Assassin's Creed Hexe

สายดาร์กต้องกดไลก์! ผู้กำกับ Batman Arkham Origins กุมบังเหียน Assassin’s Creed Hexe การันตีความหลอนระดับตำนาน

เตรียมตัวสัมผัสความสยองขวัญในคราบนักฆ่า! ข้อมูลล่าสุดยืนยันว่า Assassin’s Creed Codename Hexe โปรเจกต์สุดลึกลับจาก Ubisoft Montreal ได้มือดีอย่าง Eric Baptizat ผู้กำกับจาก Batman: Arkham Origins และ Lead Designer ของ AC Valhalla มานั่งแท่น Game Director อย่างเป็นทางการ โดยภาคนี้จะฉีกกฎเดิมๆ ของซีรีส์ด้วยการย้อนกลับไปยังยุค “ล่าแม่มด” ในศตวรรษที่ 16 แห่งจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์ พร้อมการันตีว่านี่จะเป็นภาคที่มืดมนและเน้นบรรยากาศกดดัน (Atmospheric) มากที่สุดเท่าที่เคยทำมา งานนี้บอกเลยว่าชาว Assassin ต้องเตรียมใจพบกับสิ่งที่ไม่ใช่แค่คนธรรมดาครับ

เปิดตัวมือขมังเวทย์: Eric Baptizat กับภารกิจปั้น AC ที่มืดมนที่สุด

การที่ Ubisoft เลือก Eric Baptizat มาคุมโปรเจกต์ Codename Hexe คือการส่งสัญญาณที่ชัดเจนมากครับ เพราะหากเราดูจากประวัติการทำงานของเขาใน Batman: Arkham Origins เราจะเห็นความเชี่ยวชาญในการสร้างบรรยากาศเมืองที่อึดอัด กดดัน และการนำเสนอตัวละครที่มีมิติสีเทาเข้ม ซึ่งตรงกับทิศทางของภาค Hexe อย่างพอดิบพอดี

นอกจากนี้เขายังเคยเป็นกำลังหลักใน Assassin’s Creed Valhalla ซึ่งช่วยให้เขารู้ซึ้งถึงระบบการเล่นของซีรีส์นี้เป็นอย่างดี การนำประสบการณ์จากโลกของอัศวินรัตติกาลมาผสานกับระบบนักฆ่า จะช่วยให้ Hexe มีโทนเรื่องที่เข้มข้นและมีการเล่าเรื่องที่แปลกใหม่ไปจากภาค Odyssey หรือ Origins ที่เน้นความแฟนตาซีสว่างไสวครับ

ย้อนรอยประวัติศาสตร์สีเลือด: ยุคล่าแม่มดในจักรวรรดิโรมันอันศักดิ์สิทธิ์

ฉากหลังของ Codename Hexe จะพานักเดินทางย้อนกลับไปยังยุโรปในช่วงศตวรรษที่ 16 ซึ่งเป็นยุคที่เต็มไปด้วยความหวาดระแวงและการล่าแม่มด (Witch Trials) บรรยากาศของเกมจะเน้นไปที่ความลึกลับของป่าในเยอรมนีและความเชื่อเรื่องไสยศาสตร์ที่ครอบงำผู้คนในยุคนั้น

ทีมพัฒนาแง้มว่านี่ไม่ใช่แค่การเปลี่ยนฉากหลัง แต่เป็นการนำเสนอ “ความกลัว” ในรูปแบบที่ซีรีส์นี้ไม่เคยทำมาก่อน ผู้เล่นจะได้สัมผัสกับแง่มุมของประวัติศาสตร์ที่ดาร์กที่สุด เมื่อผู้บริสุทธิ์ถูกกล่าวหาและพิธีกรรมนอกรีตกลายเป็นเรื่องปกติ สิ่งนี้จะสร้างสถานการณ์ที่บีบคั้นหัวใจและท้าทายศีลธรรมของเหล่านักฆ่าอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนครับ

ฉีกกฎ AC เดิมๆ: เมื่อความสยองขวัญเข้ามาแทนที่ระบบ RPG

ข้อมูลที่น่าสนใจที่สุดคือ Codename Hexe จะไม่ใช่เกม Action RPG ความยาว 100 ชั่วโมงเหมือนภาคที่ผ่านๆ มา แต่จะเป็นประสบการณ์ที่กระชับขึ้นและเน้นไปที่แนว Linear Cinematic Experience ผสมผสานกับองค์ประกอบของความสยองขวัญ (Horror Elements)

ระบบการเล่นจะเน้นไปที่การลอบเร้นในบรรยากาศที่มองไม่เห็นศัตรูชัดเจน (Atmospheric Stealth) และการใช้ไหวพริบในการเอาตัวรอดมากกว่าการวิ่งเข้าไปฟันแหลก การตัดสินใจครั้งนี้ของ Ubisoft คือการทดลองครั้งใหญ่เพื่อพิสูจน์ว่าแบรนด์ Assassin’s Creed สามารถแตกแขนงไปสู่แนวทางใหม่ๆ เพื่อรองรับผู้เล่นที่หลากหลายได้ในปี 2026 ครับ

ทีมพัฒนาชุดดรีมทีม: Ubisoft Montreal กับโปรเจกต์หัวหอกของ AC Infinity

Codename Hexe ถูกพัฒนาโดย Ubisoft Montreal สตูดิโอต้นกำเนิดของซีรีส์นี้ ซึ่งปัจจุบันรับผิดชอบโปรเจกต์ที่เป็นเสาหลักของ Assassin’s Creed Infinity (แพลตฟอร์มศูนย์กลางของซีรีส์ในอนาคต) การได้ทีมงานชุดใหญ่และงบประมาณระดับ AAA มาใช้นั้น การันตีได้ว่าคุณภาพของงานภาพและเสียงจะอยู่ในระดับสูงสุด

ทีมงานระบุว่าพวกเขาต้องการสร้างสิ่งที่ “แตกต่าง” อย่างสิ้นเชิงเพื่อทำลายความจำเจของซีรีส์ การใช้ขุมพลังเอนจิ้นรุ่นล่าสุดจะช่วยให้การแสดงผลของแสงเงาและหมอกควันในป่าแม่มดดูสมจริงจนน่าขนลุก ซึ่งจะช่วยยกระดับประสบการณ์การเล่นให้เข้าใกล้เกมแนว Psychological Horror มากขึ้นครับ

บทสรุปและความคาดหวัง: ก้าวที่กล้าหาญของนักฆ่าในปี 2026

แม้ว่าเราจะยังไม่เห็นภาพเกมเพลย์ฉบับเต็ม แต่การรวมตัวกันของ Eric Baptizat, ยุคล่าแม่มด และแนวทางความสยองขวัญ ทำให้ Assassin’s Creed Codename Hexe กลายเป็นภาคที่น่าจับตามองที่สุดในรอบหลายปี มันคือการพิสูจน์ว่าตำนานนักฆ่าสามารถเติบโตและปรับตัวเข้ากับความต้องการของผู้เล่นที่มองหาความลึกซึ้งและความเป็นผู้ใหญ่ (Mature Content) ได้

ในปี 2026 นี้ เราน่าจะได้เห็นข้อมูลชุดใหญ่รวมถึงวันวางจำหน่ายที่ชัดเจน หาก Ubisoft สามารถทำได้อย่างที่พูดไว้ Hexe จะไม่ได้เป็นเพียงแค่ภาคแยก แต่จะเป็นบรรทัดฐานใหม่ที่บอกว่า Assassin’s Creed ไม่จำเป็นต้องเป็นแค่เรื่องของประวัติศาสตร์ แต่เป็นเรื่องของความตื่นเต้นและความลึกลับที่ซ่อนอยู่ในเงามืดด้วยนั่นเองครับ

เรื่องที่ต้องรู้เกี่ยวกับ AC Hexe รายละเอียดความคืบหน้า
ทีมงานหลัก กำกับโดย Eric Baptizat พัฒนาโดย Ubisoft Montreal
ธีมและบรรยากาศ เน้นความสยองขวัญและไสยศาสตร์ ในยุคการประหารแม่มดที่ยุโรป
โครงสร้างเกม ไม่ใช่แนว Open-world RPG แบบเดิม แต่เน้นการเล่าเรื่องที่เข้มข้นขึ้น
ความเชื่อมโยง เป็นส่วนหนึ่งของ Assassin's Creed Infinity แพลตฟอร์มยุคใหม่
แหล่งอ้างอิง GamingBolt

GameTonix Insight

ในฐานะคนทำงานสายข่าวเกม ผมมองว่าก้าวนี้ของ Ubisoft คือการ “แก้เกม” ที่น่าสนใจมากครับ การดึงผู้กำกับที่มีพื้นฐานจากเกมแนวบรรยากาศหนักๆ อย่าง Batman มาคุม AC ภาคที่เกี่ยวกับแม่มด คือการจับคู่ที่ลงตัวที่สุด ส่วนตัวผมตื่นเต้นกับการที่ภาคนี้จะไม่เป็น RPG ยาวเหยียด เพราะมันจะช่วยให้ทีมงานสามารถคุมจังหวะความสยองและความตื่นเต้นได้แม่นยำขึ้น หากพวกเขาทำออกมาได้ดี Hexe อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนที่ทำให้ AC กลับมาทวงบัลลังก์เกมระดับตำนานได้อย่างสมศักดิ์ศรีในปี 2026 แน่นอนครับ!

GameTonix Ads Banner 970x250