ถึงเวลาโบกมือลาสมรภูมิพกพา Activision ยืนยันกำหนดการปิดเซิร์ฟเวอร์ Call of Duty: Warzone Mobile อย่างเป็นทางการในวันที่ 17 เมษายน 2569 หลังจากเปิดให้บริการมาได้เพียง 2 ปีเท่านั้น โดยตัวเกมถูกถอดออกจาก App Store และ Google Play ตั้งแต่ช่วงกลางปีที่ผ่านมาเนื่องจากปัญหาด้านเทคนิคและการตอบรับที่ไม่เป็นไปตามเป้า แม้จะยุติการให้บริการเกมนี้แต่ทางผู้พัฒนายืนยันว่าจะยังคงเดินหน้าอัปเดตเนื้อหาซีซันใหม่ให้แก่ Call of Duty: Mobile ต่อไป เพื่อรักษาฐานผู้เล่นในกลุ่มอุปกรณ์พกพาไว้อย่างเหนียวแน่น
กำหนดการปิดฉาก: 17 เมษายน 2569 วันสุดท้ายของ Warzone Mobile
Activision ประกาศผ่านแถลงการณ์อย่างเป็นทางการว่าเซิร์ฟเวอร์ของ Call of Duty: Warzone Mobile จะออฟไลน์อย่างสมบูรณ์ในวันที่ 17 เมษายน 2569 ซึ่งหลังจากวันดังกล่าวนักเดินทางและเหล่านักรบจะไม่สามารถเข้าถึงเนื้อหาใดภายในเกมได้อีกต่อไป การตัดสินใจครั้งนี้เป็นการยุติบทบาทของหนึ่งในโปรเจกต์ที่ทะเยอทะยานที่สุดของค่ายที่พยายามนำประสบการณ์ Battle Royale ระดับคอนโซลมาไว้บนมือถือแต่กลับเผชิญกับอุปสรรคหลายด้านตลอดช่วงเวลา 2 ปีที่เปิดให้บริการ
สาเหตุของการยุติ: ปัญหาเทคนิคและกระแสตอบรับที่เบาบาง
แม้จะได้รับคำชมในเรื่องความพยายามสร้างกราฟิกที่สมจริง แต่ Warzone Mobile กลับประสบปัญหาด้านเทคนิคอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะในเวอร์ชัน Android ที่สร้างความไม่พอใจให้แก่ผู้เล่นจำนวนมาก นอกจากปัญหาเรื่องประสิทธิภาพ ตัวเกมยังไม่สามารถสร้างแรงดึงดูด (Traction) ได้มากพอที่จะทำให้ Activision ตัดสินใจลงทุนสร้างเนื้อหาใหม่ในระยะยาว การถอดเกมออกจากสโตร์หลักตั้งแต่เดือนพฤษภาคม 2568 จึงเป็นสัญญาณชัดเจนว่าโปรเจกต์นี้กำลังเข้าสู่ช่วงสุดท้ายก่อนจะประกาศปิดตัวจริงในปีนี้
ทิศทางถัดไปของ Activision: มุ่งเน้นไปที่ Call of Duty: Mobile
แม้จะต้องปิดตัวหนึ่งเกม แต่ Activision ยืนยันว่านี่ไม่ใช่จุดจบของแฟรนไชส์บนมือถือ ทางบริษัทแสดงความขอบคุณต่อทีมพัฒนาและคอมมูนิตี้ผู้เล่น พร้อมให้คำมั่นว่าจะยังคงมุ่งมั่นพัฒนาเนื้อหาและอัปเดตซีซันใหม่ให้แก่ Call of Duty: Mobile อย่างเต็มที่ โดยมองว่าเกมดังกล่าวยังคงมีเสถียรภาพและได้รับการตอบรับที่ดีเยี่ยมจากผู้เล่นทั่วโลก ซึ่งจะเป็นศูนย์กลางหลักของการมอบประสบการณ์การยิงสุดเดือดบนสมาร์ทโฟนต่อไป
สิทธิ์ของผู้เล่นและการเตรียมตัวก่อนเซิร์ฟเวอร์ปิด
ในช่วงเวลาก่อนถึงวันที่ 17 เมษายน ผู้เล่นยังคงสามารถเข้าสู่เกมเพื่อใช้งานไอเทมและเนื้อหาที่มีอยู่ได้ตามปกติ นี่คือช่วงเวลาสุดท้ายที่เหล่าเกมเมอร์จะได้รวมกลุ่มกับเพื่อนเพื่อออกไปสัมผัสบรรยากาศการสู้รบในสมรภูมิที่คุ้นเคยก่อนที่มันจะหายไปตลอดกาล แม้จะไม่มีการระบุเรื่องการชดเชยไอเทมที่ซื้อไปอย่างชัดเจนในตอนนี้ แต่การย้ายไปร่วมสนุกในเกมภาคหลักอื่นๆ ในจักรวาล Call of Duty ดูจะเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลที่สุดสำหรับแฟนคลับ
บทสรุปของยุคสมัย Battle Royale พกพา
การปิดตัวของ Warzone Mobile คือบทเรียนสำคัญของอุตสาหกรรมเกมที่แสดงให้เห็นว่าการพอร์ตเกมสเกลยักษ์มาลงมือถือต้องอาศัยการปรับจูนที่ละเอียดอ่อนมากกว่าแค่เรื่องของกราฟิก ความล้มเหลวในการรักษาฐานผู้เล่นครั้งนี้จะเป็นบรรทัดฐานให้แก่โปรเจกต์ถัดไปของ Activision ในอนาคต แม้ฉากกั้นความสนุกในครั้งนี้จะถูกปิดลงแต่จิตวิญญาณของการแข่งขันจะยังคงถูกส่งต่อไปยังภาคอื่นๆ ในแฟรนไชส์ที่จะกำหนดทิศทางของ Call of Duty ต่อไปในทศวรรษหน้า
สรุปข้อมูลการปิดตัว Warzone Mobile
| หัวข้อสำคัญ | รายละเอียดข้อมูล |
| วันปิดเซิร์ฟเวอร์ | 17 เมษายน 2569 |
| สถานะปัจจุบัน | ถูกถอดออกจาก Store แล้ว (Delisted) |
| ระยะเวลาเปิดให้บริการ | ประมาณ 2 ปี |
| สาเหตุหลัก | ปัญหาด้านประสิทธิภาพและการขาดแรงดึงดูดผู้เล่น |
| เกมทดแทนหลัก | Call of Duty: Mobile |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt: Warzone Mobile Shutting Down |
GameTonix Insight
นี่คือสัญญาณเตือนที่ชัดเจนว่า “กราฟิกเทพ” เพียงอย่างเดียวไม่สามารถแบกเกมมือถือได้ การที่ Warzone Mobile ล้มเหลวในการรักษาฐานผู้เล่นมาจากปัญหาการปรับแต่ง (Optimization) ที่ย่ำแย่ตั้งแต่ช่วงเปิดตัวโดยเฉพาะบน Android การเลือกตัดตอนเพื่อไปทุ่มทรัพยากรให้กับ Call of Duty: Mobile ที่มีความเสถียรมากกว่าคือการเดินเกมที่เจ็บแต่จบของ Activision เพื่อรักษาแบรนด์ไม่ให้เสียหายไปมากกว่านี้ ใครที่ยังมีเงินเหลือในเกมต้องรีบใช้ให้หมดก่อนเมษายนนี้นะ


