สิ้นสุดการรอคอยกว่าทศวรรษ! Konami ประกาศคืนชีพตำนานนักล่าแวมไพร์ด้วย Castlevania: Belmont’s Curse เกมแนว 2D Action-Exploration ภาคใหม่ล่าสุด โดยความพิเศษสุดคือการดึงทีมพัฒนา Evil Empire และ Motion Twin ผู้อยู่เบื้องหลังความสำเร็จของ Dead Cells มาเป็นผู้ดูแลโปรเจกต์นี้ ตัวเกมจะพาเราย้อนกลับไปสู่กรุงปารีสในศตวรรษที่ 15 เพื่อสานต่อเรื่องราว 23 ปีหลังจากภาค Dracula’s Curse เตรียมสัมผัสประสบการณ์แส้พิฆาตระดับตำนานบน PS5, Xbox Series X|S, Nintendo Switch และ PC ภายในปี 2569 นี้
เมื่อตำนาน 2D กลับมาผงาดในยุคใหม่
รับชมตัวอย่างแรกที่เผยให้เห็นงานภาพสไตล์ Gothic ยุคใหม่ที่มีสีสันและลื่นไหล พร้อมโชว์เทคนิคการใช้แส้ Vampire Killer ทั้งในการต่อสู้และการโหนตัวข้ามสิ่งกีดขวางอย่างอิสระ
สานต่อมรดกเลือด: เรื่องราว 23 ปีหลังจาก Dracula’s Curse
Castlevania: Belmont’s Curse คือภาคต่อโดยตรงที่เกิดขึ้นหลังจากเหตุการณ์ใน Castlevania III: Dracula’s Curse บนเครื่อง NES ประมาณ 23 ปี เรื่องราวเกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1499 ณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส ที่กำลังถูกเพลิงไหม้และกองทัพปีศาจเข้ายึดครอง ผู้เล่นจะได้รับบทเป็นทายาทรุ่นถัดไปของตระกูล Belmont (ซึ่งคาดว่าเป็นลูกสาวของ Trevor และ Sypha) ที่ต้องบุกเข้าไปในปราสาทลึกลับเพื่อหยุดยั้งหายนะครั้งใหม่ก่อนที่ความมืดจะกลืนกินยุโรป
มากกว่าแค่อาวุธ: แส้ Vampire Killer กับระบบ Traversal ใหม่
ในภาคนี้ แส้ในตำนาน Vampire Killer จะไม่ได้มีไว้แค่ฟาดฟันศัตรูเท่านั้น แต่ยังเป็นหัวใจหลักของระบบการเคลื่อนที่ ผู้เล่นสามารถ “สะบัดแส้” เพื่อโหนตัวไปตามฉากราวกับนักกายกรรม (Trapeze Artist) ช่วยให้การสำรวจแผนที่แบบ Metroidvania มีความรวดเร็วและต่อเนื่องยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การใช้แส้โผนทะยานเข้าใส่ศัตรูจากมุมที่คาดไม่ถึงจะกลายเป็นคีย์หลักของระบบ Combat ที่ทีมงาน Evil Empire ถนัดเป็นพิเศษ
คลังแสงจัดเต็ม: ผสมผสานอาวุธและทักษะเวทมนตร์
แม้แส้จะเป็นพระเอก แต่ผู้เล่นยังมีอาวุธรอง (Sub-weapons) และทักษะอื่นให้เลือกใช้อีกมากมาย จากตัวอย่างเบื้องต้น เราได้เห็นการใช้งานดาบที่มีพลังโจมตีรุนแรงและการใช้เวทมนตร์เพื่อสร้างความได้เปรียบในสมรภูมิ ระบบการเล่นจะเน้นไปที่การวางแผนกลยุทธ์และการเลือกใช้อาวุธให้เหมาะสมกับสถานการณ์ (Strategic Planning) เพื่อรับมือกับกับดักสุดโหดและศัตรูคลาสสิกของซีรีส์ที่ได้รับการตีความใหม่
งานภาพ Gothic ยุคใหม่: ความมืดหม่นที่มาพร้อมสีสัน
ตัวเกมเลือกใช้สไตล์ภาพแบบ Unique Colorful Gothic ที่เป็นการนำบรรยากาศมืดหม่นดั้งเดิมมาผสมผสานกับงานแอนิเมชัน 2D ยุคใหม่ที่สดใสและมีชีวิตชีวา การออกแบบฉาก (Biomes) ในปารีสจะเต็มไปด้วยรายละเอียดของความพินาศที่สวยงาม พร้อมห้องลับและกำแพงที่ทำลายได้เพื่อค้นหาไอเทมฟื้นพลัง การนำทีมสร้าง Dead Cells มาดูแล ช่วยการันตีได้ว่างานภาพและเฟรมเรตจะนิ่งสนิทและตอบสนองต่อการควบคุมได้ดีเยี่ยม
เฉลิมฉลองครบรอบ 40 ปี: จุดเริ่มต้นของโปรเจกต์ถัดไป
Konami ยืนยันว่าการประกาศเปิดตัว Belmont’s Curse คือส่วนหนึ่งของการฉลองครบรอบ 40 ปีของซีรีส์ Castlevania (นับตั้งแต่ปี 1986) และนี่เป็นเพียง “จุดเริ่มต้น” ของผลิตภัณฑ์ใหม่อีกหลายรายการในจักรวาลนี้ที่จะตามมาในอนาคต ตัวเกมมีกำหนดวางจำหน่ายภายในปี 2569 โดยเปิดให้ผู้เล่นทางฝั่งคอนโซลทุกค่ายรวมถึงชาว PC (Steam) สามารถขึ้น Wishlist ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ เพื่อเตรียมตัวรับความมันส์ระดับตำนานอีกครั้ง
สรุปข้อมูล Castlevania: Belmont’s Curse
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันวางจำหน่าย | ภายในปี 2569 (2026) |
| แพลตฟอร์ม | PS5, Xbox Series X |
| แนวเกม | 2D Action-Exploration (Metroidvania) |
| ผู้พัฒนา | Konami / Evil Empire / Motion Twin |
| จุดเด่นพิเศษ | ภาคต่อ Castlevania III, ระบบโหนแส้, งานภาพสีสันใหม่ |
| แหล่งอ้างอิง | Gematsu: Castlevania: Belmont’s Curse announced |
GameTonix Insight
นี่คือ “Dream Team” ที่แท้จริงของวงการ Metroidvania การที่ Konami ยอมร่วมงานกับ Evil Empire และ Motion Twin คือการยอมรับว่าทีมอินดี้เหล่านี้เข้าใจจิตวิญญาณของ Castlevania ได้ดีกว่าใคร จากความสำเร็จของ DLC Return to Castlevania ใน Dead Cells เราเห็นแล้วว่าพวกเขาถนัดเรื่องการคัดสรรบรรยากาศเก่ามาปรับปรุงให้สนุกแบบยุคใหม่ การเพิ่มระบบโหนแส้เข้ามาจะทำให้ความหนืดแบบคลาสสิกหายไป และกลายเป็นเกมเพลย์ที่รวดเร็วและสะใจเหมือนที่แฟนเกมยุคนี้ต้องการแน่นอน


