทำให้ดินแดน Hallownest ดูมีมิติและน่าเกรงขามยิ่งกว่าเดิมบนหน้าจอเครื่องเล่นยุคใหม่
การอัปเกรดสู่ยุค Next-Gen อย่างเต็มตัว
การกลับมาของ Hollow Knight ในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพอร์ตธรรมดา แต่เป็นการยกเครื่องใหม่บนเอนจินตัวเดียวกับที่ใช้พัฒนา Silksong ส่งผลให้ตัวเกมมีการบีบอัดข้อมูลที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น โดยขนาดไฟล์ลดลงเหลือเพียง 1.4 GB แต่กลับให้รายละเอียดที่สูงขึ้นอย่างชัดเจน นอกจากนี้ยังรองรับฟีเจอร์เฉพาะของแต่ละแพลตฟอร์ม เช่น ระบบ Haptic Feedback บน PS5 และ Switch 2 ที่ได้รับการปรับปรุงให้สื่อสารความรู้สึกของการฟันดาบและการกระโดดได้สมจริงยิ่งขึ้น
ประสิทธิภาพระดับสูงสุด: 4K และ 120 FPS
สำหรับชาว Switch 2 และคอนโซลยุคใหม่ ตัวเกมรองรับการแสดงผลความละเอียดสูงสุดที่ 4K เมื่อเชื่อมต่อหน้าจอ (Docked Mode) และ 1080p ในโหมดพกพา (Handheld) นอกจากนี้ยังมีตัวเลือก 120 Hz Mode สำหรับผู้ที่มีหน้าจอรองรับ ช่วยให้การควบคุมตัวละครมีความแม่นยำและลื่นไหลเป็นพิเศษ ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเกมแนว Metroidvania ที่ต้องอาศัยจังหวะและการตอบสนองที่รวดเร็ว
เนื้อหาครบถ้วนและสิทธิพิเศษสำหรับผู้เล่นเดิม
Hollow Knight: Nintendo Switch 2 Edition และเวอร์ชันอัปเกรดบนคอนโซลอื่นๆ จะรวมเอา Content Packs ทั้ง 4 ตัว (Hidden Dreams, The Grimm Troupe, Lifeblood และ Godmaster) ไว้ตั้งแต่เริ่มต้น ที่สำคัญที่สุดคือ Free Upgrade สำหรับผู้ที่มีตัวเกมเวอร์ชันเดิมอยู่แล้วบนทุกแพลตฟอร์ม ช่วยให้ผู้เล่นสามารถย้ายความก้าวหน้า (Save Data) มาสัมผัสประสบการณ์ที่ดีกว่าเดิมได้ทันทีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม
การปรับปรุงระบบ Mapping และ Quality of Life
ทีมพัฒนาได้เพิ่มเครื่องมือในการจัดการแผนที่ (Mapping Tools) ใหม่ๆ เพื่อให้การสำรวจ Hallownest สะดวกสบายยิ่งขึ้น รวมถึงการปรับปรุงหน้าจอ Interface ให้คมชัด (Sharp UI) และรองรับสัดส่วนหน้าจอที่หลากหลายมากขึ้น เช่น 16:10 สำหรับ Steam Deck และจอ Ultrawide บน PC การอัปเดตนี้ยังครอบคลุมถึงการแก้บั๊ก (Bug Fixes) ที่สะสมมานาน เพื่อสร้างเวอร์ชันที่เสถียรที่สุดของเกมนี้ขึ้นมา
ก้าวต่อไปของ Team Cherry และโปรเจกต์ในอนาคต
ในขณะที่ปล่อยอัปเดตนี้ Team Cherry ยังได้ยืนยันความคืบหน้าของ Hollow Knight: Silksong ที่มียอดขายทะลุ 7 ล้านชุดไปแล้ว พร้อมประกาศเตรียมปล่อย Expansion ตัวแรกชื่อ “Sea of Sorrow” ภายในปี 2026 นี้ การอัปเกรด Hollow Knight ภาคแรกจึงเป็นการปูทางและรักษาฐานแฟนคลับให้คงความตื่นเต้นกับจักรวาลแมลงสุดลึกลับนี้อย่างต่อเนื่อง
สรุปข้อมูลการอัปเกรด Hollow Knight (2026)
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| สถานะการจำหน่าย | Shadowdrop (Available Now) |
| แพลตฟอร์ม | PS5, Xbox Series X/S, Switch 2, PC |
| ประสิทธิภาพหลัก | 4K Resolution, 120 FPS Support |
| ขนาดไฟล์ | ประมาณ 1.4 GB (Engine Optimization) |
| ราคาอัปเกรด | ฟรีสำหรับเจ้าของเดิม (Free Upgrade) |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu |
GameTonix Insight
นี่คือการ “รักษาสัญญา” ของ Team Cherry ที่ยอดเยี่ยมมากครับ การนำเอนจินของ Silksong มาใช้กับภาคแรกไม่เพียงแต่ทำให้ภาพสวยขึ้น แต่ยังทำให้ระบบสั่นและฟีลลิ่งการเล่นล้ำสมัยขึ้นด้วย สำหรับใครที่ยังไม่เคยเล่น หรือเล่นค้างไว้บนเครื่องรุ่นเก่า นี่คือจังหวะที่ “Perfect” ที่สุดในการกลับไปสำรวจ Hallownest อีกครั้งในคุณภาพระดับสูงสุดครับ


