MelGeek แบรนด์คีย์บอร์ดแมคคานิคอลชื่อดังประกาศรุกตลาดเมาส์เกมมิ่งอย่างเป็นทางการด้วยการเปิดตัว MelGeek Horus เมาส์ไร้สายน้ำหนักเบาเพียง 49 กรัม ที่อัดแน่นด้วยเทคโนโลยีระดับสูงสุดของปี 2026 โดยชูจุดเด่นที่การรองรับ 8,000Hz Polling Rate ทั้งในโหมดมีสายและไร้สาย พร้อมเซนเซอร์เรือธง PixArt PAW3950 และชิปประมวลผล Nordic รุ่นล่าสุด เพื่อมอบประสบการณ์การควบคุมที่แม่นยำและเสถียรที่สุดสำหรับเหล่านักแข่ง Esports เตรียมเริ่มจัดส่งในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2569 นี้
ปฏิวัติวงการเมาส์ไร้สายด้วยพลังเทพเจ้า
ดีไซน์สุดล้ำของ MelGeek Horus ที่มาพร้อมตัวรับสัญญาณรูปทรงพีระมิด Louvre Pyramid Receiver อันเป็นเอกลักษณ์ โชว์โครงสร้างภายในที่เบาแต่แข็งแกร่ง และการสาธิตความเร็วระดับ 8K Polling Rate ที่ให้เคอร์เซอร์ลื่นไหลกว่าเมาส์ทั่วไปถึง 8 เท่า
ดีไซน์ Ultra-lightweight 49 กรัม พร้อมสมดุล 50:50
MelGeek Horus ถูกออกแบบมาเพื่อการแข่งขันระดับอาชีพโดยเฉพาะ ด้วยน้ำหนักที่เบาเพียง 49 กรัม แม้จะใช้โครงสร้างแบบปิด (Solid Shell) เพื่อความแข็งแรงและป้องกันฝุ่น จุดเด่นสำคัญคือการจัดวางอุปกรณ์ภายในที่ผ่านการทดสอบมาอย่างดีเพื่อให้มีสมดุลน้ำหนักแบบ 50:50 ระหว่างส่วนหน้าและส่วนหลัง ช่วยป้องกันอาการ “เมาส์ทิ่ม” หรือหน้าหนักเกินไปในจังหวะที่สะบัดเมาส์อย่างรวดเร็ว (Flick shot) มอบการควบคุมที่เป็นธรรมชาติและลดความล้าของข้อมือจากการใช้งานเป็นเวลานาน
ขุมพลังเรือธง PixArt PAW3950 และความแม่นยำระดับ 30,000 CPI
หัวใจหลักของการตรวจจับการเคลื่อนไหวคือเซนเซอร์ PixArt PAW3950 ซึ่งเป็นรุ่นท็อปที่สุดในปัจจุบัน รองรับความละเอียดสูงสุดถึง 30,000 CPI เซนเซอร์รุ่นนี้มีความสามารถในการสแกนพื้นผิวถึง 20,000 FPS และจับภาพพื้นผิวได้มากถึง 2,000 ภาพต่อวินาที ทำให้สามารถติดตามการเคลื่อนไหวได้แม่นยำแม้ในจังหวะที่มีความเร็วสูงมากหรือการขยับเพียงเล็กน้อย (Micro-adjustments) โดยไม่มีอาการสะดุดหรือหลอน มั่นใจได้ว่าทุกช็อตที่คุณยิงจะเข้าเป้าอย่างที่ตั้งใจ
เทคโนโลยี NullSync และ True 8,000Hz Dual-mode
MelGeek ก้าวข้ามขีดจำกัดด้วยการใช้ชิปควบคุม Nordic nRF54L รุ่นท็อปที่ผลิตด้วยสถาปัตยกรรม 22 nm ทำงานร่วมกับเทคโนโลยี NullSync ที่แบรนด์พัฒนาขึ้นเอง เพื่อให้รองรับ 8,000Hz Polling Rate ได้ทั้งแบบเสียบสายและไร้สาย โดยระบบจะรักษาระยะเวลาการส่งข้อมูลให้คงที่สม่ำเสมอแม้ในสภาพแวดล้อมที่มีสัญญาณรบกวนหนาแน่น ให้ค่า Latency ต่ำสุดเพียง 0.20 – 0.25 ms เท่านั้น มอบการตอบสนองที่แทบจะเป็นเวลาจริง (Real-time) จนคุณรู้สึกเหมือนเมาส์เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย
อัดแน่นชิ้นส่วนระดับพรีเมียมเพื่อความทนทานสูงสุด
เพื่อให้สมกับการเป็นเมาส์ระดับแข่งขัน Horus เลือกใช้สวิตช์ Optical Micro Switches (จาก TTC หรือ Omron) ที่มีความทนทานสูงและแก้ปัญหาอาการ Double-click ได้อย่างถาวร พร้อมล้อเลื่อนที่ใช้ตัวเข้ารหัส TTC Qinglong Encoder ที่ขึ้นชื่อเรื่องความแม่นยำและจังหวะการเลื่อนที่ชัดเจน นอกจากนี้ตัวเมาส์ยังเคลือบผิวแบบ Anti-slip เพื่อการยึดเกาะที่ดีเยี่ยม และใช้สายรองเมาส์ PTFE เกรดพรีเมียมที่ช่วยให้เมาส์ลื่นไหลไปบนแผ่นรองได้อย่างไร้แรงต้าน
อายุการใช้งานแบตเตอรี่ 215 ชั่วโมง และ Louvre Pyramid Receiver
แม้จะเน้นน้ำหนักที่เบาแต่ Horus ยังคงให้แบตเตอรี่ความจุ 300mAh ที่ผ่านการปรับแต่งอัลกอริทึมการจัดการพลังงานมาเป็นอย่างดี ทำให้ใช้งานแบบไร้สายได้นานสูงสุดถึง 215 ชั่วโมง มาพร้อมกับตัวรับสัญญาณ Louvre Pyramid Receiver ที่ออกแบบมาในรูปทรงพีระมิดสุดเท่ซึ่งทำหน้าที่เป็นทั้งตัวรับสัญญาณความแรงสูงและไฟบอกสถานะ โดยผู้เล่นสามารถปรับแต่งค่าต่างๆ ได้ง่ายๆ ผ่าน Web-based Software (MelGeek HIVE) โดยไม่ต้องติดตั้งโปรแกรมให้ยุ่งยาก
สรุปข้อมูลสำคัญ MelGeek Horus
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| เซนเซอร์ | PixArt PAW3950 (30,000 CPI) |
| ชิปประมวลผล (MCU) | Nordic nRF54L Series |
| น้ำหนัก | 49 ± 2 กรัม |
| Polling Rate | 8,000Hz (ทั้งมีสายและไร้สาย) |
| แบตเตอรี่ | ใช้งานได้สูงสุด 215 ชั่วโมง |
| ราคาเริ่มต้น | ประมาณ $129.99 (ราว 4,xxx บาท) |
| แหล่งอ้างอิง | TechPowerUp |
GameTonix Insight
การที่ MelGeek ขยับมาทำเมาส์ตัวแรกแล้วกล้าใส่สเปก “True 8K” ทั้งสายและไร้สายมาพร้อมกับชิป Nordic nRF54L รุ่นใหม่คือการประกาศสงครามกับแบรนด์ใหญ่โดยตรงครับ จุดที่น่าสนใจมากคือดีไซน์พีระมิดของตัวรับสัญญาณที่ดู “แพง” และเป็นเอกลักษณ์ หาก MelGeek สามารถคุม QC ของงานประกอบให้เนี้ยบเหมือนคีย์บอร์ดได้ Horus จะกลายเป็นเมาส์ที่คุ้มค่าที่สุดตัวหนึ่งในกลุ่ม High-end ของปี 2026 แน่นอนครับ


