แฟนเกม RPG ระดับตำนานเตรียมออกเดินทางสู่ Cyrodiil อีกครั้ง! Bethesda Softworks ประกาศเปิดตัว The Elder Scrolls IV: Oblivion Remastered อย่างเป็นทางการสำหรับเครื่อง Nintendo Switch 2 โดยมีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2569 การกลับมาในครั้งนี้ไม่ใช่แค่การพอร์ตธรรมดา แต่เป็นการยกเครื่องงานภาพและระบบการเล่นให้ทันสมัย เพื่อให้เข้ากับประสิทธิภาพของเครื่องคอนโซลยุคถัดไปของปู่นิน พร้อมมัดรวมเนื้อหาเสริม (DLC) ครบทุกตัวในแพ็กเกจเดียว
สัมผัสความงามโฉมใหม่ของอาณาจักร Cyrodiil
ตัวอย่างแรกที่โชว์พลังของการอัปเกรดกราฟิกด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่ เผยให้เห็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่และป้อมปราการ Imperial City ในรายละเอียดระดับสูง พร้อมดนตรีประกอบสุดคลาสสิกของ Jeremy Soule ที่ได้รับการเรียบเรียงใหม่เพื่อสร้างบรรยากาศที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม
การยกเครื่องงานภาพและแสงเงาสู่ยุคใหม่ (Visual Overhaul)
Oblivion Remastered ได้รับการปรับปรุงด้านกราฟิกขนานใหญ่ โดยการนำเทคโนโลยีการจัดแสงแบบใหม่และพื้นผิวความละเอียดสูง (High-res Textures) มาใช้ทดแทนของเดิมจากปี 2006 ตัวเกมในเวอร์ชันนี้มีการปรับปรุงรายละเอียดของใบหน้าตัวละคร (Character Models) ให้ดูเป็นธรรมชาติและแสดงอารมณ์ได้ดีขึ้น รวมถึงการเพิ่มความหนาแน่นของพืชพรรณและระยะการมองเห็น (Draw Distance) ที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตา ทำให้ผู้เล่นสามารถสัมผัสบรรยากาศของโลกแฟนตาซีที่ดูมีชีวิตชีวาและสมจริงตามมาตรฐานเกมยุคปัจจุบัน
ปรับปรุงระบบการเล่นและ UI ให้ลื่นไหล (Quality of Life Changes)
เพื่อให้เข้ากับยุคสมัย Bethesda ได้ทำการปรับปรุงระบบการควบคุม (Controls) ให้มีความคล่องตัวมากขึ้น โดยได้รับแรงบันดาลใจจาก Skyrim รวมถึงการยกเครื่องหน้าต่างเมนูและอินเทอร์เฟซ (UI) ใหม่ทั้งหมดเพื่อให้ใช้งานได้ง่ายบนหน้าจอพกพาของ Switch 2 นอกจากนี้ยังมีระบบ Auto-save ที่ถี่ขึ้นและระบบ Fast Travel ที่ได้รับการปรับปรุงให้รวดเร็ว เพื่อลดช่องว่างระหว่างการผจญภัยและทำให้การสำรวจดันเจี้ยนหรือการทำเควสต์ยาวๆ เป็นไปอย่างราบรื่นไม่มีสะดุด
มัดรวมเนื้อหาเสริมครบครันรวมถึง Shivering Isles
ผู้เล่นที่ครอบครองเวอร์ชันนี้จะได้รับเนื้อหาเสริมทั้งหมดที่เคยถูกปล่อยออกมา ไม่ว่าจะเป็น Expansion ขนาดใหญ่อย่าง Shivering Isles ที่จะพาคุณไปสู่มิติของเทพเจ้าแห่งความบ้าคลั่ง Sheogorath และ Knights of the Nine ที่เน้นภารกิจการกู้คืนเกราะในตำนาน นอกจากนี้ยังรวมถึง DLC ปลีกย่อยอื่นๆ เช่น วิมานนักเวท, ถ้ำโจรสลัด และชุดเกราะม้าในตำนาน (Horse Armor) ที่โด่งดัง มอบชั่วโมงการเล่นที่ยาวนานกว่า 100 ชั่วโมงในแพ็กเกจเดียว
ประสิทธิภาพสูงสุดบนขุมพลังของ Nintendo Switch 2
เวอร์ชันสำหรับ Switch 2 จะดึงศักยภาพของฮาร์ดแวร์ใหม่ออกมาอย่างเต็มที่ โดยตัวเกมสามารถรันได้ที่ความละเอียด 4K เมื่อเชื่อมต่อกับแท่นวาง (Docked Mode) และ 1080p ในโหมดพกพา พร้อมรักษาเฟรมเรตที่เสถียรยิ่งขึ้นกว่าเวอร์ชันเดิม นอกจากนี้ยังมีการใช้เทคโนโลยี Fast Loading จาก SSD ของตัวเครื่อง ทำให้เวลาในการเข้า-ออกประตูมิติ Oblivion หรือการเดินทางข้ามเมืองรวดเร็วทันใจเพียงไม่กี่วินาที ซึ่งถือเป็นข้อดีอย่างมากสำหรับเกมแนว Open World ขนาดใหญ่เช่นนี้
ระบบ Creation Club และการรองรับ Mod เบื้องต้น
Bethesda ยืนยันว่า Oblivion Remastered จะรองรับระบบ Creation Club ซึ่งช่วยให้ผู้เล่นสามารถเลือกซื้อและติดตั้งคอนเทนต์เสริมที่สร้างโดยทีมงานและนักสร้างม็อดมืออาชีพได้โดยตรงผ่านเมนูในเกม แม้ว่าการม็อดแบบเต็มสูบจะยังจำกัดเฉพาะบน PC แต่ระบบนี้จะช่วยให้ชาวคอนโซลสามารถเพิ่มไอเทม, เควสต์ใหม่ หรือสัตว์เลี้ยงสุดเท่เข้ามาในเกมได้ ช่วยเพิ่มมูลค่าในการกลับมาเล่นซ้ำและสร้างสีสันใหม่ๆ ให้กับโลก Cyrodiil ได้เป็นอย่างดี
สรุปข้อมูล The Elder Scrolls IV: Oblivion Remastered
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| ประเภทเกม | Open World Action RPG |
| ผู้พัฒนา / จัดจำหน่าย | Bethesda Game Studios / Bethesda Softworks |
| แพลตฟอร์ม | Nintendo Switch 2, PS5, Xbox Series, PC |
| ปีที่วางจำหน่าย | 2569 (2026) |
| ฟีเจอร์เด่น | อัปเกรดกราฟิก 4K, รวม DLC ครบ, ระบบ Fast Loading |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu |
GameTonix Insight
การนำ Oblivion กลับมารีมาสเตอร์ในช่วงที่แฟนๆ กำลังรอคอย The Elder Scrolls VI ถือเป็นจังหวะที่ชาญฉลาดมากครับ เพราะมันคือภาคที่หลายคนยกย่องว่ามีเควสต์กิลด์ที่สนุกที่สุดในซีรีส์ การที่เกมระดับนี้มาอยู่บนเครื่องพกพาที่แรงอย่าง Switch 2 จะทำให้ประสบการณ์การ “ปิดประตูมิติ” ในทุกที่ทุกเวลากลายเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้นและสวยงามกว่าที่เคยเป็นมาในปี 2026 นี้ครับ


