สารบัญ
- 1 เปิดตัวมือขมังเวทย์: Eric Baptizat กับภารกิจปั้น AC ที่มืดมนที่สุด
- 2 ย้อนรอยประวัติศาสตร์สีเลือด: ยุคล่าแม่มดในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
- 3 ฉีกกฎ AC เดิมๆ: เมื่อความสยองขวัญเข้ามาแทนที่ระบบ RPG
- 4 ทีมพัฒนาชุดดรีมทีม: Ubisoft Montreal กับโปรเจกต์หัวหอกของ AC Infinity
- 5 บทสรุปและความคาดหวัง: ก้าวที่กล้าหาญของนักฆ่าในปี 2026
เตรียมตัวสัมผัสความสยองขวัญในคราบนักฆ่า! ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า Assassin’s Creed Codename Hexe โปรเจกต์สุดลึกลับจาก Ubisoft Montreal ได้มือดีอย่าง Eric Baptizat ผู้กำกับจาก Batman: Arkham Origins และ Lead Designer ของ AC Valhalla มานั่งแท่น Game Director อย่างเป็นทางการ โดยภาคนี้จะฉีกกฎเดิมๆ ของซีรีส์ด้วยการย้อนกลับไปยังยุค “ล่าแม่มด” ในศตวรรษที่ 16 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมการันตีว่านี่จะเป็นภาคที่มืดมนและเน้นบรรยากาศกดดัน (Atmospheric) มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา งานนี้บอกเลยว่าชาว Assassin ต้องเตรียมใจพบกับสิ่งที่ไม่ใช่แค่คนธรรมดาครับ
เปิดตัวมือขมังเวทย์: Eric Baptizat กับภารกิจปั้น AC ที่มืดมนที่สุด
การที่ Ubisoft เลือก Eric Baptizat มาคุมโปรเจกต์ Codename Hexe คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากครับ เพราะหากเราดูจากประวัติการทำงานของเขาใน Batman: Arkham Origins เราจะเห็นความเชี่ยวชาญในการสร้างบรรยากาศเมืองที่อึดอัด กดดัน และการนำเสนอตัวละครที่มีมิติสีเทาเข้ม ซึ่งตรงกับทิศทางของภาค Hexe อย่างพอดิบพอดี
นอกจากนี้เขายังเคยเป็นกำลังหลักใน Assassin’s Creed Valhalla ซึ่งช่วยให้เขารู้ซึ้งถึงระบบการเล่นของซีรีส์นี้เป็นอย่างดี การนำประสบการณ์จากโลกของอัศวินรัตติกาลมาผสานกับระบบนักฆ่า จะช่วยให้ Hexe มีโทนเรื่องที่เข้มข้นและมีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ไปจากภาค Odyssey หรือ Origins ที่เน้นความแฟนตาซีสว่างไสวครับ
ย้อนรอยประวัติศาสตร์สีเลือด: ยุคล่าแม่มดในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์
ฉากหลังของ Codename Hexe จะพานักเดินทางย้อนกลับไปยังยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและการล่าแม่มด (Witch Trials) บรรยากาศของเกมจะเน้นไปที่ความลึกลับของป่าในเยอรมนีและความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ครอบงำผู้คนในยุคนั้น
ทีมพัฒนาแง้มว่านี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนฉากหลัง แต่เป็นการนำเสนอ “ความกลัว” ในรูปแบบที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อน ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับแง่มุมของประวัติศาสตร์ที่ดาร์กที่สุด เมื่อผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหาและพิธีกรรมนอกรีตกลายเป็นเรื่องปกติ สิ่งนี้จะสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจและท้าทายศีลธรรมของเหล่านักฆ่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ
ฉีกกฎ AC เดิมๆ: เมื่อความสยองขวัญเข้ามาแทนที่ระบบ RPG
ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดคือ Codename Hexe จะไม่ใช่เกม Action RPG ความยาว 100 ชั่วโมงเหมือนภาคที่ผ่านๆ มา แต่จะเป็นประสบการณ์ที่กระชับขึ้นและเน้นไปที่แนว Linear Cinematic Experience ผสมผสานกับองค์ประกอบของความสยองขวัญ (Horror Elements)
ระบบการเล่นจะเน้นไปที่การลอบเร้นในบรรยากาศที่มองไม่เห็นศัตรูชัดเจน (Atmospheric Stealth) และการใช้ไหวพริบในการเอาตัวรอดมากกว่าการวิ่งเข้าไปฟันแหลก การตัดสินใจครั้งนี้ของ Ubisoft คือการทดลองครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์ Assassin’s Creed สามารถแตกแขนงไปสู่แนวทางใหม่ๆ เพื่อรองรับผู้เล่นที่หลากหลายได้ในปี 2026 ครับ
ทีมพัฒนาชุดดรีมทีม: Ubisoft Montreal กับโปรเจกต์หัวหอกของ AC Infinity
Codename Hexe ถูกพัฒนาโดย Ubisoft Montreal สตูดิโอต้นกำเนิดของซีรีส์นี้ ซึ่งปัจจุบันรับผิดชอบโปรเจกต์ที่เป็นเสาหลักของ Assassin’s Creed Infinity (แพลตฟอร์มศูนย์กลางของซีรีส์ในอนาคต) การได้ทีมงานชุดใหญ่และงบประมาณระดับ AAA มาใช้นั้น การันตีได้ว่าคุณภาพของงานภาพและเสียงจะอยู่ในระดับสูงสุด
ทีมงานระบุว่าพวกเขาต้องการสร้างสิ่งที่ “แตกต่าง” อย่างสิ้นเชิงเพื่อทำลายความจำเจของซีรีส์ การใช้ขุมพลังเอนจิ้นรุ่นล่าสุดจะช่วยให้การแสดงผลของแสงเงาและหมอกควันในป่าแม่มดดูสมจริงจนน่าขนลุก ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นให้เข้าใกล้เกมแนว Psychological Horror มากขึ้นครับ
บทสรุปและความคาดหวัง: ก้าวที่กล้าหาญของนักฆ่าในปี 2026
แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นภาพเกมเพลย์ฉบับเต็ม แต่การรวมตัวกันของ Eric Baptizat, ยุคล่าแม่มด และแนวทางความสยองขวัญ ทำให้ Assassin’s Creed Codename Hexe กลายเป็นภาคที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี มันคือการพิสูจน์ว่าตำนานนักฆ่าสามารถเติบโตและปรับตัวเข้ากับความต้องการของผู้เล่นที่มองหาความลึกซึ้งและความเป็นผู้ใหญ่ (Mature Content) ได้
ในปี 2026 นี้ เราน่าจะได้เห็นข้อมูลชุดใหญ่รวมถึงวันวางจำหน่ายที่ชัดเจน หาก Ubisoft สามารถทำได้อย่างที่พูดไว้ Hexe จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคแยก แต่จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บอกว่า Assassin’s Creed ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องของประวัติศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของความตื่นเต้นและความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดด้วยนั่นเองครับ
| เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ AC Hexe | รายละเอียดความคืบหน้า |
|---|---|
| ทีมงานหลัก | กำกับโดย Eric Baptizat พัฒนาโดย Ubisoft Montreal |
| ธีมและบรรยากาศ | เน้นความสยองขวัญและไสยศาสตร์ ในยุคการประหารแม่มดที่ยุโรป |
| โครงสร้างเกม | ไม่ใช่แนว Open-world RPG แบบเดิม แต่เน้นการเล่าเรื่องที่เข้มข้นขึ้น |
| ความเชื่อมโยง | เป็นส่วนหนึ่งของ Assassin's Creed Infinity แพลตฟอร์มยุคใหม่ |
| แหล่งอ้างอิง | GamingBolt |
GameTonix Insight
ในฐานะคนทำงานสายข่าวเกม ผมมองว่าก้าวนี้ของ Ubisoft คือการ “แก้เกม” ที่น่าสนใจมากครับ การดึงผู้กำกับที่มีพื้นฐานจากเกมแนวบรรยากาศหนักๆ อย่าง Batman มาคุม AC ภาคที่เกี่ยวกับแม่มด คือการจับคู่ที่ลงตัวที่สุด ส่วนตัวผมตื่นเต้นกับการที่ภาคนี้จะไม่เป็น RPG ยาวเหยียด เพราะมันจะช่วยให้ทีมงานสามารถคุมจังหวะความสยองและความตื่นเต้นได้แม่นยำขึ้น หากพวกเขาทำออกมาได้ดี Hexe อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ AC กลับมาทวงบัลลังก์เกมระดับตำนานได้อย่างสมศักดิ์ศรีในปี 2026 แน่นอนครับ!


